คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ•ตอนที่ 10

พิธีกรรมแก้คำสาปกลางดึก

ผลงานโดย นภากระซิบผี
แสงไฟฉายคาดหัวของรณกรกะพริบไหววับ ท่ามกลางละอองฝุ่นสีเทาที่ลอยวนอยู่ในห้องโถงกว้างของอาคารร้างอายุสามร้อยปี ตัวเลขสีแดงฉานบนหน้าจอสมาร์ทโฟนยังคงกระพริบเตือนด้วยจังหวะที่บีบหัวใจ—*7... 6... 5...*—เสียงสัญญาณเตือนความถี่ต่ำดังสะท้อนอยู่ในแก้วหูราวกับเสียงก้องกังวานจากก้นบ่อบาดาล ร่างสูงโปร่งของนักศึกษาหนุ่มผู้รอบคอบขยับถอยหลังครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ปลายนิ้วเรียวยาวรีบกดปิดหน้าจอเพื่อตัดวงจรพลังงานที่กำลังดึงดูดกระแสอาถรรพ์เข้ามาหาตัว แต่ทว่ามันสายเกินไปเสียแล้ว เมื่อพื้นไม้ปาร์เกต์เบื้องล่างเริ่มสั่นสะเทือนระรัวจนเกิดเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับกระดูกที่กำลังหัก "อาจารย์มินตราคะ! ระบบแจ้งเตือนว่าพลังงานระดับ SSS กำลังตื่นค่ะ! มันไม่ใช่แค่ดวงวิญญาณเร่ร่อน แต่เป็นตัวการใหญ่ที่ถูกผนึกไว้ใต้ตึกนี้!" รณกรตะโกนแข่งกับเสียงคำรามต่ำที่ดังมาจากใต้พื้นดิน แววตาของเขาไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวจนเสียสكر แต่กลับเป็นประกายความมุ่งมั่นและไหวพริบที่กำลังประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ร่างบางในชุดเสื้อคลุมผ้าลินินสีเข้มของอาจารย์สาวประจำภาควิชามานุษยวิทยาและไสยศาสตร์โบราณนิ่งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นทรงหยดน้ำไหววับด้วยความตื่นตระหนกเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่รอยยิ้มบางเฉียบและมั่นใจจะปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของอาจารย์มินตรา นางไม่ได้แสดงท่าทีลิบลับอย่างที่เคยเป็น แต่กลับก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวรณกรด้วยความเร็วที่ผิดมนุษย์ พร้อมกับสะบัดข้อมือโปรยผงว่านยาและยันต์กระดาษสีชาลงบนพื้นไม้เป็นวงกลมล้อมรอบตัวพวกเขาทั้งสองคน "ตั้งสติให้ดี, รณกร!" น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังของอาจารย์มินตราดังแทรกความโกลาหล "สามร้อยปีที่ผ่านมา อาคมที่บรรพบุรุษลงไว้เริ่มเสื่อมสภาพตามกาลเวลา หากเราไม่ประสานอินทร์ไสยเวทเพื่อซ่อมแซมรอยต่อของผนึกตอนนี้ ความมืดมิดใต้พื้นพิภพจะกลืนกินทุกชีวิตในรัศมีสิบกิโลเมตร... รวมถึงตัวเธอด้วย!" "เข้าใจแล้วค่ะอาจารย์!" รณกรพยักหน้ารับอย่างรู้หน้าที่ เขาทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิบนพื้นไม้ที่เย็นเฉียบ ฝ่ามือทั้งสองข้างประสานเข้าหากันเป็นรูปอินทร์ยันต์โบราณตามที่เคยร่ำเรียนมา แม้เหงาเม็ดโตจะผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผากและแผ่นหลังจะชุ่มไปด้วยความเย็นยะเยือกจากลมอาถรรพ์ที่พัดโหมกระหน่ำจนหน้าต่างไม้กระแทกผนังเสียงดังสนั่น แต่สมาธิของเขากลับแน่วแน่ ไร้ซึ่งความลังเล อาจารย์มินตราร่ายคาถาภาษาบาลีโบราณด้วยน้ำเสียงกังวานลึก มือเรียวบางตวัดสลับซับซ้อนวาดอักขระกลางอากาศ แสงสีทองเรืองรองสว่างวาบขึ้นทุกครั้งที่ปลายนิ้วของนางแตะสัมผัสกับความว่างเปล่า กลิ่นอายของธูปหอมและกำยานผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของซากปรักหักพัง สร้างเป็นม่านพลังงานคุ้มกันรูปทรงโดมสีทองอร่ามที่ค่อยๆ ขยายตัวออกเพื่อขับไล่ไอน้ำสีดำทมิฬที่พยายามพุ่งทะยานขึ้นมาจากรอยแตกของพื้นห้อง ทว่า แรงกดดันจากเบื้องล่างกลับทวีความรุนแรงขึ้นอย่างฉับพลัน! *เปรี้ยง!* พื้นไม้ตรงกลางห้องระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เศษไม้และฝุ่นผงกระจายไปทั่วทิศทาง เปลวเพลิงสีครามลุกโชนขึ้นจากหลุมลึก พร้อมกับเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่มันคือเสียงคำรามของอสูรกายโบราณที่ถูกจองจำมานานแสนนาน เงาสีดำมหึมาขนาดยักษ์ค่อยๆ ยืดตัวขึ้นมาจากความมืด มุ่งตรงมายังม่านพลังงานที่อาจารย์มินตราและรณกรกำลังประคับประคองไว้ด้วยหยาดเหงื่อและลมหายใจที่ติดขัด "อาจารย์คะ! พลังงานของมันเกินขีดจำกัดที่เราคำนวณไว้สามเท่าค่ะ!" รณกรกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน เลือดสดๆ ไหลซึมออกจากมุมปากของเขาเนื่องจากแรงสะท้อนกลับของไสยเวท แต่มือทั้งสองข้างยังคงประสานอินทร์แน่นไม่ยอมปล่อย "อย่าปล่อยมือเด็ดขาด, รณกร!" อาจารย์มินตราตะโกนลั่น ใบหน้าสวยหวานซีดเผือดแต่แววตากลับเด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน นางรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายกดฝ่ามือลงบนพื้น ส่งกระแสพลังเวททั้งหมดเข้าสนับสนุนแนวป้องกันของลูกศิษย์หนุ่ม "เราจะผนึกมันกลับลงไปในนรกภูมิ... เดี๋ยวนี้!" แสงสีทองและแสงสีครามปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นกระแทกแผ่ขยายออกไปทั่วตึกร้าง หน้าจอสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อของรณกรสั่นสะเทือนขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่มีใครคาดคิด หน้าจอสีดำสนิทจู่ๆ ก็สว่างวาบขึ้นเอง พร้อมกับตัวอักษรใหม่ที่สลักลึกลงไปบนกระจกหน้าจอโดยไม่สนใจคำสั่งปิดระบบ: *[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับวิกฤต: ผู้บงการที่ถูกผนึกไม่ได้ต้องการหลบหนี แต่กำลัง "สลับร่าง" กับผู้ร่ายอาคม... ตรวจพบเป้าหมายใหม่ที่เชื่อมต่อกับจิตวิญญาณของรณกร...]* รณกรเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเขาสัมผัสได้ว่าพลังงานมืดมิดที่พยายามโจมตีเมื่อครู่ไม่ได้พุ่งชนม่านพลังงานอีกต่อไป แต่มันกำลังไหลย้อนกลับเข้ามาตามกระแสอินทร์ไสยเวท—และเป้าหมายที่มันกำลังแทรกซึมเข้าไปไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือเงาลึกลับที่ยืนซ้อนทับอยู่ด้านหลังของอาจารย์มินตราในกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ซึ่งบัดนี้เงาในกระจกนั้นไม่ได้ขยับตามตัวอาจารย์อีกต่อไปแล้ว แต่มันกำลังยกยิ้มมุมปากอย่างน่าขนลุกพร้อมกับเอื้อมมือสีดำสนิทมาแตะที่หัวไหล่บางของอาจารย์สาว! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครในทุกๆ บทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%