คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ•ตอนที่ 11

หลักฐานชิ้นสุดท้ายที่ซ่อนอยู่

ผลงานโดย นภากระซิบผี
กลิ่นสนิมเหล็กและคาวเลือดจางๆ ยังคงลอยอวลปะปนกับกลิ่นอับชื้นของอาคารเรียนร้าง คราบหยดน้ำสีดำบนพื้นซีเมนต์ไม่ได้เลือนหายไปง่ายๆ แม้ว่าทางเดินส่วนกลางจะสว่างวาบขึ้นด้วยแสงไฟฉายแรงสูงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานหลายนายที่กำลังกรูเข้ามาเคลียร์พื้นที่อย่างเร่งรีบ เสียงรองเท้าคอมแบตกระทบพื้นคอนกรีตดัง “ก๊อกแก๊ก” สะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดินชั้นสี่ รณกรยืนพิงแผ่นหลังเข้ากับผนังปูนเปลือยที่เย็นเฉียบ ลมหายใจของเขายังคงหอบถี่เล็กน้อยเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจที่เพิ่งผ่านศึกหนักมาเมื่อไม่กี่นาาทีก่อน นิ้วเรียวยาวของเด็กหนุ่มยกขึ้นแตะยันต์กระดาษสีเหลืองหมึกแดงที่ยับยู่ยี่ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต มันร้อนผ่าวและส่งไออุ่นจางๆ ออกมา เป็นสัญญาณเตือนว่าพลังงานรอบตัวยังคงปั่นป่วนแม้เหตุการณ์ปะทะจะสงบลงแล้วก็ตาม "เด็กๆ ถอยไปยืนตรงมุมนั้นก่อนครับ อย่าเพิ่งแตะต้องอะไรในรัศมีวงเวทย์นั่น" สารวัตรธนา ผู้กำandarคดีพิเศษฝ่ายสืบสวนคดีลี้ลับเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย แก ใช้นิ้วชี้คลึงขมับตัวเองเบาๆ พลางกวาดสายตามองซากอาคมที่แตกกระจายเกลื่อนพื้น รอบตัวเขามีเศษเทียนสีดำและกระดูกสัตว์ป่นละเอียดกระจัดกระจาย ซึ่งเป็นหลักฐานชั้นดีว่าสถานที่แห่งนี้เพิ่งผ่านพิธีกรรมไสยเวทสายดำระดับอันตรายมาหมาดๆ รณกรพยักหน้ารับอย่างสงบ เขาขยับตัวถอยหลังไปสองก้าวอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ไปเหยียบโดนร่องรอยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และร่องรอยทางไสยศาสตร์ที่ซ้อนทับกันอยู่ สายตาดวงคมกริบของเด็กหนุ่มกวาดมองการทำงานของตำรวจอย่างพินิจพิจารณา ระบบระเบียบและขั้นตอนการทำงานของกองปราบคดีพิเศษได้รับการพัฒนาขึ้นมากในช่วงหลัง ทำให้การเคลียร์พื้นที่อาาถรรพ์เป็นไปอย่างเป็นระบบและลดความเสียหายต่อวิญญาณเร่ร่อนในละแวกนั้นได้มาก ในขณะเดียวกัน อาจารย์มินตรากำลังยืนกอดอกนิ่งอยู่เบื้องหน้าวงเวทย์หลัก ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นทรง Aethetic ของเธอหรี่ลงเล็กน้อย ร่างโปร่งระหงในชุดสูทสีเข้มทับด้วยเสื้อคลุมยาวปักอักขระโบราณดูโดดเด่นท่ามกลางความวุ่นวาย เธอยื่นมือเรียวบางออกไปแตะเบาๆ ที่อากาศว่างเปล่าเหนือรอยแยกของพื้นปูน ก่อนจะพึมพำคาถาชำระล้างบทสั้นๆ เพื่อปิดผนึกไອความมืดที่ยังหลงเหลือไม่ให้กระจายตัวไปรบกวนชาวบ้านย่านนั้น "อาจารย์คะ สภาพจิตใจของวิญญาณดวงนั้น..." รณกรเอ่ยถามเสียงเบา พลางเหลือบมองไปยังร่างโปร่งแสงสีขาวจางๆ ที่กำลังนั่งคุดคู้ร้องไห้อยู่ตรงมุมเสา โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยพิเศษกำลังกางตาข่ายอาคมเพื่อเตรียมนำทางไปสู่ภพภูมิที่ถูกต้อง "ปลอดภัยดีค่ะ" อาจารย์มินตราตอบโดยไม่ละสายตาจากรอยแยกบนพื้น "เธอได้รับการปลดปล่อยจากพันธนาการแล้ว เหลือแค่กระบวนการส่งต่อทางวิญญาณตามระเบียบของกระทรวง... แต่ปัญหานิตินัยของคดีนี้สิคะ ที่น่าปวดหัวยิ่งกว่า" สารวัตรธนาเดินเข้ามาสมทบ พร้อมกับแฟ้มเอกสารกันน้ำในมือ แกถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะส่งสายตาเชิงตำหนิปนชื่นชมมายังคู่หูต่างวัยคู่นี้ "พวกเธอนี่นะ รณกร อาจารย์มินตรา... บอกกี่ครั้งแล้วว่าถ้าเจอเคสแบบนี้ให้แจ้งหน่วยสนับสนุนล่วงหน้าอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ไม่ใช่บุกเดี่ยวเข้ามาตอนตีสามครึ่งแบบนี้ รู้ไหมว่าศูนย์วิทยุกรมแทบแตกเพราะสัญญาณชีพของพวกเธอขาดหายไปจากเรดาร์อาคมเกือบสิบนาที" สารวัตรบ่นอุบ แต่แววตาไม่ได้โกรธเคืองจริงจังนัก เพราะหลักฐานที่เด็กหนุ่มหามาได้ในคืนนี้สามารถปิดคดีฆ่ายัดปูนที่ค้างคามาสามปีลงได้อย่างสมบูรณ์แบบ "ถ้าพวกดิฉันรอหน่วยสนับสนุนตามขั้นตอนปกติ ป่านนี้คนร้ายคงทำลายหลักฐานชิ้นสุดท้ายทางไสยเวทและหลบหนีข้ามเขตแดนอาคมไปแล้วล่ะค่ะ สารวัตร" อาจารย์มินตราตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่เฉียบคมจนสารวัตรถึงกับมุมปากกระตุกยิ้มแห้งๆ รณกรไม่ได้เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ เพิ่มเติม เขากลับก้มลงมองพื้นตรงจุดที่วิญญาณตนนั้นเคยนั่งอยู่ สายตาของนักศึกษารอบคอบสะดุดเข้ากับวัตถุบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ร่องรอยคราบน้ำมันพิธี มันเป็นชิ้นส่วนโลหะสีเงินวาววับสะท้อนแสงไฟฉายของตำรวจ เป็นเข็มกลัดรูปตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งมีรอยขูดขีดชื่อย่อของเจ้าของเอาไว้ลางๆ หัวใจของรณกรกระตุกวาบ ไหวพริบอันรวดเร็วประมวลผลข้อมูลในหัวสมองทันที คดีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำคุณไสยเพื่อฮุบสมบัติมรดกตามที่ตำรวจสันนิษฐานไว้แต่แรก แต่มันมีความเชื่อมโยงกับโครงสร้างอำนาจบางอย่างภายในรั้วมหาวิทยาลัยที่เขากำลังศึกษาอยู่ด้วย "สารวัตรคะ..." รณกรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังจนบรรยากาศรอบข้างเงียบลง "ก่อนหน้านี้ที่คุณบอกว่าผู้ต้องสงสัยคนสำคัญหลบหนีไปได้... แน่ใจแล้วหรือคะว่าเขาหนีไปคนเดียว?" สารวัตรธนาขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเด็กหนุ่ม "หมายความว่ายังไง รณกร? หลักฐานทั้งหมดชี้ไปที่อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์คนนั้นคนเดียวนี่นา" "ไม่ใช่ค่ะ" อาจารย์มินตราขยับแว่นตาเล็กน้อย แววตาคมกริบมองตามนิ้วของลูกศิษย์ที่ชี้ไปยังเข็มกลัดโลหะบนพื้น "มีคนคนที่สามอยู่ในเหตุการณ์คืนนั้น... และคนๆ นั้นกำลังยืนอยู่แถวนี้ ในฐานะหนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาเคลียร์พื้นที่" สิ้นคำพูดของอาจารย์สาว อุณหภูมิโดยรอบร่องรอยอาคารเรียนร้างก็ลดฮวบลงอย่างกะทันหัน ลมเย็นยะเยือกพัดกรรโชกเข้ามาทั้งที่หน้าต่างทุกบานถูกปิดตาย เสียงวิทยุสื่อสารของตำรวจเกิดอาการคลื่นแทรกดัง "ซ่า..." ยาวนาน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงหัวestแหลมสูงที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้ยินจากเครื่องมือสื่อสารทางราชการ ไฟฉายทุกดวงในมือเจ้าหน้าที่กะพริบไหวพร้อมกันสามครั้งก่อนจะดับลงเหลือเพียงความมืดมิด ในความมืดนั้น รณกรสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่พุ่งเป้ามาที่แผ่นหลังของเขาโดยตรง ความกดดันระดับสูงแผ่ซ่านมาจากเงาร่างหนึ่งที่เพิ่งก้าวถอยหลังเข้ามุมมืดใกล้ประตูทางออก พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นข้างหูของเด็กหนุ่มโดยไม่มีใครทันตั้งตัว *“รู้มากเกินไป... มักอายุไม่ยืนหรอกนะ นักศึกษา”* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ไขปริศนา และเติบโตไปพร้อมกับรณกรและอาจารย์มินตราในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%