กลิ่นอายความเย็นเยือกของคราบเมือกวิญญาณยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก ราวกับจะย้ำเตือนว่าความตายที่เพิ่งเฉียดผ่านไปเมื่อครู่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น รณกรหอบหายใจถี่แรง มือที่เปื้อนฝุ่นดินและร่องรอยของอักขระอาคมสั่นน้อยๆ ขณะที่เขาทรุดตัวลงนั่งบนพื้นไม้เก่าผุพังของศาลาร้างกลางป่าช้าเก่า
“อย่าเพิ่งทำตัวอ่อนแอตอนนี้ รณกร” เสียงเย็นเรียบแต่แฝงด้วยความห่วงใยของอาจารย์มินตราดังขึ้น เธอขยับกายเข้ามาใกล้ สายตาคมกริบกวาดมองบาดแผลถลอกที่แขนของลูกศิษย์ ก่อนจะสะบัดมือเบาๆ ไอเย็นสีเงินยวงก็พุ่งเข้าห่อหุ้มรอยแผลนั้นไว้ ความเจ็บแสบมลายหายไปในชั่วพริบตา
“ผมไม่ได้อ่อนแอค่ะอาจารย์ แค่... รู้สึกเหมือนพลังในตัวมันเพิ่งเปลี่ยนผ่านอะไรบางอย่างไป” รณกรตอบพลางขมวดคิ้วแน่น เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่แล่นปราดผ่านกระดูกสันหลัง มันไม่ใช่ความหนาวเหน็บจากภูตผี แต่เป็นกระแสพลังงานที่บริสุทธิ์และหนักแน่นราวกับภูเขาที่เพิ่งขยับเคลื่อน
ทันใดนั้น โลกทั้งใบของรณกรก็ดูเหมือนจะบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ เสียงซ่าเหมือนวิทยุคลื่นแทรกดังขึ้นในโสตประสาท ก่อนที่หน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าครามจะปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเขา ท่ามกลางสายตาของอาจารย์มินตราที่ขมวดคิ้วมองสิ่งนั้นอย่างไม่เข้าใจ
[ติ๊ง!]
[ระบบประกาศ: ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้งาน ‘รณกร’ พลังจิตวิญญาณของคุณผ่านเกณฑ์การประเมินสถานะขั้นสูง]
[สถานะปัจจุบัน: เลื่อนขั้นจาก ‘Bronze’ สู่ ‘Silver’]
[รางวัลการเลื่อนขั้น: ปลดล็อกทักษะติดตัว ‘เนตรหยั่งรู้ไตรภูมิ’ และ ‘วงแหวนสะกดวิญญาณชั่วคราว’]
ตัวอักษรสีทองวิ่งพาดผ่านสายตา รณกรเบิกตากว้าง เขาพยายามเอื้อมมือไปแตะหน้าต่างนั้น แต่มันกลับเลือนหายไปพร้อมกับการไหลทะลักของพลังบางอย่างที่พุ่งเข้าสู่จุดกึ่งกลางของร่างกายนับแต่วินาทีนี้ไป โลกที่เขาเห็นไม่ได้มีเพียงความมืดมิดของป่าช้าอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยเส้นสายพลังงานที่ไหลเวียนเชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกัน
“คุณเห็นอะไร?” มินตราถามขึ้น เสียงของเธอแผ่วเบาลง เธอสัมผัสได้ถึงออร่าที่เปลี่ยนไปของลูกศิษย์ แสงสีเงินจางๆ ที่เปล่งประกายออกมาจากตัวรณกรนั้นไม่ใช่พลังธรรมดา แต่มันคือพลังระดับผู้คุมกฎที่มีเพียงไม่กี่คนในสถาบันเท่านั้นที่จะครอบครอง
รณกรยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากตอบ เสียงแจ้งเตือนระลอกที่สองก็ดังขึ้นในหัว แต่คราวนี้มันเป็นเสียงที่เย็นเยียบและทุ้มต่ำกว่าเดิม หน้าต่างสีแดงฉานตัดกับความนิ่งสงบเมื่อครู่ปรากฏขึ้นแทนที่
[ภารกิจระดับ SSS: ‘เสียงเรียกจากห้องใต้ดินหมายเลข 13’]
[เนื้อหาภารกิจ: ค้นหาความจริงที่ถูกฝังกลบภายใต้หอสมุดมานุษยวิทยา และนำ ‘กุญแจเหล็กสนิมเขรอะ’ กลับมา ก่อนที่นาฬิกาเรือนเก่าจะตีบอกเวลาตีสาม]
[เงื่อนไขเวลา: 120 นาที]
[บทลงโทษ: หากล้มเหลว ดวงวิญญาณของผู้ใช้งานจะถูกกักขังในมิติคู่ขนานถาวร]
รณกรหน้าซีดเผือด เขาเงยหน้ามองอาจารย์มินตราที่ยังคงจ้องมองเขาด้วยความกังวล “อาจารย์คะ... มีเรื่องบางอย่างที่ผมต้องสารภาพ และมันดูเหมือนจะทำให้เราต้องไปหอสมุดเดี๋ยวนี้เลย”
“หอสมุด?” มินตราทวนคำ สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเป็นความเคร่งขรึมทันที “ที่นั่นถูกปิดตายมาตั้งแต่นักศึกษาปีสามหายตัวไปเมื่อห้าปีก่อน รณกร... เธอไปรู้อะไรมา หรือระบบนั่นมันสั่งอะไรเธออีก?”
“มันไม่ใช่แค่คำสั่ง แต่มันคือคำประกาศิตค่ะอาจารย์” รณกรลุกขึ้นยืน ความลังเลเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่น่าประหลาด “และถ้าผมไม่ไป คนที่จะหายไปคนต่อไป... อาจจะไม่ใช่แค่ผมคนเดียว”
ในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวเท้าออกจากศาลา ลมพายุหมุนลูกเล็กๆ ก็ก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่า กลิ่นอายของศพที่เน่าเปื่อยรุนแรงขึ้นจนน่าอาเจียน และจากความมืดมิดหลังศาลาที่ควรจะว่างเปล่า เงาร่างหนึ่งก็ก้าวออกมา เงามืดนั้นมีรูปร่างคล้ายอาจารย์มินตราแทบทุกประการ เพียงแต่ดวงตาของมันกลับเป็นสีดำสนิทที่ไร้ซึ่งแววตาแห่งชีวิต
เงามืดนั้นแสยะยิ้มที่บิดเบี้ยว ก่อนจะชี้นิ้วมาทางรณกรแล้วเอ่ยด้วยเสียงที่เหมือนกับเสียงของตัวรณกรเอง “ยินดีด้วยที่เลื่อนขั้นนะรณกร... แต่น่าเสียดายที่รางวัลที่ระบบให้น่ะ มันคือเหยื่อล่อชั้นดีที่จะทำให้พวกเรา... ตายตกไปตามกันในค่ำคืนนี้”
อาจารย์มินตราคว้าด้ามดาบอาคมที่ข้างเอวขึ้นมาในทันที ดวงตาของเธอวาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร “อย่ามองมัน รณกร! ถอยไปข้างหลังอาจารย์เดี๋ยวนี้ นี่ไม่ใช่ภาพหลอน... แต่มันคือ ‘ตัวแทนแห่งความตาย’ ที่ระบบส่งมาทดสอบระดับ Silver ของเธอ!”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ไขปริศนา และเติบโตไปพร้อมกับรณกรและอาจารย์มินตราในบทนี้นะคะ
คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ•ตอนที่ 12
ประกาศิตเลื่อนขั้นจากระบบ
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!