กลิ่นอับชื้นของกระดาษสมุดโบราณผสมกับกลิ่นไอมะกรูดจากถุงเครื่องรางในกระเป๋าเสื้อ ทำให้รณกรต้องยกนิ้วขึ้นขยี้สันจมูกเบาะๆ ขณะที่รถตู้มหาวิทยาลัยโคลงเคลงไปตามเส้นทางลูกรังชันคดเคี้ยว ตัวรถโยกโยเยจนเข็มทิศพกพาโลหะบนคอนโซลหน้าสั่นกระดิกรากเหง้าพลังงานบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน
ทัศนศึกษาภาคสนามของภาควิชามานุษยวิทยาและไสยศาสตร์โบราณครั้งนี้ ดูท่าจะไม่ได้มีแค่เรื่องรากเหง้าวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างที่สูจิบัตรแจกจ่ายนักศึกษาโฆษณาเอาไว้เสียแล้ว
"ถ้าคิดว่าหมู่บ้านผีปู่ย่าตระกูลจันทร์ส่องแสงจะเป็นแค่แหล่งศึกษาชาติพันธุ์ธรรมดา กร... เธอคงต้องเตรียมใจรับมือกับบรรพบุรุษที่ต้อนรับแขกไม่ค่อยเป็นสักหน่อยแล้วล่ะค่ะ"
อาจารย์มินตราเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากแผนหนังดิบโบราณที่กางอยู่บนตัก นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสีดำแตะลงบนพิกัดจุดกอดรัดของอาคมเขตขัณฑ์ที่ปรากฏรอยหมึกสีชาดจางๆ ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นทรงหยดน้ำฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง
รณกรถอนหายใจยาวเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปปรับสายสะพายกระเป๋าเป้บรรจุยันต์และผงสินเธาว์ให้เข้าที่ "ผมแค่วิตกว่า ยันต์กันผีแปดทิศที่อาจารย์ให้ผมคัดลอกเมื่อคืน จะพอรับมือกับอาคมสายมืดของหมู่บ้านหุบเขานี้ได้ครบทุกทิศหรือเปล่านะคะ... เอ๊ย หมายถึง ครับ... เอ่อ สำหรับผมน่ะครับ" เขารีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอหลุดสำนวนบุรุษเพศออกไปตามความคุ้นเคยเดิม
อาจารย์มินตราปรายตามองลูกศิษย์หนุ่มผู้รอบคอบด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "ความเป็นระเบียบและรอบคอบคือเกราะคุ้มกันที่ดีที่สุดค่ะ รณกร... แต่จำไว้ว่าในดินแดนที่บรรพบุรุษไม่ยอมรับคนแปลกหน้า กฎของฟิสิกส์และตรรกะมนุษย์มักใช้ไม่ได้ผลเสมอ"
ทันใดนั้นเอง รถตู้ก็เบรกกะทันหันจนร่างของทุกลำตัวโอนเอนไปข้างหน้า เสียงเครื่องยนต์คำรามเฮือกสุดท้ายก่อนจะดับสนิทลงท่ามกลางความเงียบงันที่น่าขนลุก ป้ายไม้เก่าแก่ขึ้นราสีดำสนิทที่ปักอยู่ตรงซุ้มทางเข้าหมู่บ้านปรากฏตัวขึ้นผ่านกระจกมัวหมอง ข้อความแกะสลักด้วยร่องลึกน่ากลัวอ่านได้ใจความว่า *“ยินดีต้อนรับสู่บ้านห้วยกระซิบ ผู้ใดล่วงล้ำยามตะวันลับขอบฟ้า จักต้องแลกด้วยวิญญาณ”*
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกทันทีที่ล้อรถหยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงนกร้องหรือเสียงลมพัดผ่าน มีเพียงหมอกสีเทาจัดที่เคลื่อนตัวเข้าปกคลุมตัวรถอย่างรวดเร็วราวกับมีชีวิต รณกรสัมผัสได้ถึงความหนาแน่นของพลังงานหยินที่กดทับลงบนบ่าจนหายใจไม่ทั่วท้อง ดวงตาสีดำสนิทกวาดมองไปนอกหน้าต่างอย่างระแวดระวัง พร้อมๆ กับที่ระบบแจ้งเตือนภายในจิตสำนึกของเขาเริ่มส่งเสียงเตือนถี่รัว
[ระบบตรวจพบเขตอาคมโบราณระดับ A: พันธนาการวิญญาณบรรพชน]
[คำเตือน: สภาพแวดล้อมมีความเสี่ยงสูงต่อการสูญเสียสติสัมปชัญญะ]
[ภารกิจเฉพาะหน้า: คุ้มกันคณะสำรวจและถอดรหัสอักขระหน้าหมู่บ้านภายใน 15 นาที]
รณกรสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ พร้อมกับหยิบปากกาหมึกซึมลงอักขระป้องกันตัวเตรียมพร้อมในมือ ขณะที่อาจารย์มินตราก้าวลงจากรถเป็นคนแรก เผชิญหน้ากับความมืดมิดของหุบเขาเบื้องหน้าด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าแววตากลับคมกริบรากับพยัคฆ์ซ่อนเล็บ
ทว่า ในวินาทีที่ประตูรถตู้เปิดออก เสียงกระซิบแผ่วเบานับร้อยก็ลอยมาตามสายหมอก เย็นเยียบและใกล้เข้ามาทุกที...
[คลิกเพื่ออ่านตอนถัดไป: เสียงเรียกจากใต้ถุนเรือนไม้โบราณ]
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ไขปริศนา และเติบโตไปพร้อมกับรณกรและอาจารย์มินตราในบทนี้นะคะ
คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ•ตอนที่ 13
ทัศนศึกษาหรือสุสานเคลื่อนที่
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!