“ถ้าคุณก้าวพลาดอีกเพียงนิ้วเดียว รอยเลือดบนพื้นแผ่นนั้นจะไม่ใช่แค่รอยอดีตที่แห้งกรัง แต่มันจะเป็นรอยสดๆ ของคุณเองค่ะ รณกร”
เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ลอดผ่านความเงียบงันของรัตติกาลไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่ากลัวน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน สุ้มเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมของอาจารย์มินตรากลับทำให้ปลายนิ้วของรณกรชาหนึบ ไอร้อนจากลมหายใจของหญิงสาวที่รดต้นคอเบาๆ ในความมืดมิด ชวนให้ตระหนักถึงสถานการณ์อันตรายที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ ณ เบื้องหน้า
เรือนไม้สักทองเก่าแก่ของหัวหน้าหมู่บ้านปลายแถวหลังนี้ ดูภายนอกอาจเป็นเพียงบ้านเรือนไทยทรงปั้นยำโบราณที่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา แต่สำหรับผู้มีสัมผัสพิเศษและผ่านการศึกษาโครงสร้างอาคมมาอย่างโชกโชนอย่างอาจารย์สาวและลูกศิษย์หนุ่มผู้ดวงสมพงษ์กับภูตผี พื้นที่ทุกตารางนิ้วภายในเรือนหลังนี้กำลังส่งเสียงกรีดร้องด้วยแรงอาฆาต
รณกรกลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาภายใต้กรอบแว่นใสเพ่งมองแผ่นไม้เนื้อแข็งเบื้องหน้า ซึ่งเคลือบไว้ด้วยคราบสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานหลายปี แต่กลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ ยังคงลอยอวลเตะจมูกทุกครั้งที่ลมหายใจปะทะเข้ากับความชื้นในห้องโถงใหญ่
“ผมทราบแล้วครับ… เอ๊ย… ทราบแล้วค่ะอาจารย์” รณกรเกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นชินออกไปตามสัญชาตญาณ โชคดีที่ไหวพริบดึงสติกลับมาแก้ไขคำลงท้ายได้อย่างเฉียดฉิวในใจ เขารู้ดีว่าความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจดึงดูดสายตาที่ไม่ควรพบเจอเข้ามาหา
อาจารย์มินตราปรายตามองลูกศิษย์หนุ่มแวบหนึ่ง นัยน์ตาสีเข้มภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างบานเกล็ดสะท้อนประกายความระแวดระวัง มือเรียวบางภายใต้ถุงมือหนังสีดำสนิทหยิบแผ่นยันต์กระดาษสาลงอักขระสีชาดขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมอย่างเงียบเชียบ นางส่งสัญญาณมือเป็นรหัสสากลที่ทั้งคู่ฝึกฝนร่วมกันมาหลายครั้ง—*ซ้ายมือปลอดภัย ขวามีกระแสพลังงานตกค้าง*
เรือนไม้หลังนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยหลักฮวงจุ้ยและไสยเวทสายมืดที่ซับซ้อน โครงสร้างของเสาเอกทุกต้นถูกฝังตะปูตอกโลงศพและแผ่นยันต์สะกดวิญญาณเอาไว้เพื่อค้ำจุนอำนาจมืดบางอย่างของผู้เป็นเจ้าของเดิม การเข้ามาสำรวจในยามวิกาลเช่นนี้ ไม่ต่างจากการเดินอยู่บนเส้นด้ายที่ขึงข้ามปากปล่องภูเขาไฟ
รณกรค่อยๆ ย่อตัวลงต่ำ น้ำหนักตัวถูกถ่ายเทไปที่ปลายเท้าอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้พื้นไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าด สมาธิของเขาถูกดึงเข้าสู่โหมดวิเคราะห์ขั้นสูงตามระบบความรู้ไสยศาสตร์โบราณที่ได้รับการขัดเกลามาตลอดหลายเดือน ดวงตาของเขาเริ่มมองเห็นเส้นสายพลังงานสีเทาหมองคล้ำที่แผ่ซ่านออกมาจากรอยเปื้อนเลือดบนพื้นไม้ มันไม่ใช่แค่รอยเลือดธรรมดา แต่มันคือ ‘บันทึกความทรงจำ’ ที่ถูกกักขังด้วยอาคมทรมานวิญญาณ
“อาจารย์ครับ… ดูรอยพวกนั้นสิคะ” รณกรใช้คำสรรพนามที่ถูกต้องตามระเบียบพลางชี้ไปยังทิศทางของห้องนอนใหญ่ที่ปิดสนิท “รูปแบบการกระจายตัวของคราบเลือดไม่ได้เกิดจากการต่อสู้ขัดขืนตามธรรมชาติ แต่เป็นการกดทับด้วยแรงดึงดูดของอาคมอาถรรพ์… เหมือนกับว่ามีใครบางคนจงใจรีดเค้นพลังชีวิตออกจากร่างของเหยื่อทีละนิดบนพื้นตรงนั้น”
อาจารย์มินตรารemains silent for a moment ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้จุดที่รณกรชี้ นิ้วเรียวแตะลงบนพื้นผิวไม้เบาๆ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส แผ่นไม้เก่าแก่ก็พลันสั่นสะเทือนเบาๆ พร้อมกับเสียงหึ่งต่ำในลำคอคล้ายเสียงแมลงหวี่นับพันตัวที่ดังขึ้นมาจากใต้พื้นเรือน
*ตึ้ง… ตึ้ง… ตึ้ง…*
เสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะประหลาดดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของทั้งสองคน ไม่ใช่เสียงหัวใจของพวกเขาเอง แต่เป็นเสียงชีพจรของเรือนไม้หลังนี้—เรือนที่กำลังมีชีวิตและกำลังตื่นจากการหลับใหล
“เรากำลังถูกต้อนค่ะ รณกร” เสียงของอาจารย์มินตรากระซิบลอดไรฟัน แววตาของอาจารย์สาวไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความท้าทายของนักล่าที่พบเหยื่อชิ้นใหญ่ “เจ้าของบ้านไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้ให้เราค้นหา แต่เขาตั้งใจ ‘รอ’ ให้เราเดินเข้ามาติดกับดักตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบขึ้นบันไดเรือนแล้วค่ะ”
สิ้นคำพูดของอาจารย์สาว บานประตูไม้สักทองห้องนอนใหญ่ที่ปิดสนิทก็กระแทกเปิดออกเองอย่างแรงด้วยแรงลมปริศนา กลิ่นเหม็นเน่าของดินป่าและซากศพโชยกระแทกเข้าใส่ใบหน้าของทั้งคู่อย่างจัง จนรณกรต้องยกแขนเสื้อขึ้นปิดจมูกตามสัญชาตญาณ
ทว่า สิ่งที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิดภายในห้องนอนนั้นไม่ใช่ความว่างเปล่า…
ร่างเงาสูงโปร่งในชุดเสื้อคลุมโบราณกำลังยืนหันหลังให้อยู่ตรงหน้าต่างที่เปิดกว้าง เส้นผมยาวสลวยสีดำสนิทระต้นคอค่อยๆ หันกลับมาอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงกระดูกลั่นกรอบราวกับกิ่งไม้แห้งหัก รอยยิ้มกว้างฉีกถึงใบหูเผยให้เห็นฟันซี่คมกริบที่อาบชุ่มด้วยเลือดสดๆ ดวงตาสสีแดงฉานคู่นั้นจ้องตรงมาที่รณกรราวกับรอคอยการกลับมาของสหายเก่า
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าต่างแจ้งเตือนสีฟ้าโปร่งแสงที่รณกรคุ้นเคยก็เด้งขึ้นมากลางอากาศด้วยตัวอักษรสีแดงฉานกระพริบถี่ระรัว:
[แจ้งเตือนระบบภารกิจเร่งด่วน: ปลดล็อกบอสลับขั้นวิกฤต "ผู้กลืนวิญญาณแห่งเรือนไม้เก่า" — ระดับอันตราย: SSS]
[คำเตือน: เขตอาคมปิดตายถูกเปิดใช้งานแล้ว ไม่สามารถถอยกลับได้จนกว่าจะเสร็จสิ้นเงื่อนไข!]
รณกรสูดหายใจเข้าลึกที่สุดในชีวิต ขณะที่มือขวาเอื้อมไปหยิบยันต์ปราบมารแผ่นสุดท้ายออกจากอกเสื้อ ด้านข้างกาย อาจารย์มินตราตวัดมือวาดอักขระกลางอากาศจนเกิดประกายไฟสีทองสว่างวาบตัดความมืดมิดในทันที
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ไขปริศนา และเติบโตไปพร้อมกับรณกรและอาจารย์มินตราในบทนี้นะคะ
คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ•ตอนที่ 15
รอยเปื้อนเลือดบนเรือนไม้เก่า
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!