"บันทึกรายรับ-รายจ่ายของตระกูลวรโชติเมื่อสามสิบปีก่อน... หน้ากระดาษที่ถูกฉีกหายไปไม่ได้ถูกทำลายด้วยไฟอย่างที่ใครเข้าใจหรอกค่ะอาจารย์ แต่มันถูกซ่อนไว้ใต้รอยปูนปั้นของฐานพระประธานในโบสถ์ร้างต่างหาก"
ปลายนิ้วเรียวยาวของรณกรที่สวมถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวเขี่ยเศษปูนสีเทาออกอย่างเบามือ ท่ามกลางแสงไฟจากคบเพลิงที่วับแวมอยู่ในความมืดชื้นของเขตพุทธาวาสเก่าแก่ กลิ่นอับชื้นของอิฐมอญและกลิ่นอายดินประสิวผสมปนเปกันจนชวนวิงเวียน แต่สติสัมปชัญญะของนักศึกษาหนุ่มกลับพุ่งสูงถึงขีดสุด ดวงตาคู่คมกวาดมองเอกสารโบราณที่เปื่อยยุรทรแต่ตัวหมึกสีดำยังคงเด่นชัดด้วยอาคมสะกดรอย
อาจารย์มินตราก้าวเท้าเข้ามาใกล้ เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นหินขัดก้องกังวานในความเงียบ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นทรงรีคมกริบกวาดมองเอกสารในมือลูกศิษย์ ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่บรรทัดสุดท้ายซึ่งถูกเขียนด้วยลายมือหวาดระแวง
"ไม่ใช่แค่บันทึกการซื้อขายที่ดินธรรมดา... แต่เป็นบัญชีรายชื่อของเด็กผู้หญิงอายุครบเจ็ดขวบ" อาจารย์สาวเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงความเย็นเยียบจนรณกรต้องชะड़कมือที่ถือกระดาษ "หมู่บ้านนี้ไม่ได้เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาจากผลผลิตทางการเกษตรหรือการค้าขายชายแดนอย่างที่มุขปาฐะเล่าสืบต่อกันมา ความมั่งคั่งของตระกูลใหญ่ในอดีตแลกมาด้วยการ... ส่งมอบบรรณาการให้แก่ 'เจ้าแม่นางนอน' ใต้ผืนนาขั้นบันได"
"ถูกต้องค่ะ" รณกรสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขาพลิกกระดาษแผ่นนั้นไปยังด้านหลัง ซึ่งปรากฏแผนผังโครงสร้างใต้ดินที่ซับซ้อนราวกับเขาวงกต "และถ้าข้อมูลในระบบประเมินพลังไสยเวทของดิฉัน... เอ๊ย ของผมไม่ผิดพลาด โครงสร้างใต้ดินที่พวกเรากำลังยืนเหยียบอยู่นี้ ไม่ใช่ห้องเก็บ
พืชผล แต่มันคือ 'แท่นบูชาสังเวยโลหิต' ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตรึงวิญญาณบริสุทธิ์ไม่ให้ไปผุดไปเกิด เพื่อค้ำจุนความร่มเย็นเป็นสุขจอมปลอมของคนทั้งหมู่บ้านมานานหลายทศวรรษ"
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างเฉียบพลัน อุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นอับชื้นถูกแทนที่ด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยคละคลุ้งมาตามกระแสลมใต้ดิน เปลวไฟจากคบเพลิงสั่นไหวรุนแรงราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นกระชาก
"ระวังตัวด้วยค่ะรณกร!" อาจารย์มินตราหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสะบัดพัดเหล็กโบราณในมือออก อาคมสีทองอร่ามแผ่ขยายเป็นวงกตคุ้มกันรอบตัวทั้งคู่ในเสี้ยววินาที
เงาดำนับสิบสายเริ่มผุดขึ้นมาจากรอยแตกของพื้นหิน ร่างไร้วิญญาณเหล่านั้นบิดเบี้ยว ดวงตากลวงโบ๋มีคราบน้ำตาเป็นสายเลือด เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วบริเวณ แรงกดดันมหาศาลจากอาคมโบราณถาโถมเข้าใส่จนผนังโบสถ์สั่นสะเทือน อิฐมอญร่วงหล่นลงมาเป็นฝุ่นผง
รณกรไม่รอช้า เขาท่องคาถาในใจพร้อมกับตวัดนิ้ววาดอักขระยันต์กลางอากาศ ยันต์กระดาษสีเหลืองสามแผ่นพุ่งทะยานออกไปปะทะกับเงาดำตัวแรกที่พุ่งเข้ามา เกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบพร้อมกับเสียงแผดร้องโหยหวนของภูตผีที่ถูกชำระล้าง
"พวกมันไม่ใช่แค่ภูตเร่ร่อนธรรมดา..." รณกรเอ่ยลอดไรฟัน เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม ขณะที่สายตาจดจ้องไปยังใจกลางกลุ่มเงาดำที่แหวกออก ปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดไทยโบราณเปื้อนโคลนและคราบเลือด ดวงตาของเธอแดงก่ำจ้องมองมาที่ทั้งคู่ด้วยความเคียดแค้นชิงชังสูงสุด
"ยินดีต้อนรับ... สู่ความจริงที่พวกท่านพยายามขุดคุ้ย" เสียงหวานหยาดเยิ้มแต่เย็นเยือกราดรดลงมากลางกระดูกสันหลัง ร่างนั้นก้าวเข้ามาใกล้ทีละน้อย ทุกย่างก้าวที่เธอกล้ำกราย พื้นหินกลับกลายเป็นสีดำสนิทและเน่าเฟะ
อาจารย์มินตราหรี่ตาลงเล็กน้อย พัดเหล็กในมือกระชับแน่นขึ้น "เจ้าคือผู้ดูแลพิธีสังเวยเมื่อสามสิบปีก่อน... ธิดาคนเล็กของตระกูลวรโชติที่ถูกทรยศสินะคะ"
หญิงสาวปริศนากลั้วหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นบาดลึกเข้าไปในจิตใจ ร่างของเธอเริ่มขยายใหญ่ขึ้น แรงกดดันระดับ SSS แผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว จนรณกรรู้สึกหายใจไม่ออก หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากระบบพิเศษดังขึ้นในโสตประสาทของรณกรท่ามกลางวิกฤต:
[ตรวจพบ: บอสลับระดับตำนาน "เจ้าแม่โลหิตแห่งวรโชติ" ตื่นจากการหลับใหล]
[เงื่อนไขพิเศษ: ปลดล็อกความลับเบื้องหลังหมู่บ้านสำเร็จ]
[คำเตือน: พลังชีวิตของเป้าหมายอยู่ในจุดวิกฤต โปรดตัดสินใจภายใน 10 วินาที — (1) ทำพิธีปลดปล่อยดวงวิญญาณด้วยความเสี่ยง 80% หรือ (2) เปิดผนึกคัมภีร์ต้องห้ามเพื่อแลกกับการสูญเสียความทรงจำบางส่วน]
รณกรกวาดสายตามองหน้าจอนั้นด้วยหัวใจที่เต้นระทึก เขาสบตากับอาจารย์มินตราที่หันมามองเขาด้วยความเชื่อมั่น แม้สถานการณ์จะแขวนอยู่บนเส้นด้าย แต่มุมปากของอาจารย์สาวกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย
"เราไม่มีเวลาลังเลแล้วค่ะอาจารย์..." รณกรสูดลมหายใจเข้าลึก มือขวาคว้าด้ามกระบี่ไม้สักอาคมที่เหน็บอยู่ข้างเอวขึ้นมา พร้อมกับกระชับยันต์แผ่นสุดท้ายในมือแน่น "ไม่ว่าทางเลือกไหน... ผมจะพาอาจารย์ออกไปจากที่นี่ให้ได้ค่ะ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ไขปริศนา และเติบโตไปพร้อมกับรณกรและอาจารย์มินตราในบทนี้นะคะ
คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ•ตอนที่ 16
พิธีบูชาสังเวยที่ถูกลืม
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!