กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของดินอาคมคละคลุ้งตลบอบอวลอยู่ในห้องโถงมืดทึบ จนรณกรต้องยกแขนเสื้อขึ้นพรางจมูกพร้อมกับถอยหลังกรูด ส้นรองเท้าผ้าใบของเขาชนเข้ากับเสาไม้สักทองโบราณที่สั่นสะเทือนระรัว เสียงคำรามต่ำในลำคอของหุ่นพยนต์ร่างยักษ์สูงเกือบสองเมตรตรงหน้าดังสะท้อนก้อง ผิวเนื้อที่ปั้นขึ้นจากดินหน้าศพและมัดด้วยสายสิญจน์เปื้อนเลือดกำลังลอกหลุดเป็นแผ่น เผยให้เห็นโครงสร้างไม้ระกำที่ตอกย้ำด้วยตะปูตอกโลงศพอาคมส่องแสงเรืองสีแดงฉาน
"กร! ถอยออกมาตรงนั้น!"
เสียงหวานเจือความร้อนรนของอาจารย์มินตราตะโกนแทรกเสียงคำรามของภูตรับใช้ ร่างเพรียวในชุดสูทลำลองสีเข้มกระโจนเข้าขวางระหว่างศิษย์เอกกับคมมีดอาคมในมือหุ่นพยนต์ นิ้วเรียวยาวสะบัดยันต์กระดาษสีเหลืองทองออกไปสามแผ่นกลางอากาศ เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น *เปรี้ยง!* เปลวเพลิงสีครามลุกท่วมร่างของหุ่นพยนต์ แต่มันกลับก้าวทะลุกองเพลิงนั้นออกมาอย่างไร้รอยขีดข่วน ดวงตาทั้งสองข้างที่ทำจากเบี้ยแก้ฝังมุกเบิกกว้างด้วยความอาฆาตมาดร้าย พลังไสยเวทระดับนี้เกินกว่าที่นักศึกษาปีสามอย่างรณกรจะรับมือไหวโดยลำพัง
รณกรกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด สมองส่วนหน้าทำงานด้วยความเร็วสูงเพื่อประเมินสถานการณ์ ดวงตาหลังกรอบแว่นกวาดมองสำรวจโครงสร้างและจุดเชื่อมต่อของหุ่นพยนต์ตามระบบวิเคราะห์ที่ปรากฏเป็นหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าลอยเด่นในห้วงความคิด—ฟังก์ชันพิเศษที่ติดตัวเขามาตั้งแต่คืนวิปโยคตีสามวันนั้น
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบเป้าหมาย "หุ่นพยนต์อาคมสายดุ" ระดับความอันตราย: B+]
[จุดอ่อนที่ 1: ตะปูตอกโลงศพบริเวณข้อต่อหัวเข่าด้านซ้าย (ลดทอนความคล่องตัว 40%)]
[จุดอ่อนที่ 2: อักขระยันต์หัวใจโจรที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานลิ้นปี่ (จุดรวมพลังปราณไสยเวททั้งหมด)]
"อาจารย์ครับ... ผมมีแผน" รณกรเอ่ยลอดไรฟัน น้ำเสียงแม้จะสั่นพร่าด้วยความเหนื่อยล้า แต่แววตากลับแน่วแน่และเป็นประกายอย่างที่อาจารย์สาวคุ้นเคย "เบี่ยงเบนความสนใจมันสามวินาทีครับ! แค่สามวินาทีเดียวเท่านั้น!"
อาจารย์มินตราไม่ลังเลแม้แต่น้อย แม้ความเสี่ยงจะสูงลิ่ว หญิงสาวสะบัดข้อมือวาดอักขระกลางอากาศด้วยกริชโบราณ เลือดหยดหนึ่งจากปลายนิ้วซึมผ่านคมมีดจนเกิดแสงสว่างวาบ เธอกระโจนเข้าประชิดตัวหุ่นพยนต์ร่างยักษ์พร้อมกับร่ายมนต์บทหนักหน่วง ดึงดูดความสนใจทั้งหมดของมันให้หันมาพุ่งเป้าไปที่เธอเพียงผู้เดียว หุ่นพยนต์เงื้อง่ามือที่กลายสภาพเป็นดาบอาคมฟาดฟันลงมาหมายปลิดชีพ
จังหวะนั้นเอง! รณกรไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือ สองเท้าพุ่งทะยานออกไปราวกับลูกศรที่หลุดจากแหล่ง เขาย่อตัวลงต่ำสไลด์ไปกับพื้นปูนที่เย็นเฉียบ มือขวาคว้าวัตถุชิ้นเล็กที่เตรียมไว้—ตะปูสังฆวานรอาคมที่ผ่านพิธีปลุกเสกมาอย่างดี
*แกร๊ก! ฉึก!*
รณกรใช้แรงทั้งหมดพุ่งกระแทกตะปูสังฆวานรเข้าที่รอยต่อหัวเข่าด้านซ้ายของหุ่นพยนต์อย่างแม่นยำราวกับจับวาง เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ร่างยักษ์ที่กำลังเงื้อมือหมายจะทำร้ายอาจารย์มินตราถึงกับชะงักกึก ข้อต่อขาสั่นพับลงครึ่งหนึ่งสูญเสียการทรงตัวในทันที แรงกระแทกย้อนกลับทำให้หุ่นพยนต์เซถอยหลังไปสองก้าว
"อาจารย์ครับ! ตอนนี้แหละ!" รณกรตะโกนสุดเสียงขณะกลิ้งตัวหลบสะเก็ดไฟอาคมที่กระจายไปทั่วทิศทาง
อาจารย์มินตราพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ เธอย่อตัวลงต่ำแล้วดีดตัวขึ้นกลางอากาศราวกับผีเสื้อร่อนลม กริชในมือพุ่งตรงไปยังจุดอ่อนที่สอง—ใจกลางลิ้นปี่ของหุ่นพยนต์ที่ไร้ซึ่งการป้องกัน เนื่องจากระบบการทรงตัวถูกขัดขวางโดยรณกร
*ฉัวะ! พลั่ก!*
คมกริชจ้วงทะลวงผ่านชั้นดินและสายสิญจน์เข้าไปฝังแน่นในตำแหน่งอักขระหัวใจโจรพอ1ดี แสงสีแดงฉานที่เคยเรืองรองอยู่บนร่างของหุ่นพยนต์ดับวูบลงทันที เสียงคำรามโหยหวนดังขึ้นครั้งสุดท้ายก่อนที่ร่างสูงใหญ่ยักษ์นั้นจะทรุดฮวบลงกับพื้น แตกสลายกลายเป็นเพียงกองดินและเศษไม้ระกำแห้งกราดเกลื่อนกลาดเต็มพื้นห้อง
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งสองที่ดังแข่งกับเสียงหยดน้ำที่รั่วไหลจากเพดาน รณกรทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง เหงื่อกาฬไหลโทรมกายจนชุ่มแผ่นหลัง แต่ริมฝีปากกลับคลี่ยิ้มออกมาบางเบา
อาจารย์มินตราเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะยื่นมือเรียวบางมาตรงหน้า ศิษย์เอกเงยหน้าขึ้นสบตาอาจารย์ผู้ปราดเปรื่อง ทั้งคู่ไม่ต้องเอื้อnเอ่ยคำชมเชยใดๆ มีเพียงรอยยิ้มแห่งความไว้วางใจที่ส่งผ่านให้กัน เป็นอีกครั้งที่พวกเขารอดพ้นจากเงื้อมมือความตายมาได้ด้วยการผสมผสานระหว่างไสยเวทโบราณและสติปัญญาอันเฉียบคมของคนรุ่นใหม่
"ทำได้ไม่เลวเลยนี่ เจ้าศิษย์ตัวแสบ" อาจารย์มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายลง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนมุมปากของอาจารย์สาวผู้ขึ้นชื่อว่าเยnชา "คำนวณมุมองศาและแรงปะทะได้แม่นยำราวกับจับวาง สมกับที่ขยันอ่านตำราพิชัยสงครามไสยเวทที่ฉันหามาให้จริงๆ นะคะ"
"ถ้าไม่ได้อาจารย์ช่วยล่อเป้าไว้ให้ ผมคงไม่มีโอกาสได้เล็งจุดอ่อนนั้นหรอกครับ... อ๊ะ!"
รณกรยังไม่ทันพูดจบประโยค หน้าต่างระบบโปร่งแสงสีฟ้าที่ควรจะปิดตัวลงหลังเสร็จสิ้นภารกิจ กลับสว่างวาบขึ้นมาใหม่อีกครั้งด้วยแสงสีแดงกระพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงเตือนอันแหลมสูงที่ดังขึ้นในโสตประสาทของเขาโดยตรง ไม่ใช่เสียงจากภายนอก แต่เป็นเสียงที่ดังมาจากห้วงลึกของระบบที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบ "พลังงานอาคมตกค้าง" ที่มีความหนาแน่นสูงเกินขีดจำกัดปลอดภัย!]
[ระบบวิเคราะห์: พลังงานดังกล่าวไม่ได้มาจากหุ่นพยนต์ที่เพิ่งถูกทำลาย แต่กำลังถูกปลุกเร้าจาก "บางสิ่ง" ที่ถูกฝังอยู่ใต้พื้นห้องใต้ดินแห่งนี้]
[คำเตือน: เจ้าของพลังงานปริศนาดังกล่าวได้ตื่นจากการหลับใหล และกำลังเชื่อมต่อสัญญาณชีพจรกับ... รณกร]
รณกรหน้าถอดสี ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับพื้นเมื่อหน้าต่างระบบแสดงข้อความบรรทัดสุดท้ายที่ทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
[ตรวจพบรหัสพันธุกรรมและกลิ่นอายวิญญาณตรงกับ "ผู้ทำพันธสัญญาในอดีตชาติ"... ยินดีต้อนรับกลับสู่บ้านหลังเดิม, นายรณกร]
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและเติบโตไปพร้อมกับรณกรในบทนี้นะคะ
นภากระซิบผี
คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ•ตอนที่ 18
พลิกสถานการณ์ด้วยปัญญา
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!