ก้อนกระดาษสมุดฉีกยับยู่ยี่ถูกปาข้ามหัวรณกรไปแปะเข้ากับกรอบหน้าต่างกระจกสีชา ก่อนจะร่วงลงมานอนสงบนิ่งบนกองรายงานการขุดค้นทางมานุษยวิทยาที่เขากلั่นกรองมาตลอดทั้งคืน
"ฉันว่านายกำลังรนหาที่ตาย, กร"
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกลิ่นหอมจางๆ ของชาสมุนไพรจีนลอยมา10ปะทะนาสิก รณกรไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากกระดาษโน้ตในมือ นิ้วเรียวยังคงจรดปากกาหมึกซึมลงบนยันต์กระดาษสาเพื่อตรวจทานอักขระคาถาปราบวิญญาณระดับต้นที่อาจารย์มินตรามอบให้ท่องจำเมื่อสัปดาห์ก่อน เขารู้ดีว่าหากเส้นหมึกตัวอักษรตัวใดตัวหนึ่งเบี้ยวไปแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ผลลัพธ์ในยามฉุกเฉินอาจหมายถึงการที่ภูตผีสามารถหลุดลอดจากอาคมและหันมาหักคอเขาแทน
"มันไม่ใช่เรื่องรนหาที่ตายหรอกค่ะ... เอ๊ย, ไม่ใช่ครับ... เอ System Error เล็กน้อยค่ะอาจารย์" รณกรเผลออุทานแก้คำพูดตัวเองพัลวันเมื่อหันไปสบตาสีเทาเข้มภายใต้กรอบแว่นทรงหยดน้ำของอาจารย์สาวที่กำลังจ้องเขม็ง
อาจารย์มินตราเลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความเอ็นดูเลยสักนิด "หักคะแนนจิตวิสัยดีไหมคะเนี่ย เรียกฉันว่าอาจารย์จนติดปาก แต่ลับหลังยังแอบไปรับจ๊อบปราบผีตามห้องสมุดคณะอยู่เรื่อย"
"นั่นมันสถานการณ์บังคับต่างหากล่ะคะอาจารย์ ใครจะไปคิดว่าตู้เก็บวิทยานิพนธ์ปีสี่จะกลายเป็นจุดรวมญาติของวิญญาณบรรพบุรุษคณะประวัติศาสตร์กันเล่า" รณกรวางปากกาลงแล้วหันไปมองต้นตอของเรื่องวุ่นวายบนโต๊ะ นั่นคือ 'ไอ้ภูมิ' เพื่อนร่วมชั้นสายกิน เที่ยว และเกาะกลุ่มการรายงานที่ตอนนี้กำลังนั่งหน้าซีดเผือด ทำตัวลีบเล็กอยู่บนเก้าอี้หวายมุมห้องพักอาจารย์
ภูมิกลืนน้ำลายลงคอเสียงดังเอือก มือสั่นเทาชี้ไปยังแผ่นกระดาษยับเยินที่เพิ่งปาใส่หัวเพื่อนสนิท "กร... แกช่วยฉันเถอะวะ บ้านท้ายซอยซอยลาดพร้าว 42 ของคุณยายฉันเนี่ย มันไม่ได้ร้างธรรมดาแล้วนะเว้ย เมื่อคืนฉันฝันเห็นผู้หญิงชุดไทยโบราณมายืนจ้องหน้าเตียงนอน แถมตื่นมานาฬิกาทุกเรือนในบ้านก็หยุดเดินพร้อมกันตอนตีสามตรงเป๊ะ! แบบนี้มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ"
รณกรขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาสีดำสนิทฉายแววครุ่นคิดอย่างรอบคอบ เขายหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันแผนที่ ค้นหาพิกัดซอยดังกล่าว ระบบนำส่งข้อมูลภูมิประเทศแสดงผลเป็นบ้านไม้สักทองโบราณอายุร่วมร้อยปีที่ถูกล้อมรอบด้วยตึกสูงระฟ้า เป็นจุดอับสายตาที่พลังงานหยินมักจะไหลมารวมตัวกันตามหลักฮวงจุ้ยและสถาปัตยกรรมศาสตร์ไสยเวท
"บ้านทรงไทยโบราณที่ถูกตึกสูงล้อมรอบ... การไหลเวียนของกระแสลมถูกบล็อก แสงแดดส่องไม่ถึงพื้นดินเกินกว่าสามชั่วโมงต่อวัน เป็นเลย์เอาต์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับการกักเก็บพลังงานลบและดวงวิญญาณเร่ร่อน" เสียงทุ้มนุ่มนวลแต่เย็นเยียบของอาจารย์มินตราดังขึ้น เธอวางถ้วยแผ่นกระเบื้องเคลือบลงบนโต๊ะไม้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เสื้อคลุมผ้าลินินสีครีมสะพายทับด้วยกระเป๋าหนังเก่าๆ ที่อัดแน่นด้วยตำราไสยเวทรุ่นโบราณ
ภูมิสะดุ้งโหยงเมื่อหันมาเห็นอาจารย์สาวจ้องมองตนด้วยสายตานิ่งสนิท "อะ... อาจารย์ครับ อาจารย์หมายความว่ายังไงครับ?"
"หมายความว่าหลานกตัญญูอย่างเธอคงไม่ได้แค่ฝันไปหรอกค่ะคุณภูมิ" อาจารย์มินตราปรายตามองเอกสารประวัติที่ดินที่รณกรดึงขึ้นมาจากระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ "บ้านหลังนั้น... เมื่อสิบปีก่อนเคยเป็นสถานที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมอำพรางที่หาศพไม่พบ และคนที่ตายในบ้านหลังนั้น... ก็คือเจ้าของเดิมที่เป็นหญิงสาวตระกูลเก่าแก่ผู้ครอบครองคัมภีร์คาถาอาคมโบราณชุดสุดท้ายของตระกูล"
รณกรสูดหายใจเข้าลึก ภายในใจเริ่มประเมินความเสี่ยงและระดับพลังงานที่อาจต้องเผชิญ เขารู้ดีว่าการก้าวเข้าไปในเขตอาคมปิดตายเช่นนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ดวงตาสคมกวาดมองไปที่กระเป๋าเดินทางคู่ใจซึ่งบรรจุเกลืออาคม สายสิญจน์เจ็ดวัด และยันต์สะกดวิญญาณครบชุด
"เราต้องไปก่อนพระอาทิตย์ตกดินค่ะอาจารย์" รณกรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไหวพริบและความรอบคอบของเขาเริ่มทำงานเป็นระบบ "ถ้าปล่อยให้วิญญาณตนนั้นสะสมพลังงานจากความกลัวของภูมิไปจนถึงคืนวันพระจันทร์เต็มดวงในอีกสามวันข้างหน้า อาคมสะกดที่ตรรึงร่างเอาไว้จะเสื่อมสลาย และถึงตอนนั้น... ไม่ใช่แค่บ้านหลังนั้นที่จะกลายเป็นนรกบนดิน แต่รัศมีอาคมอาจแผ่ขยายกินพื้นที่ไปทั่วทั้งซอย"
ภูมิหน้าถอดสี รีบยกมือไหว้ท่วมหัว "กร! เพื่อนรัก! แกต้องช่วยฉันนะเว้ย ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ฉันออกเองหมด!"
รณกรส่ายหัวเบาๆ หยิบยันต์กระดาษสาขึ้นมาเหน็บไว้ที่กระเป๋าเสื้อสูทอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะส่งยิ้มเจื่อนให้เพื่อนสนิท "เก็บเงินไว้ทำบุญให้เจ้าที่เถอะค่ะเพื่อน เพราะถ้าเราพลาดท่าขึ้นมา นายอาจจะไม่เหลือแม้แต่เงินมาจ่ายค่าทำศพให้ฉันกับอาจารย์ด้วยซ้ำ"
อาจารย์มินตราหยิบพัดไม้จันทน์หอมขึ้นมาสะบัดเบาๆ ครั้งหนึ่ง รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปาก "เตรียมตัวให้พร้อมค่ะรณกร งานนี้ไม่ใช่แค่การปลดปล่อยดวงวิญญาณธรรมดา แต่ดูเหมือนจะมี 'ใครบางคน' จงใจเปิดประตูบ้านหลังนั้นรอต้อนรับพวกเราอยู่ก่อนแล้ว..."
สิ้นเสียงของอาจารย์สาว หน้าจอสมาร์ทโฟนของรณกรที่วางอยู่บนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้นมาเองอย่างไร้สาเหตุ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบภารกิจพิเศษที่ดังลั่นห้องพักเงียบสงบ—
*[แจ้งเตือนระบบภารกิจลับระดับ SSS: ตรวจพบคลื่นพลังงานปริศนาในเขตอาคมปิดตาย "เรือนศิริวัฒน์" — เป้าหมาย: ค้นหาความจริงเบื้องหลังการหายตัวไปของเจ้าของบ้าน และระวัง... อย่าหันกลับไปมองเด็ดขาด หากคุณได้ยินเสียงกระซิบเรียกชื่อจากด้านหลังขณะก้าวขาข้ามธรณีประตูบ้านหลังนั้น]*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับความหลอนและอบอุ่นนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ•ตอนที่ 7
คำเชิญจากชมรมพิสูจน์ความจริง
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!