กลิ่นไอมัสก์จางๆ และคราบเขม่าสีดำสนิทที่ยังคงติดอยู่ตามปลายนิ้ว คือเครื่องเตือนใจชั้นดีว่าเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อตอนตีสามที่ผ่านมาไม่ใช่ความฝัน รณกรทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งหน้าโต๊ะทำงาน ดวงตาคู่คมกวาดมองข้อความแสงสีฟ้าเรืองรองที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ—อินเทอร์เฟซระบบที่เขาเพิ่งปลดล็อกได้หมาดๆ หลังจากผ่านบททดสอบอันตรายจากวิญญาณอาฆาตในหอพักชาย
[ยินดีด้วยค่ะ โฮสต์รณกร ผ่านภารกิจย่อย 'ผู้พิทักษ์วิกาล' สำเร็จ]
[ระดับรางวัล: Bronze Tier]
[กำลังคำนวณแต้มสะสมและสิทธิ์ในการอัปเกรดทักษะ...]
เสียงติ๊ดเบาๆ ราวกับเครื่องจักรกลโบราณกำลังทำงานดังขึ้นในโสตประสาท พร้อมกับแถบพลังงานสีทองที่ค่อยๆ วิ่งจนเต็มหลอด รณกรพ่นลมหายใจยาวเหยียด เขายกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวตุๆ จากการใช้สมาธิขั้นสูงติดต่อกันหลายชั่วโมง
"โชคดีนะที่นายไม่สติหลุดไปเสียก่อน ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องเก็บกวาดซากนายออกจากห้องนั้นด้วยความยากลำบากแน่นอนค่ะ"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากมุมห้อง อาจารย์มินตราก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัวของชั้นหนังสือ มือเรียวยาวในถุงมือหนังสีดำกำลังบรรจงเช็ดใบมีดอาคมของเธอด้วยผ้าสะอาด เส้นผมสีรัตติกาลถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อย ทว่าดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตากลับจ้องมองศิษย์เอกด้วยแววตาพึงพอใจระคนขัน
รณกรเหลือบมองอาจารย์สาวเล็กน้อย มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นบางเบา "ถ้าผมสติหลุดจริงๆ อาจารย์คงไม่ได้ยืนจิบชาสบายใจแบบนี้หรอครับ—เอ๊ย... แบบนี้หรอกครับ... เอ๊ย ไม่ใช่!" ชายหนุ่มรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอใช้สรรพนามที่ไม่เข้ากับสถานการณ์
มินตราเลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อยริมฝีปากบางแย้มยิ้มเย้า "หืม? ดูเหมือนว่าสมองของนายจะยังมึนงงอยู่สินะคะ ถึงได้เผลอหลุดภาษาชาวบ้านออกมาแบบนั้น... ว่าแต่ ระบบบ้านั่นให้รางวัลอะไรกับคุณนักศึกษาผู้รอบคอบคนนี้บ้างล่ะคะ ลองเปิดให้ดิฉันดูหน่อยสิ"
รณกรไม่รอช้า เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา แล้วใช้นิ้วแตะเบาๆ ลงบนหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้า
[คุณได้รับแต้มสะสม: 1,500 แต้ม]
[ทักษะใหม่ปลดล็อก: 'เนตรญาณ (Spirit Eye) - ระดับ Bronze']
[คำอธิบายทักษะ: เพิ่มขีดความสามารถในการมองทะลุภาพลวงตา พลังงานไสยเวทตกค้าง และจำแนกเจตนาของดวงวิญญาณได้อย่างแม่นยำ 360 องศาภายในรัศมี 15 เมตร]
ทันทีที่ข้อความนั้นปรากฏขึ้น ร่างกายของรณกรก็กระตุกวูบ ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นพล่านจากต้นคอขึ้นมาสู่เบ้าตาทั้งสองข้าง ราวกับมีกระแสธาราอันอบอุ่นไหลเวียนผ่านเส้นประสาท ภาพตรงหน้าของเขาเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา ฝุ่นละอองในอากาศที่เคยลอยฟุ้งอย่างไร้ทิศทาง บัดนี้กลับปรากฏเป็นเส้นสายพลังงานสีครามจางๆ ไหลเวียนเชื่อมต่อกันราวกับใยแมงมุม และเมื่อเขามองผ่านกระจกหน้าต่างออกไปด้านนอก ทิวทัศน์ยามสายของมหาวิทยาลัยไม่ได้มีเพียงแค่นักศึกษาที่กำลังเดินข้ามถนนเท่านั้น แต่เขากลับมองเห็น 'ร่องรอย' ไอหมอกสีเทาจางๆ ที่หลงเหลือจากการเดินผ่านของภูตผีเร่ร่อนเมื่อคืนได้อย่างชัดเจน
"นี่มัน..." รณกรพึมพำด้วยความทึ่ง ดวงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
มินตราก้าวเข้ามาใกล้เธอโน้มตัวลงมองหน้าจอระบบข้ามไหล่ของเขา กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรจีนและชาขาวโชว์เข้ามาแตะจมูก "เนตรญาณระดับ Bronze สินะคะ... ถือเป็นการเริ่มต้นที่ไม่เลวเลยทีเดียว ทักษะนี้จะช่วยให้นายไม่ต้องคอยระแวงเงาตะคุ่มๆ เวลาเดินคนเดียวตอนกลางคืนอีกต่อไป แต่อย่าเพิ่งลำพองใจไปล่ะ เพราะยิ่งนายมองเห็นมากเท่าไหร่ พวกมันก็จะยิ่ง 'รู้' ว่านายมองเห็นมากเท่านั้น"
คำเตือนเรียบๆ แต่แฝงด้วยความจริงอันหนقหน่วงทำให้นายหนุ่มต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารู้ดีว่าอาจารย์ไม่ได้ขู่ โลกของไสยเวทและวิญญาณไม่ได้สวยงามเหมือนนิยายแฟนตาซี มันคือสมรภูมิที่ต้องใช้ทั้งสติ ปัญญา และความระมัดระวังทุกฝีก้าว
"แล้วแต้ม 1,500 แต้มนี้ ผมควรเอาไปทำอะไรดีครับ... เอ่อ หมายถึง เอาไปทำอะไรดีคะ อาจารย์มีคำแนะนำไหมคะ?" รณกรแก้คำลงท้ายอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นสายตาดุๆ ที่ส่งผ่านมาแวบหนึ่ง
มินตราหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกเอ็นดู เธอผละถอยหลังแล้วทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้าม "สำหรับแต้มจำนวนนี้ นายมีทางเลือกอยู่สองทางค่ะ ทางแรกคือการนำไปอัปเกรด 'ยันต์เกราะเพชร' ในคลังแสงของระบบให้มีความทนทานต่อคำสาประดับสูงขึ้น หรือทางที่สอง... เก็บไว้ปลดล็อก 'คัมภีร์ชำระบาตร' ที่ฉันเพิ่งอัปโหลดเข้าระบบส่วนกลางเมื่อเช้านี้"
รณกรหรี่ตามองตัวเลือกบนหน้าจอ สมองส่วนวิเคราะห์ประมวลผลอย่างรวดเร็ว ยันต์เกราะเพชรนั้นมีประโยชน์ในยามคับขันก็จริง แต่มันเป็นเพียงการ 'ป้องกัน' เชิงรับ ทว่าคัมภีร์ชำระบาตรของอาจารย์มินตราน่าจะเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาคดีวิญญาณอาฆาตที่กำลังพัวพันกับนักศึกษาในคณะมานุษยวิทยาช่วงนี้
"ผมเลือกคัมภีร์ชำระบาตรครับ... เอ๊ย ค่ะ!" รณกรตัดสินใจเด็ดขาด นิ้วเรียวจิ้มลงไปที่ปุ่มยืนยันการแลกเปลี่ยนทันที
[หักแต้มสะสม: 1,500 แต้ม]
[การแลกเปลี่ยนสำเร็จ: คุณได้รับ 'คัมภีร์ชำระบาตร (ฉบับคัดลอก)' เข้าสู่คลังไอเทม]
แสงสีทองอร่ามวาบขึ้นเบาๆ ก่อนจะมลายหายไป ทว่าในจังหวะนั้นเอง บรรยากาศภายในห้องทำงานที่เคยเงียบสงบก็พลันเย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน อุณหภูมิลดฮวบจนลมหายใจของทั้งคู่กลายเป็นไอสีขาวจางๆ เปลวไฟในตะเกียงโบราณบนโต๊ะกะพริบไหวสามครั้งติดต่อกัน—สัญญาณเตือนภัยอันคุ้นเคยที่ดังขึ้นในหัวของรณกร
มินตราหุบยิ้มทันที แววตาคู่คมเปลี่ยนเป็นจริงจัง เธอยกมือขึ้นห้ามไม่ให้ศิษย์หนุ่มขยับตัว "ดูเหมือนว่าระบบจะไม่ได้มีแค่รางวัลให้เจ้านะคะ รณกร..."
อาจารย์สาวเอื้อมมือไปหยิบแว่นตาขึ้นสวม ขณะที่หน้าจออินเทอร์เฟซระบบของรณกรที่ควรจะปิดตัวลงไปแล้ว กลับเด้งข้อความใหม่สีแดงฉานขึ้นมาด้วยความเร็วสูง เสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงดัง 'ตี๊ดๆๆ' ถี่รัวจนน่าปวดหัว
[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ S: พบการบุกรุกเขตอาคมของอาคารคณะมานุษยวิทยา]
[เป้าหมาย: วิญญาณพยาบาทระดับ Silver Tier 'เจ้าแม่สร้อยทอง']
[เงื่อนไขพิเศษ: เป้าหมายมุ่งตรงมาที่โฮสต์รณกรโดยเฉพาะ เนื่องจากความผูกพันทางสายเลือดที่ถูกซ่อนเร้น...]
รณกรชะביกูญแจในมือแน่น นัยน์ตาที่เพิ่งได้รับพลังเนตรญาณกวาดมองทะลุกำแพงห้องออกไปด้านนอก และสิ่งที่เขาเห็นผ่านเนตรญาณใหม่นี้ ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ—เงาสีดำทมิฬขนาดมหึมา กำลังพุ่งตรงขึ้นมาตามบันไดทางเดินด้วยความเร็วสูง และเป้าหมายของมันคือหน้าประตูห้องนี้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับความหลอนและอบอุ่นนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ•ตอนที่ 6
รางวัลจากระบบระดับ Bronze
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!