คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ•ตอนที่ 30

พักผ่อนฮีลใจคาเฟ่แมว

ผลงานโดย นภากระซิบผี
"ถ้ายังจ้องหน้าชิ้นเค้กสตรอว์เบอร์รีชีสเค้กชิ้นนั้นด้วยสายตาเคร่งเครียดแบบนี้อีกสามวินาที อาจารย์เกรงว่าวิญญาณอาฆาตจากคดีโกดังร้างเมื่อคืน อาจจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด แต่จะสิงสถิตอยู่ในท้องหนูก่อนแทนนะคะ, รณกร" น้ำเสียงเรียบเรื่อยที่เจือแววขบขันเจือจางดังขึ้น ท่ามกลางเสียงกระดิ่งทองเหลืองกรุ๊งกริ๊งที่ดังรับกับการผลักบานประตูไม้สีชาของร้านกาแฟเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ในซอยเงียบสงบ ห่างไกลจากความโกลาหลของสถานีตำรวจและกลิ่นอายสาบสางของอาคมไสยเวทมนตร์ดำที่พวกเราเพิ่งเผชิญกันมาตลอดสัปดาห์ รณกรสะดุ้งเล็กน้อย หลุดออกจากภวังค์ความคิดที่กำลังคำนวณวงอักขระคุ้มภัยยันต์เก้าทิศที่เขาเพิ่งวาดพลาดไปหนึ่งขีดบนสมุดโน้ตปกหนัง ชายหนุ่มกะพริบตาปริบๆ ปรับโฟกัสกลับมายังโลกความเป็นจริง โลกที่มีกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดออร์แกนิก เสียงเพลงแจ๊แผ่วเบาคลอเคลีย และไอน้ำอุ่นๆ ที่ลอยกรุ่นจากถ้วยชาคาโมมายล์ตรงหน้า เขามองอาจารย์มินตรา อาจารย์สาวประจำภาควิชามานุษยวิทยาและไสยศาสตร์โบราณ ผู้ซึ่งในเวลานี้ถอดเสื้อคลุมกันเปื้อนลายอักขระกันอาคมออก เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีครีมสบายตา กับแว่นตาทรงหยดน้ำที่ทำให้เธอดูลดอายุลงไปนับสปีชีส์ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับภาพลักษณ์ยามที่เธอถือคฑายันต์เหล็กไหลซัดกับภูตผีระดับภัยพิบัติเมื่อคืนก่อนลิบลับ "ผมไม่ได้เครียดเรื่องอาคมครับอาจารย์... ผมแค่กำลังคิดว่า ทำไมวิญญาณสัมภพยุคนี้ถึงได้เกเรแล้วก็หัวดื้อกว่าตำราโบราณที่อาจารย์เคยสอนไว้ตั้งเยอะต่างหาก" รณกรถอนหายใจยาวเหยียด เอนหลังพิงพนักโซฟานุ่มสีน้ำตาลเข้มอย่างอ่อนล้า ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบส้อมเล็กๆ มาตักชีสเค้กเนื้อเนียนเข้าปาก ความหวานละมุนตัดกับความเปรี้ยวอมหวานของสตรอว์เบอร์รีสดช่วยเยียวยาเซลล์สมองที่ตายด้านไปนับล้านเซลล์ให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาในพริบตา "ก็เหมือนกับมนุษย์เรานั่นแหละค่ะ ยุคสมัยเปลี่ยน ความโลภ ความแค้น และกิเลสก็พัฒนาตามเทคโนโลยี วิญญาณก็แค่สะท้อนสิ่งที่หลงเหลืออยู่ในจิตใจตอนยังมีชีวิต" อาจารย์มินตราเอ่ยตอบเรียบๆ พลางยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ สายตาทอดมองออกไปนอกกระจกใส ที่ซึ่งฝูงแมวเปอร์เซียและแมวไทยลายสลิดกำลังเดินอวดโฉมอยู่บนเบาะนอนนุ่มฟูภายในโซนคาเฟ่แมวของร้าน ที่นี่คือ "Meow & Mystic Cafe" ร้านกาแฟฮีลใจที่รณกรเป็นคนแนะนำให้มาหลบภัย หลังจากที่เราต้องวิ่งวุ่นสืบสวนคดีฆาตกรรมอำพรางด้วยพิธีกรรมไสยเวทมานานติดต่อกันสามวันสามคืนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน การได้มานั่งเงียบๆ ในบรรยากาศที่มีเจ้านายสี่ขาเดินคลอเคลียพันแข้งพันขา นับเป็นการพักผ่อนหย่อนใจที่หรูหราที่สุดในรอบเดือนนี้แล้ว *ง우วว...* เสียงร้องทุ้มต่ำในลำคอของเจ้าส้มจุก แมวพันธุ์วิเชียรมาศหน้าตาบึ้งตึงแต่ตัวอ้วนกลมดังขึ้น มันเดินย่องเข้ามาใกล้โต๊ะของรณกร ก่อนจะกระโดดขึ้นมานั่งบนตักของชายหนุ่มอย่างไร้พิธีรีตอง รณกรทำหน้าเหเกือบจะผลักมันออกตามสัญชาตญาณ เพราะเขารู้ดีว่าดวงสมพงษ์กับสิ่งลี้ลับของเขามักจะดึงดูดอะไรแปลกๆ เสมอ แม้แต่สัตว์ก็มักจะสัมผัสพลังงานบางอย่างได้ "อุ้ย... ดูเหมือนเจ้าส้มจุกจะถูกใจเธอนะคะ, กร" อาจารย์มินตราหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความขบขัน "มันไม่ได้ถูกใจผมหรอกครับอาจารย์ มันแค่มองเห็นอะไรบางอย่างที่เกาะอยู่บนไหล่ผมต่างหาก..." รณกรพูดติดตลก แต่ดวงตากลับหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นว่า เจ้าส้มจุกไม่ได้กำลังมองหน้าเขา แต่มันกำลังจ้องเขม็งไปที่ว่างเปล่าเหนือหัวไหล่ซ้ายของเขา ขนตามลำตัวของเจ้าแมวอ้วนพองฟูขึ้นทีละน้อย นัยน์ตาสีฟ้าใสสะท้อนเงาบางอย่างที่มนุษย์มองไม่เห็น บรรยากาศผ่อนคลายในร้านกาแฟสีพาสเทลพลันเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา เสียงเพลงแจ๊สที่เคยไพเราะกลับแผ่วเบาลงราวกับถูกกลืนหายไปในอากาศ อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนรณกรต้องลูบแขนตัวเองเพื่อขับไล่ความหนบเหนอะที่แล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้ว อาจารย์มินตราวางถ้วยกาแฟลงบนจานรองอย่างนุ่มนวล แต่รวดเร็ว ใบหน้าที่เคยผ่อนคลายกลับมาเรียบตึงเป็นเส้นตรง สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบร้านที่ตอนนี้ลูกค้าคนอื่นๆ ดูเหมือนจะหายไปไหนหมด เหลือเพียงความเงียบงันที่น่าประหลาด "ดูเหมือนว่า... เราจะสั่งเค้กมาทานผิดเวลาเสียแล้วสิคะ" อาจารย์สาวเอ่ยเสียงกระซิบเบาหวิว มือเรียวยาวเอื้อมไปหยิบแผ่นยันต์กระดาษสีชาออกจากกระเป๋าเสื้ออย่างแนบเนียน รณกรสูดหายใจเข้าลึก ตั้งสติเตรียมพร้อมรับมือ ขณะที่เจ้าส้มจุกส่งเสียงขู่ฟ่อในลำคอ ดวงตาสีฟ้าใสของมันจ้องเขม็งไปยังเงาดำมหึมาที่กำลังก่อตัวขึ้นช้าๆ ตรงมุมมืดของโซนกระจกหน้าร้าน เงาดำนั้นแผ่ไอเย็นเยือกและกลิ่นอายความตายที่คุ้นเคย—กลิ่นอายเดียวกับวิญญาณในคลังสินค้าที่เพิ่งถูกปราบไปเมื่อคืน, แต่นี่ไม่ใช่เศษเสี้ยว... นี่คือตัวจริงที่ตามมาเอาคืนถึงถิ่น! ก่อนที่รณกรจะทันได้เอ่ยปากเตือนอะไร หน้าต่างระบบสีฟ้าใสที่เขาไม่ได้เห็นมานานก็เด้งพรวดขึ้นกลางอากาศด้วยแสงวาบแสบตา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทอย่างชัดเจน **[ระบบแจ้งเตือนภารกิจพิเศษระดับ SSS: "แขกไม่ได้รับเชิญในคาเฟ่แมว"]** **[เงื่อนไข: ขับไล่หรือชำระล้างวิญญาณอาฆาตแห่งปฐพี ก่อนที่อาณาเขตของร้านจะพังทลายลง]** **[บทลงโทษหากล้มเหลว: สูญเสียพลังวิญญาณครึ่งหนึ่ง และถูกจองจำในมิติกระจกเงาชั่วนิรันดร์]** รณกรเบิกตากว้างเมื่อเห็นตัวเลขถอยหลังสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นมุมขวาบนของหน้าต่างระบบ—*เหลือเวลาอีกเพียง 3 นาทีเท่านั้น!* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ไขปริศนา และเติบโตไปพร้อมกับความลับของไสยเวทเล่มนี้ด้วยกันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%