"อย่าขยับค่ะ รณกร"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคมดุจใบมีดของอาจารย์มินตราดังขึ้นแทบจะทันทีที่ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอคว้าเข้าที่ข้อศอกของเขา แรงดึงเพียงเล็กน้อยกลับหนักหน่วงราวนقبเหล็กกล้า ดึงรั้งให้ร่างของรณกรที่กำลังจะก้าวไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณต้องหยุดชะงักลงทันที
กลิ่นอายความตายที่โชยมาจากตู้โดยสารด้านหลังไม่ได้มาพร้อมกับความเย็นยะเยือกแบบที่วิญญาณเร่ร่อนทั่วไปพึงมี แต่มันหนาแน่นและหนักอึ้งจนกดทับลงบนทรวงอก ราวกับบรรยากาศภายในห้องดับจิตที่ถูกปิดตายมาเป็นแรมปี รณกรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาเพ่งมองผ่านช่องว่างของบานประตูที่เปิดแง้มออก ความมืดมิดภายในตู้โดยสารรถไฟขบวนนั้นไม่ได้ว่างเปล่า หากแต่มี "บางสิ่ง" กำลังเคลื่อนไหวอยู่
*[ระบบแจ้งเตือนระดับวิกฤต: ตรวจพบคลื่นพลังงานอาคมระดับสูง "ค่ายกลสะกดวิญญาณโลหิต" พิกัด: ตู้โดยสารหมายเลข 4 คำเตือน: ผู้เล่นเสี่ยงต่อการสูญเสียสติสัมปชัญญะถาวร]*
เสียงแจ้งเตือนในจิตสำนึกดังระรัวจนศีรษะของรณกรปวดแปลบ เม็ดเหงื่อกาฬผุดขึ้นตามไรผม แม้เขาจะผ่านเหตุการณ์ลี้ลับมานับครั้งไม่ถ้วนภายใต้ความช่วยเหลือของอาจารย์สาวผู้รอบรู้ แต่กลิ่นคาวเลือดที่เจือมากับสายลมในห้องโดยสารนี้กลับให้ความรู้สึกอันตรายถึงชีวิตอย่างแท้จริง
"อาจารย์ครับ— เอ๊ย, อาจารย์คะ" รณกรเผลอเปลี่ยนสรรพนามเกือบไม่ทันเมื่อนึกถึงกฎเหล็กที่อาจารย์มินตรามักจะเตือนอยู่เสมอว่าให้อยู่ในโหมดสำรวมยามปฏิบัติภารกิจ "ผมว่านี่ไม่ใช่ภูตผีธรรมดาแล้วล่ะค่ะ ดูรอยอักขระบนพื้นนั่นสิคะ"
อาจารย์มินตราไม่ได้ตอบคำถามทันที ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีชาหรี่ลงเล็กน้อย มือขวาของเธอล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมยาว หยิบแผ่นยันต์กระดาษสีชาดที่มีอักขระโบราณจารึกไว้อย่างประณีตขึ้นมาถือไว้หลวมๆ ท่าทางของเธอดูผ่อนคลายอย่างน่าประหลาดท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้รณกรอุ่นใจขึ้นมาบ้าง—ความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของอาจารย์ประจำภาควิชามานุษยวิทยาผู้นี้
"ไม่ใช่แค่ภูตผีค่ะ รณกร" อาจารย์มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยกวาดมองผ่านช่องประตูที่เปิดกว้างขึ้นทีละน้อย "นี่คือร่องรอยของพิธีกรรมไสยเวทสายดำที่ถูกบิดเบือน มีคนจงใจใช้ร่างของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเราเป็นภาชนะรองรับดวงวิญญาณอาฆาต"
ก่อนที่รณกรจะได้วิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงครางฮือในลำคอราวกับสัตว์ป่าบาดเจ็บก็ดังขึ้นจากความมืดภายในตู้โดยสาร ร่างของนักศึกษาชายคนหนึ่งในชุดยูนิฟอร์มมหาวิทยาลัยก้าวออกมาจากเงาสลัว เส้นผมยุ่งเหงิง ดวงตาเบิกโพลงจนแทบถลนและมีเลือดไหลซึมออกมาจากห้างตา
สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ ที่ข้อมือซ้ายของนักศึกษาคนนั้น ปรากฏรอยอักขระสีดำสนิทที่กำลังเปล่งแสงเรืองรองจางๆ ราwithชีพจรมีชีวิต มันขยับและเลื้อยไปมาบนผิวเนื้อราวกับพยาธิเพลิง ร่างนั้นทรุดฮวบลงกับพื้นรถไฟอย่างแรง ก่อนจะหมดสติไปในทันที พร้อมๆ กับที่รอยอักขระบนข้อมือขยายวงกว้างขึ้นเป็นรูปวงแหวนประหลาด
"นั่นคือรายที่เจ็ดของสัปดาห์นี้สินะคะ" รณกรพึมพำด้วยความเคร่งเครียด นัยน์ตาคมกวาดมองสำรวจรอยอักขระนั้นอย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูง "อักขระแบบนี้... ไม่ใช่ภาษาไทยโบราณแน่ๆ แต่มันคือนิรุกติศาสตร์จากคัมภีร์เขมรต่ำที่มีการดัดแปลงโครงสร้างพลังงาน เพื่อดูดกลืนพลังชีวิตของคนที่มีธาตุประจำตัวตรงกับวันอุบัติเหตุ"
อาจารย์มินตราพยักหน้ารับน้อยๆ มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่บ่งบอกถึงความพอใจในความรอบคอบของลูกศิษย์ "ฉลาดมากค่ะ รณกร มองขาดในพริบตาเดียว สมกับที่ฉันฝึกสอนมานาน... แต่ตอนนี้ เราไม่ได้มีเวลามานั่งชื่นชมกันหรอกนะคะ"
ทันทีที่สิ้นคำพูดของอาจารย์มินตรา แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็พุ่งเข้ากระแทกตัวรถไฟจนเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัว ประตูตู้โดยสารรอบด้านดีดเปิดออกพร้อมกันโดยไม่มีสาเหตุ กลุ่มควันสีดำทึบพวยพุ่งออกมาจากช่องแอร์ กลายเป็นเงาร่างนับสิบที่บิดเบี้ยวและส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนจนแก้วแทบแตก
*[ระบบแจ้งเตือนระดับวิกฤตสูงสุด: ตรวจพบการปลุก "กองทัพวิญญาณทาสโลหิต" จำนวน 48 ตน เงื่อนไขการเอาชีวิตรอด: คลี่คลายค่ายกลภายใน 3 นาที หรือสูญเสียพลังวิญญาณทั้งหมด]*
หน้าต่างระบบสีฟ้าสว่างวาบขึ้นในห้วงความคิด พร้อมกับเสียงตีระฆังเตือนภัยที่ดังหนวกหู รณกรสูดลมหายใจเข้าลึก and ตั้งสมาธิ มือขวาตวัดหยิบยันต์เก้าเฮี้ยนออกจากกระเป๋าเสื้ออย่างคล่องแคล่ว ท่วงท่ามั่นคงและเด็ดเดี่ยวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากการฝึกฝนร่วมกับอาจารย์สาวตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
"อาจารย์คะ ด้านซ้ายฉันจัดการเองค่ะ!" รณกรตะโกนบอกพร้อมกับสะบัดยันต์ออกไปปะทะกับเงาดำที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว แสงสีทองสว่างวาบขับไล่ความมืดมิดให้ถอยร่นไปชั่วขณะ
อาจารย์มินตรามองภาพลูกศิษย์หนุ่มที่เติบโตขึ้นจนกลายเป็นแนวหน้าในการเผชิญหน้ากับความตายได้อย่างสง่างาม รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เธอสะบัดมือขวาเบาๆ อักขระสีชาดในมือก็ลอยละลิ่ววาดเป็นโครงข่ายตาข่ายอาคมคุ้มกันทั่วทั้งขบวนรถไฟอย่างแม่นยำ
"อย่าประมาทนะคะ รณกร..." อาจารย์มินตราเอ่ยเสียงนุ่มท่ามกลางเสียงกรีดร้องของภูตผี "เพราะบอสใหญ่ที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง... เพิ่งจะเริ่มจับตาดูพวกเราจากเงื้อมมือความมืดแล้วล่ะค่ะ"
สิ้นเสียงของอาจารย์สาว แสงไฟกระพริบติดๆ ดับๆ ภายในตู้โดยสารก็ดับวูบลงสนิท เหลือเพียงความมืดมิดที่กลืนกินทุกสิ่ง และที่ปลายทางเดินมืดมิดนั้นเอง ดวงตาสีแดงฉานคู่ใหญ่คู่หนึ่งก็ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นตรงข้างหูของรณกร—
*“...เจอตัวแล้ว... ผู้สืบทอดคนต่อไป...”*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับ "นภากระซิบผี" เสมอมานะคะ!
คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ•ตอนที่ 23
คดีฆาตกรรมต่อเนื่องในมหาวิทยาลัย
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!