สามครั้ง
กวินนิ่งค้างอยู่ในความมืดครึ้มของห้องโดยสารลิฟต์ มือขวาที่เกือบจะเอื้อมไปกดปุ่มฉุกเฉินชะงักงัน กล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งขมุกขมัวไปตามสัญชาตญาณดิบ เสียงเคาะนั้นไม่ได้ดังมาจากด้านใน แต่ดังสะท้อนผ่านแผ่นเหล็กหนาทึบของประตูลิฟต์—ปัง... ปัง... ปัง—มันคือจังหวะเคาะที่ทิ้งช่วงอย่างจงใจ สามครั้งที่เหมือนค้อนตอกลงบนโลงศพของความสงบสุขที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นมาตลอดสัปดาห์
ภาพเงาของชายในชุดสูทสีดำสนิทที่ยืนอยู่หน้าห้องของรินเมื่อตอนกลางวันผุดวาบขึ้นมาในหัว ริน... หญิงสาวผู้กุมกุญแจสำรองและคราบน้ำตาแห่งความลับของตึกระฟ้าแห่งนี้ ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน? และไอ้บ้านั่นรู้ได้อย่างไรว่าเขากำลังติดอยู่ในกล่องเหล็กตายซากนี่?
ลิฟต์ตัวเก่าส่งเสียงครางฮือเบาๆ สายเคเบิลด้านบนเสียดสีกันจนเกิดเสียงแสบแก้วหู กวินกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก รสฝาดของความกลัวแล่นพล่านไปทั่วโคนลิ้น เขาตัดสินใจสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ขยับเท้าเข้าไปประชิดบานประตูเหล็ก แล้วตะโกนสวนออกไปโดยไม่คิดชีวิต
"ใครวะ!"
เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือจนน่าสมเพช แต่สิ่งที่ตอบกลับมาไม่ใช่เสียงพูดคุย หากแต่เป็นเสียงหัวเราะทุ้มต่ำ—เป็นเสียงหัวเราะที่กลั้วไปด้วยความเย้ยหยัน มันดังลอดผ่านร่องแคบๆ ของขอบประตูลิฟต์เข้ามา ราวกับคนที่ยืนอยู่ข้างนอกกำลังแนบปากติดกับรอยต่อเหล็กนั้นเพื่อส่งเสียงกระซิบตรงเข้าสู่แก้วหูของเขาโดยตรง
วินาทีถัดมา หน้าจอแสดงผลตัวเลขชั้นบนผนังลิฟต์ก็กระพริบพร่า สีแดงเลือดหมูของตัวเลข '14' ดับวูบลง แล้วเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์ประหลาดที่กวินไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ตัวเลข แต่เป็นรูปวงกลมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางลากผ่านตรงกลาง—สัญลักษณ์เดียวกับที่เขาเคยเห็นรอยขูดขีดบนโต๊ะทำงานของ 'ธนา' เพื่อนร่วมทีมฝ่ายบัญชีผู้เงียบขรึม
ธนา... ผู้ชายที่มักจะนั่งกินข้าวเที่ยงคนเดียวที่มุมสุดของโรงอาหารเสมอ
แสงไฟนีออนในลิฟต์กะพริบถี่รัวราวกับกำลังจะขาดใจ ก่อนที่ความมืดมิดจะกลืนกินทุกสิ่งลงไป
***
แสงนีออนสีขาวโพลนของสำนักงานใหญ่ชั้น 24 ในเวลาเที่ยงตรง ช่างตัดขาดจากโลกภายนอกได้อย่างสมบูรณ์แบบ กวินนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาด 27 นิ้ว แสงสะท้อนจากหน้า Excel Sheet ส่องกระทบแว่นตาหนาเตอะของเขาจนเห็นเป็นดวงตาสีขาวโพลนไร้ชีวิตชีวา รอบตัวเขา พนักงานนับร้อยคนกำลังขยับนิ้วพิมพ์แป้นพิมพ์ราวกับเครื่องจักรกลที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ ไม่มีใครพูดคุย ไม่มีใครสบตาใคร เสียงเดียวที่ได้ยินคือเสียงคลิกเมาส์รัวเร็วดั่งเสียงฝนตกบนหลังสังกะสี
กวินเหลือบสายตามองนาฬิกาข้อมือ—12:05 น.
เป็นเวลาปรกติที่เขาจะต้องเดินลงไปซื้อแซนด์วิชทูน่าสามเหลี่ยมจากร้านสะดวกซื้อชั้นล่าง แล้วกินมันเงียบๆ ที่บันไดหนีไฟชั้น 18 เพื่อหลีกหนีสายตาและการสนทนาไร้สาระของเพื่อนร่วมงาน แต่สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นแผ่นหลังของธนา
ธนานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวเดิม มุมอับสายตาใต้เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก บนโต๊ะของธนามີกล่องข้าวพลาสติกใสที่ยังไม่ได้เปิดฝา ข้าวสวยแห้งกรังจนเป็นสีเหลืองจับตัวเป็นก้อน และไข่ดาวที่ทอดไว้นานจนไข่แดงแข็งโป๊กเป็นสีเขียวคล้ำ ธนานั่งนิ่งสนิท มือข้างหนึ่งถือปากกาค้างไว้เหนือกระดาษรายงาน สายตาเหม่อลอยมองทะลุกระจกใสออกไปเบื้องล่าง—มองความเวิ้งว้างของมหานครที่เต็มไปด้วยตึกสูงปูนเปลือย
กวินไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขาลุกขึ้นยืน ขาทั้งสองข้างก้าวเดินไปข้างหน้าราวกับถูกสะกดจิต ทั้งที่สมองส่วนลึกพยายามร้องเตือนว่า *'อย่าไปยุ่ง เรื่องของคนอื่น'* แต่ภาพเหตุการณ์ในลิฟต์เมื่อเช้าตรู่ยังคงติดค้างอยู่ในอก เสียงหัวเราะทุ้มต่ำนั้นยังคงหลอนประสาท
"ธนา..." กวินส่งเสียงเรียกเมื่อยืนอยู่ข้างโต๊ะ
ไม่มีการตอบสนอง ธนายังคงนิ่งราวกับรูปปั้นหินทราย กวินต้องเอื้อมมือไปแตะที่ไหล่ผอมเกร็งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีฟ้าซีดนั่นเบาๆ
ธนาสะดุ้งสุดตัว ร่างกายกระตุกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อต เขาดึงไหล่ออกจากการสัมผัสทันทีอย่างแรงจนเก้าอี้ล้อเลื่อนถอยหลังไปครูดกับพื้นเสียงดังครืด ใบหน้าซีดเซียวตอบรับด้วยดวงตาเบิกKว้าง เส้นเลือดฝอยในตาขาวแดงก่ำราวกับคนไม่ได้นอนมาสามคืนติดต่อกัน
"คุณ..." ธนาหอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ "คุณมาทำอะไรตรงนี้?"
"ฉันแค่น้ำ... เอ่อ ฉันเห็นนายยังไม่ไปกินข้าวเที่ยง" กวินอึกอัก รู้สึกประหลาดใจกับปฏิกิริยาที่รุนแรงเกินเหตุของอีกฝ่าย สายตาของคนทั้งแผนกเริ่มหันมามอง แต่ไม่มีใครเอ่ยปากทัก ไม่มีใครลุกขึ้นมาดู ทุกคนแค่เหลือบมองด้วยหางตาแล้วก็ก้มหน้ากลับไปจดจ่อกับหน้าจอของตัวเองต่อ—ความเพิกเฉยอันชาชินคือเกราะป้องกันภัยที่หนาที่สุดของคนเมือง
"ข้าวเที่ยงเหรอ..." ธนาแค่นหัวเราะออกมา เป็นเสียงหัวเราะแห้งผากที่ฟังดูน่าสมเพชยิ่งกว่าเสียงหัวเราะในลิฟต์เมื่อเช้า "ข้าวเที่ยงมันมีไว้สำหรับคนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างหาก กวิน... นายคิดว่าพวกเรากำลังทำอะไรกันอยู่?"
"หมายความว่ายังไง?" กวินขมวดคิ้ว นั่งยลงบนเก้าอี้ว่างข้างๆ โดยไม่สนสายตาใคร
ธนาหันซ้ายหันขวา ราวกับหวาดระแวงว่าจะมีใครแอบฟัง ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นกาแฟดำราคาถูกลอยเข้าจมูก "นายเคยรู้สึกไหม... ว่าตึกหลังนี้มันไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อให้เราทำงาน แต่มันสร้างขึ้นมาเพื่อ 'กักเก็บ' อะไรบางอย่าง"
"นายเครียดเกินไปแล้ว ธนา ช่วงนี้ปิดงบไตรมาส นายคงนอนน้อย" กวินพยายามพูดด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม แต่มือของเขากลับชื้นเหงื่อ
"ฉันนอนพอนะ กวิน..." ธนาพูดด้วยน้ำเสียงกระซิบที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก "แต่ความฝันของฉันมันแปลก... ทุกคืน ฉันฝันว่าตัวเองติดอยู่ในลิฟต์ตัวเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วมีคนมาเคาะประตู... เคาะสามครั้ง... เคาะเพื่อบอกว่า *'หมดเวลาแล้ว'* "
กวินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกในลำคอ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นโดยอัตโนมัติ
*เสียงเคาะสามครั้งในลิฟต์...*
ธนารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร? ในเมื่อเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นตอนตีหวดที่ลิฟต์ค้าง และเขาอยู่คนเดียวในกล่องเหล็กนั้น ไม่มีใครรู้เรื่องนั้นนอกจากตัวเขาเอง!
"นาย... รู้เรื่องลิฟต์ได้ยังไง?" กวินถามเสียงสั่น มือเผลอจับขอบโต๊ะแน่นจนข้อต่องอขาว
ธนายังไม่ทันได้ตอบ ประตูห้องทำงานกระจกบานใหญ่ของผู้จัดการฝ่ายก็เปิดผางออก เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นกระเบื้องดังคลิก... คลิก... ท่ามกลางความเงียบงัน รินก้าวเข้ามาในห้องทำงานแผนกบัญชี เธอไม่ได้ใส่ชุดพนักงานทำความสะอาดสีเขียวมอซออย่างที่กวินเคยเห็น แต่เธอสวมชุดสูทสีเทารัดรูป ทาปากสีแดงเข้มจัด และในมือถือแฟ้มเอกสารสีดำสนิท—แฟ้มเดียวกับที่วางอยู่บนโต๊ะของธนา
รินกวาดสายตาคมกริบมองกราดไปทั่วห้อง ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะหยุดนิ่งอยู่ที่กวิน มุมปากของเธอหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
"ยินดีต้อนรับสู่มื้อเที่ยงมื้อสุดท้ายค่ะ, คุณกวิน" รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ก้องกังวานไปทั่วทั้งชั้นสำนักงานที่เงียบสงบ
ทันทีที่สิ้นเสียงพูด ประตูลิฟต์ฉุกเฉินที่อยู่สุดทางเดินก็เปิดผางออกเองพร้อมกันทั้งสามตัว—และไม่มีใครอยู่ในนั้นเลย นอกจากเงาสะท้อนของกวิน ธนา และริน ที่ซ้อนทับกันเป็นร่างเดียวบนผนังกระจกสีดำมืดมิดเบื้องหน้า!
เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 6
อาหารมื้อเที่ยงที่ไม่ได้กิน
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!