เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 5

เสียงร้องไห้ในลิฟต์

ผลงานโดย คนมองเมือง
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับของขยะเปียกยังติดอยู่ที่ปลายนิ้วของกวิน ขณะที่ประตูเหล็กสีเทาของลิฟต์ตัวสุดท้ายในตึกสำนักงานใหญ่ปิดลงอย่างเชื่องช้า ตัดขาดพวกเขากอกจากความวุ่นวายของโถงทางเดินด้านนอก รินยืนนิ่งอยู่มุมตnocของลิฟต์ ชุดยูนิฟอร์มพนักงานทำความสะอาดสีเขียวเข้มเปื้อนคราบน้ำยาล้างห้องน้ำที่ชายกระโปรง เธอยังถือถุงขยะสีดำใบโตไว้ในมือข้างหนึ่ง ปลายนิ้วเรียวผอมเกร็งแน่นจนข้อตอกลายเป็นสีขาว ขณะที่กวินยืนหายใจหอบถี่ องُศาของแว่นสายตาเอียงกระفسเล็กน้อยจากการวิ่งหนีความอลหม่านเมื่อครู่ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเขากลับไม่ใช่ความเหนื่อยล้า หากเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของหญิงสาว—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เสียดเย้ย และความลับบางอย่างที่เธอเพิ่งมอบให้ชายแปลกหน้าคนนั้นไป “คุณบ้าไปแล้วหรือไรริน” กวินเค้นเสียงกระซิบลอดไรฟัน หัวใจยังเต้นโครมครามด้วยความตกใจ “คุณเพิ่งเอาอะไรให้เขาไป? ถ้ามันเป็นหลักฐาน หรือถ้าคนคนนั้นเป็น...” “ถ้าเขาเป็นคนที่ตำรวจกำลังตามหา?” รินหันมาสบตาเขา แววตานิ่งสงบจนน่ากลัว “แล้วถ้าของในถุงนั้น ไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย แต่มันเป็นเศษซากความทรงจำที่ใครบางคนทิ้งขว้างล่ะ กวิน... บางครั้งคนเราก็ยอมจ่ายเงินมหาศาล เพื่อซื้อเศษขยะของตัวเองคืน” ลิฟต์ยังคงเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นใต้ดินอย่างต่อเนื่อง หน้าจอตัวเลขดิจิทัลสีแดงเปลี่ยนจากเลข 34... ลดลงมาเรال 32... 30... เสียงเครื่องยนต์ของลิฟต์ส่งเสียงฮัมต่ำๆ คล้ายเสียงคำรามในลำคอของสัตว์ป่าบาดเจ็บ กวินขยับตัวจะพูดต่อ แต่จู่ๆ ตัวลิฟต์ก็เกิดอาการกระตุกอย่างรุนแรงจนทั้งคู่เซถลาไปชนกับผนังกระจกเงาบานใหญ่ *กริ๊ก... ตึ้ง!* ตัวลิฟต์หยุดนิ่งกะทันหันระหว่างชั้น 18 และชั้น 19 ไฟเพดานสีขาวนีออนกะพริบถี่สองสามครั้งก่อนจะดับวูบลง เหลือเพียงแสงสีส้มสลัวจากหลอดไฟฉุกเฉินมุมตู้ ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก ความเงียบสงบอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุมทันที มีเพียงเสียงถอนหายใจยาวเหยียดที่ดังขึ้นจากมุมมืดฝั่งตรงข้าม ไม่ใช่เสียงของพวกเขา กวินหันขวับไปมอง รินเองก็ก้าวถอยหลังครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ที่มุมอับด้านหลังแผงปุ่มกดลิฟต์ ซึ่งเงาสลัวของโครงสร้างบังตาอยู่ มีร่างหนึ่งกำลังขดตัวอยู่บนพื้นพรมสีเทาเข้ม นั่นคือ "ลลินา" รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน หญิงสาวผู้ทรงอิทธิพลวัยสามสิบปลายๆ ผู้ซึ่งปรากฏตัวตามหน้าสื่อธุรกิจด้วยชุดสูทสั่งตัดราคาแพง ทรงผมรวบตึงอย่างไร้ที่ติ และแววตาดุดันเฉียบคมที่เคยสั่งปลดพนักงานนับร้อยคนด้วยลายเซ็นเดียว แต่ในวินาทีนี้ ลลินาในสภาพไร้ซึ่งเกราะกำบังใดๆ เธอนั่งชันเข่าซุกหน้าลงกับฝ่ามือ ไหล่บางสั่นเทระรัวตามแรงสะอื้นที่พยายามกลั้นไว้จนสุดชีวิต เสียงร้องไห้ของเธอไม่ใช่เสียงโวยวายฟูมฟาย แต่มันเป็นเสียงสะอื้นฮักที่ขาดห้วงและเจ็บปวด เหมือนเสียงของเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่พลัดหลงในความมืดมิดของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ กวินอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทัน ภาพลักษณ์ของ ‘ผู้หญิงเหล็ก’ แห่งวงการการเงินที่เขาเคยเห็นผ่านจอโทรทัศน์เมื่อเช้า กำลังทับซ้อนกับร่างที่สั่นเทาตรงหน้าอย่างไม่น่าเชื่อ เธอถอดรองเท้าส้นสูงแบรนด์ดังโยนทิ้งไว้ข้างตัว ถุงน่องสีเนื้อรันเป็นทางยาว และที่น่าตกใจที่สุดคือ ปลายนิ้วมือของเธอกำลังจิกทึ้งเส้นผมของตัวเองจนหลุดร่วงติดมือ รินเป็นคนแรกที่ขยับตัว กวินเอื้อมมือจะคว้าแขนเธอไว้ แต่รินเพียงแค่ส่ายหน้าช้าๆ สายตาของเธอในตอนนี้ไม่มีความกลัว หวาดระแวง หรือความอยากรู้อยากเห็น มีเพียงประกายความเห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้ง—ประกายความอ่อนโยนแบบที่รินมักจะใช้มองดูห้องพักหรูหราที่ว่างเปล่าของคนแปลกหน้า รินก้าวเข้าไปช้าๆ คุกเข่าลงบนพื้นพรมสกปรกข้างๆ ผู้บริหารสาวระดับสูงคนนั้น โดยไม่สนใจว่าชุดยูนิฟอร์มของเธอจะเลอะเทอะเพิ่มขึ้นหรือไม่ “คุณ... คุณลลินาคะ” รินเอמהเรียกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลายคามือ ลลินาผงะเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาที่เคยเฉียบคมบวมช้ำ แดงก่ำ และเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาจนพร่ามัว เครื่องสำอางราคาแพงไหลเปรอะเปื้อนแก้มขาวเนียน เธอมองหน้าแม่บ้านสาวสลับกับกวินด้วยแววตาตื่นตระหนกปนความอับอายระคนโกรธเกรี้ยว “ออกไป...” เสียงของลลินาแหบแห้งและสั่นเครือ เธอยกมือขึ้นปัดป่ายอากาศอย่างไร้ทิศทาง “อย่ามอง... อย่ามองฉันสภาพนี้! ออกไปให้พ้น!” “ลิฟต์ค้างค่ะคุณ” รินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น เธอไม่ได้ถอยหนี กลับขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด “และบางที... การได้อนุญาตให้ตัวเองอ่อนแอต่อหน้าคนแปลกหน้า อาจจะปลอดภัยกว่าการต้องเข้มแข็งต่อหน้าคนที่รู้จักคุณดีเสียอีกนะคะ” คำพูดนั้นราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบลงกลางใจ ลลินาชะงักกึก ร่างที่สั่นเทิ้มหยุดนิ่งไปชั่วขณะ เธอกวาดสายตามองหน้ากวิน พนักงานออฟฟิศระดับล่างที่เธอไม่เคยแม้แต่จะชายตามองในยามปกติ และมองริน หญิงทำความสะอาดที่เธอเคยเดินผ่านโดยไม่เคยนับว่ามีตัวตน “เธอกำลังพูดเรื่องอะไร...” ลลินายิ้มเยาะทั้งน้ำตา หัวเราะออกมาในลำคออย่างน่าสมเพชตัวเอง “พวกเธอรู้ไหมว่าฉันเพิ่งสูญเสียอะไรไป... บริษัทที่ฉันสร้างมากับมือ บอร์ดบริหารที่พร้อมจะแทงข้างหลังฉันได้ทุกเมื่อ สามีที่กำลังฟ้องหย่าเพื่อฮุบหุ้นครึ่งหนึ่ง... และลูกชายที่แม้แต่หน้าฉันเขายังไม่อยากมอง!” เสียงของลลินาขาดหายไปในลำคอ เธอทุบกำปั้นลงบนพื้นพรมพรมซ้ำๆ อย่างบ้าคลั่ง “ฉันเหนื่อย... ฉันเหนื่อยเหลือเกิน ฉันพยายามเป็นคนที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลกใบนี้ เพื่อไม่ให้ใครหน้าไหนกล้าเหยียบย่ำฉัน แต่ทำไม... ทำไมยิ่งฉันวิ่งเร็วเท่าไหร่ โลกใบนี้ถึงยิ่งอยากผลักฉันให้ตกลงมาลึกขึ้นเท่านั้นล่ะ!” กวินยืนนิ่งเป็นหิน คำพูดของลลินาก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงของผู้บริหารสาวผู้ทรงอิทธิพลอีกต่อไป แต่มันคือเสียงสะท้อนจากส่วนลึกในจิตใจของเขาเอง—เสียงของคนที่แบกความคาดหวังของครอบครัว แบกความฝันของคนอื่น จนลืมไปว่าตัวเองแบกรับน้ำหนักไหวหรือไม่ กวินค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าอีกข้างหนึ่งตรงหน้าลลินา ระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งสามคนในกล่องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ถูกบีบอัดจนแทบไม่เหลือช่องว่าง “ผมเข้าใจคุณนะ” กวินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความจริงใจที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ “ความรู้สึกที่ว่า... ถ้าเราพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ทุกสิ่งที่สร้างมาจะพังทลายลงมาทับเรา... ผมเข้าใจมันดี” ลลินาหันมามองกวิน ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เธอนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ราวกับไม่คาดคิดว่าคำปลอบโยนที่จริงใจที่สุดในรอบหลายปี จะมาจากปากของพนักงานตัวเล็กๆ ที่เธอไม่เคยรู้จัก บรรยากาศในลิฟต์เปลี่ยนไป ความหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ติดค้างถูกแทนที่ด้วยความเชื่อมโยงอันเปราะบางของสามชีวิตที่ต่างฝ่ายต่างหลงทางในป่าคอนกรีตเดียวกัน รินยื่นมือออกไปช้าๆ วางฝ่ามืออุ่นลงบนหลังมือที่สั่นเทาของลลินา โดยไม่มีคำพูดใดๆ เพิ่มเติม ทันใดนั้นเอง... *ครกด... ครืดดด!* เสียงสลิงเหล็กขนาดใหญ่เหนือเพดานลิฟต์ส่งเสียงเสียดสีกันอย่างรุนแรงจนน่ากลัว ตัวลิฟต์กระชากวูบใหญ่อีกครั้งก่อนที่ไฟฉุกเฉินสีส้มจะดับพรึบลง สนิทสนมกับความมืดมิดที่กลืนกินพวกเขาทั้งหมดลงไป และในความมืดสนิทนั้นเอง เสียงกริ่งฉุกเฉินที่แผงควบคุมก็ดังลั่นขึ้นมาเองโดยไม่มีใครกด! แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่าตกใจที่สุด... เพราะวินาทีถัดมา มีเสียงเคาะสามครั้งดังขึ้นจากบานประตูลิฟต์ด้านนอก—เคาะเป็นจังหวะที่คุ้นเคยอย่างประหลาด... เป็นจังหวะเดียวกับที่ชายชุดดำคนนั้นใช้เคาะประตูห้องของรินเมื่อตอนกลางวัน! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านเงาตึกระฟ้าและคราบน้ำตาไปด้วยกันครับ — "คนมองเมือง"
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%