"อย่าหันไปมองมัน."
เสียงของรินต่ำเตี้ยและแห้งผาก ราวกับถูกบีบออกมาจากซอกหลืบของความกลัวที่เธอพยายามกดทับไว้ใต้เครื่องแบบพนักงานทำความสะอาดสีฟ้าซีด
กวินไม่ทำตามคำสั่งนั้น ดวงตาของเขาแข็งค้างสะท้อนภาพเงาบนผนังกระจกสีดำสนิทของลิฟต์ฉุกเฉิน เงาสามร่าง—ของเขา ของริน และของธนา—หลอมรวมเป็นก้อนสีดำทะมึนย้วยยาตรไร้รูปร่าง ราวกับรอยเปื้อนหมึกที่ซึมเข้าหากันบนกระดาษเปียกน้ำ ไม่มีเค้าโครงของความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ มีเพียงความว่างเปล่าที่ส่งเสียงหึ่งต่ำๆ คล้ายคลื่นความถี่ต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงเยื่อบุประสาทในกะโหลกศีรษะ
ธนา ชายวัยเกษียณผู้มักกุมกระเป๋าเอกสารหนังเทียมเก่าๆ ไว้แนบอกเสมอ ก้าวถอยหลังจนส้นรองเท้าชนเข้ากับขอบกระถางต้นลิ้นมังกรประดับโถงทางเดิน ต้นไม้ใบหนาสั่นไหวเบาๆ ตามแรงกระแทก รอยย่นบนใบหน้าของชายชราลึกโหลยิ่งกว่าเดิมภายใต้แสงนีออนสีตุ่น
"พวกมันไม่ได้มารับเรา" ธนาพึมพำ ริมฝีปากสั่นระริก "พวกมันมารอ... รอให้เรายอมจำนนต่อความเงียบ"
ไม่มีใครขยับเขยื้อน กลิ่นอับชื้นของพรมปูพื้นทางเดินผสมกับกลิ่นน้ำยาฟอกขาวจางๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศที่แทบไม่ไหลเวียน ตึกระฟ้าใจกลางเมืองใหญ่แห่งนี้ ในยามที่เลยเที่ยงคืนไปแล้ว ไม่ได้หลับใหลอย่างที่ใครเข้าใจ มันเพียงแค่ผลัดเปลี่ยนผู้ล่าและผู้ถูกล่า คอนโดมิเนียมหรูหราตารางเมตรละหลายแสนบาท กลายเป็นสุสานแนวตั้งที่เก็บซ่อนศพทางความรู้สึกนับร้อยนับพันศพไว้หลังบานประตูไม้เนื้อแข็งบานแล้วบานเล่า
รินสูดลมหายใจเข้าลึกจนไหล่ห่อ เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ก่อนจะเบนสายตาไปทางห้องพักหมายเลข 1408 ห้องที่อยู่สุดปลายทางเดิน—ห้องที่ธนาใช้เวลาวนเวียนอยู่แถวนั้นมานานนับสัปดาห์โดยไม่ยอมเคาะเรียกใคร
"คุณอาธนาครับ" กวินฝืนดึงเสียงตัวเองให้กลับมาเป็นปกติ แม้หัวใจจะเต้นกระหน่ำจนจุกที่ลำคอ "เรายืนอยู่ตรงนี้มานานเกินไปแล้ว... และผมคิดว่า ถึงเวลาที่เราต้องเปิดประตูบานนั้นเสียที"
ธนาสะดุ้งราวกับถูกเข็มแท็กซี่ทิ่มเข้าที่กลางหลัง เขากอดกระเป๋าแน่นขึ้น นิ้วมือเหี่ยวย่นจิกเกร็งลงบนหนังเทียมจนปริแตก "ไม่... พวกเธอไม่เข้าใจหรอก ข้างในนั้นไม่มีใครอยู่แล้ว มันว่างเปล่า... เหมือนกับบัญชีธนาคารของผม เหมือนกับวันเกิดปีที่หกสิบห้าของผมที่มีแค่เค้กชิ้นเล็กๆ กับเทียนเล่มเดียวที่ผมเป่าคนเดียวในห้องน้ำ"
ความเงียบงันเข้ากัดกินพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งสามอีกครั้ง รินขยับเข้าไปใกล้ชายชรา กลิ่นน้ำยาถูพื้นจางๆ จากตัวเธอให้ความรู้สึกปลอดภัยประหลาดท่ามกลางความหนาวเหน็บที่แผ่มาจากกระจกลิฟต์ เธอยื่นมือที่สวมถุงมือยางสีเหลืองออกไปแตะแขนเสื้อที่หลวมโคร่งของธนาอย่างแผ่วเบา
"ความว่างเปล่าไม่ได้น่ากลัวเท่ากับการที่เราแสร้งทำเป็นว่ามันมีตัวตนหรอกค่ะคุณอา" รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเด็ดเดี่ยว "หนูทำความสะอาดตึกนี้มาสามปี หนูเห็นรอยนิ้วมือที่ถูกเช็ดออก เห็นคราบน้ำตาที่แห้งกรังบนโซฟาหนังราคาแพง และหนูก็เห็น... ร,อ,ย,เ,ท,า,ข,อ,ง,ค,ุ,ณ,อ,า ที่เดินวนไปเวียนมาหน้าห้องนี้ทุกคืนวันศุกร์"
ธนาชะงัก ดวงตาฝ้าฟางหลุบมองพื้นพรม น้ำตาเม็ดโตเอ่อคลอขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่มันไม่มีเสียงสะอื้น มีเพียงความร้าวรานที่แผ่ออกมาจากร่างผอมเกร็งนั้น
"ลูกชายฉัน... มันบอกว่ายุ่ง" เสียงของธนากระซิบแผ่วเบา แทบกลืนหายไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศส่วนกลาง "มันบอกว่าคอนโดในเมืองมันแคบ เกินกว่าจะเอาคนแก่ที่เดินช้าและไอแคะๆ ไปเป็นภาระ... มันเป็นหมอ เป็นคนช่วยชีวิตคนอื่น แต่ตึกนี้... ตึกที่มันซื้อให้ผมอยู่เป็นห้องสตูดิโอแคบๆ นี่... คือกรงทองที่มันขังผมไว้เพื่อรอวันหมดลม"
ชายชราควatกุญแจดอกเล็กขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อกั๊ก มือที่สั่นเทาพยายามไขมันเข้ากับรูกุญแจของห้อง 1408 เสียงโลหะกระทบกันดังแกร๊กกะกั๊กท่ามกลางความเงียบงัด กวินก้าวเข้าไปช่วยประคองมือที่ไร้เรี่ยวแรงนั้น ขณะที่รินยืนคุมเชิงหันหลังกลับไปมองโถงลิฟต์ เงาสีดำบนกระจกมืดมิดเมื่อครู่ได้สลายหายไปแล้ว เหลือเพียงภาพสะท้อนของพวกเขาเอง—มนุษย์ตัวเล็กๆ สามคนที่ถูกกลืนกินโดยความเวิ้งว้างของตึกระฟ้า
ก๊อก.
กลอนประตูถูกปลดล็อก ธนาผลักบานประตูไม้เนื้อหนาให้เปิดออกช้าๆ กลิ่นอับของฝุ่นละอองและกระดาษเก่าโชยปะทะใบหน้าทันที
ภายในห้องไม่ได้มืดสนิทอย่างที่คิด แสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากป้ายโฆษณานอกตึกสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามา ทาบทับลงบนข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทว่า... ไร้ร่องรอยการอยู่อาศัย บนโต๊ะทำงานตัวเล็กมีกรอบรูปคว่ำหน้าอยู่หลายกรอบ และกลางห้องมีเก้าอี้โยกไม้เก่าๆ ตัวหนึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยว
ธนาก้าวเท้าเข้าไปในห้อง ร่างกายของเขาสั่นเทายิ่งกว่าเดิม กวินและรินเดินตามเข้าไปติดๆ กวินกวาดสายตามองไปรอบห้อง สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือผนังด้านหนึ่งที่เต็มไปด้วยกระดาษโน้ตสีเหลืองแปะเรียงรายเป็นระเบียบ
รินเดินเข้าไปใกล้ผนังนั้น ไล่สายอ่านข้อความบนกระดาษทีละแผ่น ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย
"นี่มัน..." รินอุทานออกมาเบาๆ
ทุกแผ่นไม่ใช่กระดาษโน้ตทวงหนี้หรือรายการซื้อของ แต่เป็น "จดหมาย" ที่ถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ของคนคนเดียวกัน—จดหมายที่จ่าหน้าซองถึง "พ่อ" แต่ไม่เคยถูกส่งออกไปสักฉบับ วันที่บนหัวกระดาษไล่เรียงย้อนหลังไปตั้งแต่สามปีก่อน จนถึงเมื่อวานนี้
ธนาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าหน้าเก้าอี้โยกไม้ มือเหี่ยวย่นหยิบกรอบรูปที่คว่ำอยู่วขึ้นมาเช็ดฝุ่นเบาๆ เผยให้เห็นภาพถ่ายของชายหนุ่มในชุดกาวน์สีขาวกำลังยิ้มกว้าง เคียงข้างกับเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ
"ลูกผม... มันไม่ได้ลืมผมหรอก" ธนาพูดด้วยเสียงที่สั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ น้ำตาดำดิ่งหยดลงบนกระจกกรอบรูป "แต่มัน... ตายไปแล้ว... เมื่อสามปีก่อน ในคืนที่ตึกนี้สร้างเสร็จ"
กวินรู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบรัดที่ลำคอจนหายใจไม่ออก เขานิ่งงัน ข้อมูลในหัวตีรวนไปหมด ถ้าลูกชายของธนาเสียชีวิตไปตั้งแต่สามปีก่อน แล้วจดหมายเหล่านี้ใครเป็นคนเขียน? และใครกันล่ะ... ที่ส่งข้อความไลน์หาธนาทุกๆ วันศุกร์ว่า *"พ่อครับ สัปดาห์นี้งานยุ่งมาก ไว้เจอกันนะครับ"*?
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ร่างของธนาที่คุกเข่าอยู่ก็ค่อยๆ เอนตัวพิงลงกับเก้าอี้โยกไม้ ลมหายใจของชายชรารดแผ่วเบาลงอย่างรวดเร็วดั่งเทียนใกล้หมดเล่ม ดวงตาฝ้าฟางมองตรงไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มโล่งใจที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่กวินเคยเห็น
ในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นจาก *ด้านนอก* ของห้อง 1408—สามครั้งอย่างหนักแน่น และเว้นจังหวะ
กัปตัน ลมหายใจของกวินสะดุดกึก เขากับรินหันขวับไปมองบานประตูห้องที่เพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อครู่ ประตูไม้บานนั้นกำลังถูกผลักให้เปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนยืนอยู่ตรงกรอบประตู ในมือถือกระดาษโน้ตสีเหลืองแผ่นใหม่ที่เพิ่งเขียนเสร็จสดๆ ร้อนๆ!
"พ่อครับ..." เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยอย่างประหลาดดังลอดเข้ามาจากความมืดของทางเดิน "ผมกลับมาแล้ว ทำไมไม่เปิดประตูให้ผมล่ะ?"
รินพุ่งตัวไปคว้าแขนกวินไว้แน่น เล็บของเธอจิกผ่านเนื้อผ้าจนกวินรู้สึกเจ็บแปลบ ขณะที่เงาร่างในความมืดก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาในห้อง พร้อมกับกลิ่นอับชื้นที่รุนแรงขึ้นจนแทบอาเจียน—กลิ่นของความตายที่อบอวลอยู่หลังบานประตูนี้มาตลอดสามปีเต็ม
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางในความมืดนี้ไปพร้อมกับ "คนมองเมือง" ครับ
เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 7
ความจริงหลังบานประตู
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!