"วางมันลงซะกวิน ถ้าไม่อยากให้ชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณต้องจบลงในกล่องเหล็กแคบๆ ที่คุณสร้างขึ้นมาเอง"
เสียงทุ้มต่ำนั้นไม่ได้มาจากโทรทัศน์ที่เปิดค้างไว้ แต่มันดังมาจากเงามืดมุมห้อง กวินหยุดชะงัก มือที่ถือเอกสารปึกนั้นสั่นเทาจนกระดาษปึกหนาส่งเสียงเสียดสีกันเบาๆ ในความเงียบ เขารู้ดีว่าหากหันไปตอนนี้ เขาจะพบกับใคร แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นคือสิ่งที่อยู่ในมือเขามันคือระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำลายอาณาจักรของผู้มีอิทธิพลที่เขามองเห็นยอดตึกของมันได้จากหน้าต่างบานนี้ทุกคืน
"คุณก็รู้ว่ามันสายเกินไปแล้ว" กวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เขาพยายามบังคับให้ราบเรียบที่สุด เขาสูดลมหายใจลึก กลิ่นอับของเอกสารเก่าๆ ผสมกับกลิ่นกาแฟค้างคืนในห้องของเขามันช่างน่ารังเกียจในเวลานี้ "โครงการนั้นไม่ได้ถูกสร้างเพื่อคนเมือง แต่มันถูกสร้างเพื่อฝังกลบความผิดพลาดของพวกคุณ"
กวินไม่ได้หันไปมองเงามืดนั้น เขาเดินตรงไปที่ประตูห้อง เปิดมันออกกว้าง ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เป็นการเชื้อเชิญ คนสามคนที่รออยู่โถงทางเดิน—ริน พนักงานทำความสะอาดที่ดูเหนื่อยล้า, ชายชราที่เก็บขยะขายผู้มักจะนั่งอยู่หน้าคอนโด และหญิงสาวร่างเล็กที่มีแววตาหวาดกลัว—ทุกคนก้าวเข้ามาในห้องของเขาโดยไม่ลังเล ห้องที่กวินเคยหวงแหนและปิดตายไว้จากโลกภายนอก บัดนี้กลายเป็น "ที่หลบภัย" เพียงแห่งเดียวที่เหลืออยู่สำหรับคนตัวเล็กๆ ในเมืองใหญ่
"เข้ามาก่อนครับ" กวินกล่าวพลางปิดประตูล็อคแน่นหนา "ที่นี่ไม่มีทางออกหรอก แต่ถ้าเราจะตาย เราก็ต้องตายด้วยความจริง"
รินมองดูใบหน้าที่เปื้อนฝุ่นของเพื่อนร่วมชะตากรรม เธอหยิบผืนผ้าขี้ริ้วในกระเป๋าเอี๊ยมออกมาเช็ดโต๊ะทำงานของกวินอย่างเคยชิน ราวกับว่านี่คือการทำความสะอาดบ้านครั้งสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลง เธอหันมามองกวิน สายตาของเธอไม่ได้มีความกลัว แต่มีความสงสารที่ลึกซึ้ง
"คุณกวินคะ... ขอโทษทีครับ ผมลืมไปว่าคุณไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวาย" รินเปลี่ยนคำพูดเมื่อเห็นสายตาของกวิน "แต่ถ้าเราไม่รวมตัวกันตอนนี้ ความเงียบจะกลายเป็นอาวุธที่ฆ่าเราทีละคน คุณก็รู้ว่าคนพวกนั้นทำงานยังไง เขาไม่ทิ้งร่องรอยให้ตามหาหรอก"
"ผมรู้" กวินวางเอกสารลงบนโต๊ะกลางห้อง "และนี่คือเหตุผลที่ผมไม่ได้ต้องการแค่ที่หลบภัย แต่ผมต้องการที่เผชิญหน้า"
บรรยากาศในห้องอึดอัดเสียจนแทบหายใจไม่ออก กวินมองดูคนแปลกหน้าที่มารวมตัวกันในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ของเขา แต่ละคนมีเรื่องราวที่ถูกเหยียบย่ำจากโครงการตึกระฟ้าแห่งนั้น ชายชราคนนั้นคืออดีตเจ้าของร้านโชห่วยที่ถูกบีบให้ย้ายออกด้วยสัญญาที่ไม่เป็นธรรม หญิงสาวร่างเล็กคือสถาปนิกที่ถูกไล่ออกเพียงเพราะเธอดันไปเห็นรอยร้าวในโครงสร้างที่ถูกปิดบังไว้ ส่วนริน... รินคือคนที่เห็นทุกอย่างผ่านการก้มหน้าก้มตาถูพื้นในห้องโถงหรูหราเหล่านั้น
"ถ้าพวกเราแชร์ข้อมูลที่ทุกคนมีลงในเซิร์ฟเวอร์นี้พร้อมกัน" กวินเอ่ยพลางเลื่อนหน้าจอแล็ปท็อปออกไปตรงกลาง "มันจะถูกส่งไปยังสำนักข่าวและหน่วยงานตรวจสอบทั่วโลกภายในสามวินาที แต่มันต้องใช้รหัสผ่านสองชั้นจากมือถือของพวกเราทุกคนพร้อมกัน"
ทุกคนมองหน้ากัน ความหวังอันน้อยนิดจุดประกายขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้อง แต่แล้ว เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นที่โถงทางเดินข้างนอก มันไม่ใช่เสียงของรปภ. แต่มันคือเสียงรองเท้าหนังขัดมันที่กวินจำได้แม่นยำว่าเป็นเสียงของคนที่เขาเพิ่งเผชิญหน้าด้วยในเงามืดเมื่อครู่
ปัง!
เสียงทุบประตูไม้บานเก่าดังสนั่นจนฝุ่นร่วงกราวลงมาจากเพดาน กวินขยับตัวไปขวางหน้าประตู รินรีบคว้าเอกสารในมือเขามาวางบนโต๊ะและเริ่มพิมพ์รหัสลงไปอย่างรวดเร็ว หญิงสาวร่างเล็กตัวสั่นเทาขณะที่เธอก็ร่วมด้วยช่วยกันกดรหัสผ่านจากเครื่องของเธอ
"กวิน! ออกมาซะ อย่าให้ผมต้องพังห้องนี้เข้าไป" เสียงตะโกนจากข้างนอกเปี่ยมไปด้วยอำนาจและเยือกเย็น "คุณไม่มีวันชนะหรอก ความจริงมันเป็นเรื่องของคนมีเงิน คุณเป็นแค่พนักงานออฟฟิศที่ชอบขังตัวเองอยู่ในกรงเท่านั้นแหละ"
กวินไม่ได้ตอบโต้ เขาหันกลับมามองเพื่อนร่วมชะตากรรมที่ตอนนี้เริ่มลงมือทำภารกิจสุดท้ายของพวกเขา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา—รอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดจากความกลัว แต่เกิดจากความโล่งใจที่เขาไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไป
"เหลืออีกสิบเปอร์เซ็นต์ครับ" รินตะโกนแข่งกับเสียงทุบประตูที่เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนบานพับประตูเริ่มเผยอออก
กวินคว้าแจกันใบหนึ่งขึ้นมาเตรียมพร้อมป้องกันตัว สายตาเขามองไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตัวเลขกำลังวิ่งช้าๆ ราวกับเข็มวินาทีสุดท้ายของชีวิต ทันใดนั้น ไฟในห้องก็ดับพรึบลง กลายเป็นความมืดมิดสนิท แต่ไม่ใช่เพราะไฟตัด แต่เพราะใครบางคนจากด้านนอกได้ตัดไฟจากตู้คุมหลัก
ประตูถูกพังเข้ามาจนเปิดออกกว้าง แสงไฟฉายสว่างจ้าจากข้างนอกสาดส่องเข้ามาจนกวินต้องหลับตาแน่น แต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือน "ส่งข้อมูลสำเร็จ" ก็ดังขึ้นก้องห้องที่มืดมิด
ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังจะถอนหายใจ เสียงสั่นที่น่ากลัวก็ดังขึ้นจากโทรศัพท์ของกวิน ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนจากสำนักข่าว แต่เป็นเสียงเรียกเข้าจากเบอร์ที่ไม่มีใครคาดคิด กวินกดรับด้วยมือที่สั่นเทา
"กวิน..." เสียงปลายสายเป็นเสียงผู้หญิงที่เขาไม่ได้ยินมานานหลายปี เสียงของแม่ที่เขาพยายามลืม "อย่ากดส่งไฟล์นั่น... เพราะถ้าคุณทำ... คนที่จะตายคนแรกไม่ใช่คนที่อยู่ข้างนอกนั่น... แต่คือริน"
กวินตัวแข็งทื่อ เขาหันไปมองรินที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง เธอไม่ได้ตกใจ แต่เธอกลับยิ้มให้เขา ยิ้มที่ดูเศร้าสร้อยและแปลกประหลาดที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา ในมือของรินไม่ใช่ผ้าขี้ริ้วอีกต่อไป แต่เป็นกล้องขนาดจิ๋วที่กำลังถ่ายทอดสดทุกอย่างที่เกิดขึ้นในห้องนี้ส่งตรงไปยังสำนักงานใหญ่ของศัตรู
"ขอบคุณที่ไว้ใจคนแปลกหน้านะครับกวิน" รินพูดเบาๆ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนที่บุกเข้ามา "แต่น่าเสียดาย... ที่ความจริงมักมีราคาที่แพงเกินกว่าคนอย่างเราจะจ่ายไหว"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดของเมืองใหญ่มากับผมจนถึงตอนนี้ครับ คนมองเมือง
เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 27
ที่หลบภัย
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!