"วางมันลงเถอะริน... ผมว่าเราคุยกันได้"
กวินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องชุดหรูชั้นสี่สิบสองจนแทบหายใจไม่ออก เสียงของเขาสั่นพร่า ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความรู้สึกที่พังทลายลงในอก เขาจ้องมองกล้องขนาดจิ๋วในมือของริน แสงไฟสีแดงดวงเล็กที่กะพริบถี่ๆ เหมือนจังหวะหัวใจของคนที่กำลังรอความตาย
รินไม่ขยับ เธอเพียงแค่เอียงคอมองเขาด้วยสายตาที่กวินอ่านไม่ออก รอยยิ้มเศร้าสร้อยบนใบหน้าของเธอไม่ได้จางหายไป แต่มันกลับกว้างขึ้นจนดูน่าสะพรึงกลัว "คุยงั้นหรือคะ... เอ้อ ขอโทษที ผมหมายถึง คุณกวินคะ เราคุยกันมานานเกินกว่าที่จะมานั่งแก้ตัวแล้วไม่ใช่หรือ?"
เธอขยับมือเบาๆ กล้องตัวนั้นหมุนไปมาเหมือนดวงตาของแมลงที่ไร้วิญญาณ "คุณเห็นอะไรในกระจกบานนั้นไหม?" รินบุ้ยปากไปยังบานกระจกเงาบานใหญ่ที่ฝังอยู่กับผนังห้อง กวินหันไปมองภาพสะท้อนของตัวเอง
ในกระจกเงาบานนั้น เขาไม่ได้เห็นเพียงชายหนุ่มในชุดสูทราคาแพงที่พยายามสร้างเกราะป้องกันตัวเองด้วยงานเอกสารและห้องทำงานที่สะอาดสะอ้าน แต่เขาเห็นชายคนหนึ่งที่กำลังแตกสลาย... กวินเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง รอยย่นที่หน้าผากจากการขมวดคิ้วอย่างหนักหน่วง และที่สำคัญที่สุด คือความว่างเปล่าในดวงตาที่ดูไร้ที่พึ่งพิง
"นั่นไม่ใช่ผม" กวินพึมพำกับตัวเอง
"นั่นแหละคือคุณ" รินเดินเข้ามาใกล้เขาหนึ่งก้าว เสียงรองเท้าผ้าใบของเธอไม่มีเสียงกระทบพื้น แต่มันกลับดังก้องในความรู้สึกของเขาเหมือนเสียงคำสั่ง "คนที่ยอมให้ความคาดหวังของคนอื่นมาขีดเส้นชีวิต จนลืมไปว่าตัวเองต้องการอะไร คนที่ยอมก้มหัวให้กับความสำเร็จจอมปลอมเพียงเพื่อจะได้รับคำชื่นชมจากคนที่ไม่ได้รักเขาจริงๆ คุณไม่ได้แตกต่างจากเศษฝุ่นที่ฉันกวาดทิ้งในห้องนี้เลยนะกวิน... เพียงแต่คุณยึดติดกับมันมากกว่าเท่านั้นเอง"
กวินรู้สึกเหมือนมีหมัดหนักๆ ต่อยเข้าที่หน้าท้อง คำพูดของเธอไม่ใช่แค่การเสียดสี แต่มันคือความจริงที่เขาพยายามฝังกลบมาตลอดหลายปี เขามองเห็นตัวเองในกระจกอีกครั้ง ครั้งนี้เขาเห็นมากกว่าใบหน้า เขาเห็นชิ้นส่วนของความฝันที่ถูกบดขยี้ในออฟฟิศมืดๆ เห็นน้ำตาที่เขาไม่เคยอนุญาตให้ตัวเองปล่อยออกมา และเห็นความโกรธแค้นที่เขาเปลี่ยนให้กลายเป็นความเย็นชา
"ผมเปลี่ยนไปเพราะโลกใบนี้บังคับให้ผมต้องเปลี่ยน" กวินโต้กลับ เสียงของเขาเริ่มแข็งกร้าวขึ้น "คุณเป็นแค่พนักงานทำความสะอาด คุณจะไปเข้าใจอะไรเรื่องการเอาตัวรอดในป่าคอนกรีตที่ไร้ความปรานีแบบนี้!"
รินหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความเยาะเย้ย แต่เต็มไปด้วยความสงสาร "ป่าคอนกรีตหรือคะ? เปล่าเลยกวิน... ป่าที่ขังคุณไว้ ไม่ใช่ตึกระฟ้าพวกนี้หรอก แต่มันคือ 'ความกลัว' ที่จะไม่มีใครยอมรับคุณต่างหาก"
เธอวางกล้องลงบนโต๊ะทำงานกระจก เสียงกระทบของโลหะกับแก้วดังสนั่นในความเงียบ ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ถอดถุงมือทำความสะอาดออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่ข้อมือ... รอยแผลที่กวินไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน
"คุณรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเลือกห้องนี้?" รินถามพลางลูบรอยแผลนั้นเบาๆ "เพราะห้องนี้เป็นห้องที่เห็นวิวเมืองได้สวยที่สุด และเป็นห้องที่คนตายไปแล้วมากที่สุด"
กวินขมวดคิ้ว "คุณพูดเรื่องอะไร?"
"คนที่เคยอยู่ห้องนี้ก่อนคุณ... เขาก็มีความคิดแบบคุณเป๊ะเลย" รินขยับเข้าไปใกล้จนกวินได้กลิ่นน้ำยาเช็ดกระจกจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความเย็นเยียบ "เขาเชื่อว่าเขากำลังไต่เต้าสู่จุดสูงสุดของชีวิต แต่แล้วเขาก็พบว่า ยิ่งสูง ความกดอากาศก็ยิ่งทำให้ปอดพองโตจนจะแตก และสุดท้าย เขาก็เลือกที่จะกระโดดลงไปเพื่อให้ตัวเองได้รับอิสระ"
กวินถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับกำแพงเย็นเฉียบ "คุณต้องการอะไรจากผมกันแน่ริน? ต้องการให้ผมเป็นรายต่อไปหรือไง?"
รินไม่ได้ตอบ แต่เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง หน้าจอนั้นไม่ได้เปิดค้างไว้ที่แอปพลิเคชันสนทนาทั่วไป แต่มันเป็นแผนผังระบบรักษาความปลอดภัยของตึกทั้งหมด ที่เชื่อมโยงเข้ากับระบบฐานข้อมูลที่กวินดูแลอยู่
เธอเลื่อนหน้าจอช้าๆ ก่อนจะเปิดภาพวิดีโอจากกล้องมุมอับในห้องพักของกวิน ซึ่งเผยให้เห็นภาพพ่อของกวินกำลังนั่งคุยกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทคู่แข่ง... ไม่ใช่เรื่องงาน แต่เป็นเรื่องการแลกเปลี่ยน "ข้อมูลส่วนตัว" ของกวิน เพื่อแลกกับตำแหน่งสำคัญในบอร์ดบริหาร
ความรู้สึกเหมือนถูกหักหลังแล่นพล่านไปทั่วร่างกายกวิน ทุกอย่างที่เขาทำ ทุกความอดทนที่เขามอบให้ครอบครัว กลายเป็นเพียงหมากในเกมที่เขามีฐานะเป็นแค่เบี้ยที่ถูกวางไว้เพื่อบูชายัญ
"คุณยังอยากเป็นคนดีในโลกที่ไม่มีใครเห็นคุณอยู่ในสายตาอยู่ไหมล่ะคะ?" รินถามพลางเอียงคอ "หรือคุณจะลองเปลี่ยนตัวเอง... แบบที่ฉันกำลังจะทำ?"
กวินสั่นสะท้าน มือของเขาคว้าขอบโต๊ะไว้แน่น หัวใจเต้นรัวจนเหมือนจะทะลุออกมานอกอก ในวินาทีนั้น เขาหันไปมองกระจกอีกครั้ง แต่ภาพที่เห็นกลับไม่ใช่ตัวเขาที่กำลังสั่นกลัว แต่มันเป็นภาพร่างเงาที่ดูดุร้ายและพร้อมจะเผาทุกอย่างที่ขวางหน้า
ก่อนที่เขาจะได้ทันเอ่ยอะไร ประตูกระจกบานใหญ่ของห้องทำงานก็ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งที่พุ่งเข้ามาพร้อมอาวุธในมือ รินยิ้มกว้างกว่าเดิม เธอหันไปมองกลุ่มคนเหล่านั้นก่อนจะหันกลับมาหากวิน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่ชวนขนลุก
"ดูเหมือนแขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาถึงเร็วกว่ากำหนดนะคะกวิน... และดูเหมือนคนที่ส่งพวกนี้มา จะไม่ใช่บริษัทคู่แข่ง... แต่เป็นพ่อของคุณเอง"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดของเมืองใหญ่ไปกับผมนะครับ
เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 28
กระจกสะท้อนเงา
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!