"พ่อส่งคนมาเพื่อพังทุกอย่างที่ผมพยายามสร้างขึ้น... หรือพ่อแค่ต้องการเตือนผมว่า ต่อให้ปีนขึ้นมาสูงแค่ไหน ผมก็ยังเป็นแค่หมากตัวหนึ่งในกระดานของพ่ออยู่ดีครับ?"
กวินเอ่ยประโยคนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับอยู่ในห้องรับแขกหรูหราบนชั้นที่ 45 ของคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้มสามคนที่ยืนเรียงรายอยู่เบื้องหน้าไม่ได้ตอบโต้ พวกเขาทำเพียงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินที่ไร้หัวใจ สายตาของพวกเขาเย็นชาเกินกว่าจะรับรู้ถึงความโกรธเกรี้ยวที่กำลังเดือดพล่านอยู่ใต้ผิวหนังของเจ้าของห้อง
ริน ซึ่งยืนหลบอยู่ที่มุมหนึ่งของโถงทางเดิน ขยับมือที่กำผ้าขี้ริ้วแน่นจนเส้นเลือดขึ้น เธอเห็นแววตาของกวินที่ไม่ได้บ่งบอกถึงความหวาดกลัว แต่มันคือความว่างเปล่าที่น่ากลัวยิ่งกว่า
"คุณกวินครับ" หนึ่งในชายชุดสูทขยับกาย ก้าวเท้าเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว เสียงของเขาทุ้มต่ำและราบเรียบ "ท่านไม่ได้สั่งให้พวกผมมาเพื่อพังอะไรทั้งนั้น ท่านแค่สั่งให้ผมมาถามว่า... คุณจะยอมแพ้กับการละเล่นเด็กๆ นี่ แล้วกลับไปรับตำแหน่งที่ควรจะเป็นได้หรือยัง"
กวินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงนั้นฟังดูแหลมคมบาดเข้าไปในบรรยากาศที่ตึงเครียด เขาเดินไปที่ระเบียงกระจก มองลงไปเบื้องล่างที่แสงไฟจากถนนและรถยนต์ดูราวกับธารลาวาที่ไหลวนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด "ละเล่นเหรอครับ? การที่ผมพยายามใช้ชีวิตด้วยเงินของตัวเอง การที่ผมพยายามเดินบนทางที่ผมเลือกเอง มันคือการละเล่นในสายตาของพ่อสินะ"
เขากำแก้ววิสกี้ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "สำหรับคนที่วัดค่าความเป็นคนด้วยมูลค่าของตัวเลขในบัญชี ความล้มเหลวคงเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจที่สุด... แต่ผมกลับรู้สึกว่า ความสำเร็จที่พ่อพยายามยัดเยียดให้ผม มันก็แค่โซ่ตรวนที่สลักลวดลายสวยงามเท่านั้นแหละครับ"
รินตัดสินใจก้าวออกมาจากมุมมืด เธอไม่ได้กลัวคนเหล่านั้น แต่เธอกลัวความแตกสลายที่กำลังจะเกิดขึ้นในใจของกวิน เธอจ้องมองไปยังชายชุดสูทคนเดิมด้วยสายตาที่สงบนิ่งแต่แฝงด้วยพลัง
"พวกคุณมองเห็นอะไรในตัวคุณกวินคะ—ขอโทษครับ—พวกคุณมองเห็นอะไรในตัวคุณกวินหรือครับ?" รินถามเสียงเรียบ "พวกคุณมองเห็นแค่ความล้มเหลวในสายตาของผู้เป็นพ่อ หรือพวกคุณมองเห็นความเป็นมนุษย์ที่กำลังพยายามรักษาหัวใจตัวเองอยู่"
ชายชุดสูทหันมามองรินด้วยหางตา ราวกับเธอเป็นเพียงฝุ่นละอองที่น่ารำคาญ "เรามองเห็นแค่หน้าที่ครับ และหน้าที่ของเราคือการพาท่านกลับไป"
"ไม่มีใครพาท่านไปไหนได้ทั้งนั้น" กวินหันกลับมา แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความโศกเศร้าอีกต่อไป แต่เป็นความเด็ดเดี่ยวที่เฉียบขาด "กลับไปบอกพ่อว่า ผมไม่ใช่คนขี้แพ้อย่างที่เขาคิด... และถ้าเขาอยากรู้ว่าความสำเร็จในแบบฉบับที่แท้จริงคืออะไร ผมจะแสดงให้ดูว่า คนที่ไม่มีอะไรเหลือเลยนอกจากความภูมิใจ เขาสามารถลุกขึ้นยืนหยัดได้มั่นคงขนาดไหน"
เขาวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง 'กริ๊ก' เสียงนั้นสะท้อนก้องไปทั่วห้องที่เงียบสงัด
"ออกไปครับ ก่อนที่ผมจะโทรแจ้งตำรวจว่ามีคนบุกรุก"
ชายชุดสูทมองหน้ากันชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ พวกเขาเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลและบรรยากาศที่หน่วงหนัก
กวินทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนัง ร่างกายของเขาสั่นเทาเล็กน้อย ความเข้มแข็งที่แสดงออกมาเมื่อครู่เหมือนก้อนน้ำแข็งที่กำลังละลายลงภายใต้ความร้อนของความกดดันที่สะสมมานาน รินเดินเข้าไปใกล้ วางมือลงบนพนักพิงโซฟาเบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ
"คุณกวินครับ... ความสำเร็จในสายตาคนอื่น อาจจะเป็นแค่กรงขังในสายตาของเราก็ได้" รินเอ่ยขึ้นเบาๆ "คุณไม่ได้แพ้หรอกครับ การที่คุณกล้าปฏิเสธสิ่งที่พ่อคุณยัดเยียดให้ นั่นแหละคือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิตคนคนหนึ่งแล้ว"
กวินเงยหน้ามองริน แววตาที่ว่างเปล่าเมื่อครู่เริ่มกลับมามีความรู้สึก "แต่มันจะเพียงพอไหมริน? โลกใบนี้ไม่ได้วัดค่าเราที่ความภูมิใจ แต่วัดที่ผลลัพธ์... ถ้าพรุ่งนี้ผมไม่มีงานทำ ไม่มีเงินจ่ายค่าห้องนี้ ผมจะยังเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในสายตาของคุณอยู่ไหม"
รินยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในบทสนทนานี้ รอยยิ้มที่ไม่ได้ปรุงแต่ง แต่มันสื่อถึงความเข้าใจในฐานะเพื่อนร่วมชะตากรรมคนเมือง "ถ้าวันหนึ่งคุณไม่มีอะไรเลยเหลือแค่ตัวเปล่าๆ แต่คุณยังคงเป็นกวินคนที่รู้จักเคารพหัวใจตัวเอง... สำหรับคนอย่างผม ที่มองเห็นผู้คนมาเป็นพันเป็นหมื่นในคอนโดแห่งนี้ คุณจะเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ผมเรียกว่า 'ผู้ประสบความสำเร็จ' ได้อย่างเต็มปากที่สุดครับ"
คำพูดของรินชะงักลงเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือของกวินสั่นรัวบนโต๊ะ กวินหยิบขึ้นมาดู ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดทันทีที่เห็นชื่อบนหน้าจอ
"ใครครับ?" รินถามด้วยน้ำเสียงที่สัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่าง
กวินกดรับสาย แต่มือของเขาสั่นจนแทบถือโทรศัพท์ไว้ไม่อยู่ เสียงที่ดังลอดออกมาจากปลายสายไม่ใช่เสียงของพ่อเขา แต่เป็นเสียงของเลขานุการส่วนตัวของบิดาที่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและเย็นเยียบในเวลาเดียวกัน
"คุณกวินครับ... ท่านเสียชีวิตแล้วครับ"
ความเงียบงันถาโถมเข้ามาในห้องอีกครั้ง ราวกับออกซิเจนทั้งหมดถูกสูบออกไปจากที่แห่งนี้ กวินปล่อยโทรศัพท์หลุดมือร่วงลงบนพื้นพรม เสียงกระแทกนั้นเบาหวิวแต่กลับดังก้องในความรู้สึกของเขาเหมือนเสียงระเบิด
กวินหันมามองริน แววตาของเขาไม่ได้สับสน แต่มันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด
"ริน... ถ้าพ่อตายไปพร้อมกับความคาดหวังทั้งหมด... แล้วตอนนี้ ใครกันแน่ที่เป็นคนส่งพวกนั้นมาที่นี่?"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านชีวิตที่บีบคั้นไปพร้อมกับตัวละครของผมนะครับ "คนมองเมือง"
เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 29
คนขี้แพ้ในสายตาใคร
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!