"ปล่อยมือจากแฟ้มนั้นเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่อยากให้ชีวิตที่เหลือของพวกคุณต้องไปจบลงในที่ที่ไม่มีใครมองเห็น"
เสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งที่ถูกกรีดผ่านลำคอของผม ชายชุดดำคนนั้นไม่ได้ตะโกน แต่น้ำเสียงที่ราบเรียบของเขากลับทรงพลังพอจะทำให้บรรยากาศในห้องเก็บอุปกรณ์อับชื้นกลายเป็นกรงขังที่มองไม่เห็น รินตัวสั่นเทาอยู่ข้างหลังผม มือของเธอเย็นเฉียบเมื่อกำชายเสื้อผมไว้แน่น ส่วนคุณพิม... หญิงสาวที่ดูอ่อนหวานและเปราะบางคนนั้น ยืนนิ่งสนิท ดวงตาเบิกโพลงสะท้อนภาพความสิ้นหวังที่ถูกแทนที่ด้วยความกลัวอย่างสุดขีด
ผมขยับตัวบังรินไว้เล็กน้อย พยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิงให้กลับมาเข้าที่ "คุณเป็นใคร? นิติบุคคลจ้างคนมาขู่ลูกบ้านงั้นหรือครับ? นี่มันยุคไหนแล้ว คุณคิดว่าจะปิดปากทุกคนได้ด้วยวิธีป่าเถื่อนแบบนี้จริงๆ หรือ?"
ชายชุดดำหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้อารมณ์ขัน เขาขยับก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนที่กะพริบถี่ๆ เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ เหนือคิ้วของเขา "กฎหมายน่ะมันมีไว้สำหรับคนที่มีทางเลือก แต่สำหรับคนที่กำลังจะสูญเสียทุกอย่างไปเหมือนพวกคุณ กฎหมายก็เป็นแค่กระดาษที่เอาไว้ห่อศพเท่านั้นแหละกวิน"
เขารู้จักชื่อผม... ความจริงข้อนี้ทำให้กระดูกสันหลังผมเย็นวาบ นิติบุคคลไม่ได้แค่พยายามสกัดกั้นการรวมตัวของลูกบ้าน แต่นี่คือการประกาศสงครามอย่างเต็มรูปแบบ พวกเขามีข้อมูลของเรา มีความเคลื่อนไหวของเรา และที่สำคัญที่สุด... พวกเขามีอำนาจที่พร้อมจะบดขยี้มดปลวกอย่างพวกเราให้แบนติดดิน
"พี่กวิน... อย่าครับ" รินกระซิบเสียงสั่น เธอดึงแขนเสื้อผมไว้ "ยอมเขาไปเถอะ เราสู้ไม่ได้หรอก"
"เราไม่มีวันชนะถ้าเรากลัวริน" ผมตอบเบาๆ สายตายังคงจับจ้องที่ชายชุดดำ "คนพวกนี้กลัวความจริงครับ ถ้าความจริงรั่วไหลออกไป ต่อให้มีอำนาจล้นฟ้าแค่ไหน ก็ไม่มีทางปิดกั้นเสียงสะท้อนจากคนทั้งคอนโดได้"
ชายชุดดำไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่าคนธรรมดา ฝ่ามือหนาคว้าเข้าที่คอเสื้อผมแล้วกระแทกแผ่นหลังผมเข้ากับชั้นเหล็กเสียงดังโครม รินกรีดร้องออกมาเบาๆ ในขณะที่คุณพิมที่ยืนอยู่ไกลออกไปกลับค่อยๆ ก้าวถอยหลังไปชิดผนัง แววตาของเธอเปลี่ยนไป—ไม่ใช่ความหวาดกลัวแบบเดิม แต่มันคือความจำนน
"แกอยากเป็นวีรบุรุษนักใช่ไหม?" เขากดนิ้วลงบนลำคอผมจนลมหายใจขาดห้วง "งั้นก็ดูให้ดีว่าวีรบุรุษในเมืองนี้มีจุดจบแบบไหน"
ในวินาทีที่อากาศเริ่มเหลือน้อยลง ผมเห็นเขากดปุ่มสื่อสารเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ปกเสื้อ "เก็บงานได้แล้ว จัดการให้เรียบร้อย"
เสียงฝีเท้าหนักๆ อีกหลายคู่ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องเก็บอุปกรณ์ ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่นี่คือการล้อมกรอบ ผมพยายามดิ้นรนแต่ชายชุดดำผู้นี้แข็งแกร่งราวกับเครื่องจักร ความหวังที่ผมเคยสร้างมาตลอดหลายเดือนของการรวบรวมหลักฐานเรื่องการยักยอกเงินกองทุนและการฮั้วประมูลซ่อมบำรุงกำลังจะมลายหายไปในพริบตา
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ผมคิดว่าทุกอย่างจบลง คุณพิมที่ดูเหมือนจะสยบยอมกลับก้าวออกมาจากเงามืด เธอไม่ได้วิ่งหนี แต่เธอกลับเดินตรงมาที่ชายชุดดำคนนั้นอย่างมั่นคง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือที่บันทึกวิดีโอเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ตั้งแต่ต้นขึ้นมาจ่อที่หน้าเขา
"ถ้าคุณแตะต้องเขาแม้แต่ปลายเล็บ วิดีโอนี้จะถูกส่งไปที่สถานีตำรวจและสื่อมวลชนทุกสำนักภายในสามวินาที" เสียงของคุณพิมนิ่งสนิทและทรงพลังจนชายชุดดำชะงักไปครู่หนึ่ง "ฉันไม่ได้กลัวคุณมานานแล้ว เพราะคนที่ไม่มีอะไรจะเสียอย่างฉัน คือคนที่น่ากลัวที่สุดสำหรับคนอย่างคุณ"
ชายชุดดำปล่อยคอเสื้อผมให้เป็นอิสระ เขาหันไปจ้องคุณพิมด้วยสายตาที่กร้าวขึ้น แต่มือของเขาก็ขยับค้างอยู่ในท่าเตรียมพร้อม "เธอคิดว่าหลักฐานแค่นี้จะทำอะไรนิติได้งั้นหรือ? นายจ้างของฉันเตรียมแผนสำรองไว้มากกว่าที่เธอคิดเยอะ"
"แผนสำรองเหรอครับ?" ผมไอออกมาสองสามครั้งก่อนจะพูดแทรกขึ้นมาด้วยเสียงที่แหบพร่า "ถ้าแผนสำรองของคุณคือการทำให้พวกเราหายไปจากคอนโดนี้ งั้นก็ต้องถามก่อนว่า... คุณจะปิดปาก 'คนทั้งชั้น' ได้ยังไง เมื่อเมื่อกี้ผมเพิ่งตั้งเวลาส่งข้อความอัตโนมัติถึงลูกบ้านทุกคนในตึกนี้ให้มารวมตัวกันที่โถงทางเดินชั้นห้าภายในสิบนาที"
ชายชุดดำชะงักไปจริงๆ ครั้งนี้แววตาของเขาสั่นไหว ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความประหลาดใจ เขาไม่คิดว่าผมจะกล้าเดิมพันด้วยชีวิตขนาดนี้
"แกมันบ้า" เขาคำราม
"ไม่ใช่บ้าครับ" ผมยืดตัวขึ้น แม้ร่างกายจะระบมไปหมด "ผมแค่เป็นคนธรรมดาที่เริ่มจะหมดความอดทนกับความอยุติธรรมแล้วต่างหาก"
ทันใดนั้น เสียงลิฟต์ตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดก็ดัง 'ติ๊ง' ขึ้นมา พร้อมกับเสียงฝีเท้าของผู้คนจำนวนมากที่พากันออกมาจากห้องพัก พวกเขาไม่ได้ถืออาวุธ แต่ละคนถือเพียงมือถือและแววตาที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจที่ถูกกดทับมานาน
ชายชุดดำถอยกรูดไปที่ทางหนีไฟ เขาหันมามองผมด้วยความอาฆาต ก่อนจะทิ้งท้ายประโยคที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นจัดยิ่งกว่าเดิม "แกคิดว่ารอดวันนี้แล้วจะจบงั้นหรือ? แกยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าคนที่สั่งให้ฉันมาฆ่าแก... คือใคร"
เขากระโดดหายลับไปในเงามืดของบันไดหนีไฟ ทิ้งให้พวกเรายืนงงงันอยู่กลางห้องเก็บอุปกรณ์ แต่ความโล่งใจยังไม่ทันได้หายใจเข้าลึกๆ เสียงโทรศัพท์ของรินก็ดังขึ้น เธอรับสาย มือสั่นระริกก่อนจะหันมามองผมด้วยสีหน้าซีดเผือด
"พี่กวินคะ... ที่ห้องพักของพี่... มีคนพังประตูเข้าไปแล้วค่ะ!"
ผมเบิกตากว้าง ความรู้สึกหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วร่าง เพราะสิ่งที่ซ่อนอยู่ในช่องลับหลังผนังห้องผม... คือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่ชี้ชัดถึงตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังโครงการตึกระฟ้าแห่งนี้ทั้งหมด และตอนนี้... มันกำลังตกอยู่ในมือของศัตรู
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอดทนรอคอยในความมืดมิดของตึกระฟ้านี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 26
อิทธิพลมืด
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!