"เก็บของของเธอไปซะ ริน... ก่อนที่เศษซากชีวิตของเธอจะกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่คนพวกนั้นจะใช้ขยี้คุณให้จมดิน"
กวินตะโกนไล่หลังความมืดที่กลืนกินร่างของชายปริศนาไปเมื่อครู่ เสียงของเขาสั่นพร่าขณะก้มลงหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่ตกอยู่บนพื้นพรมห้องโถง มันไม่ใช่แฟ้มข้อมูลของบริษัท แต่มันคือปึกเอกสารที่รวบรวมรายชื่อผู้ถือหุ้นลับในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของพ่อเขา ซึ่งหนึ่งในนั้นมีชื่อของ 'ริน' ปรากฏอยู่ด้วยในฐานะผู้ได้รับผลประโยชน์สูงสุด
รินยืนนิ่งอยู่มุมห้อง เสียงสะอื้นที่เขาพยายามกลั้นไว้ดังก้องในความเงียบงัน รินค่อยๆ หันกลับมา แสงไฟสลัวจากทางเดินสาดกระทบใบหน้าที่มักจะดูถ่อมตนและซื่อสัตย์ แต่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยร้าวของความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานหลายปี
"คุณคิดว่าผมเป็นคนยังไงครับ กวิน?" รินถามขึ้น เสียงของเขาราบเรียบจนน่ากลัว มันไม่ใช่เสียงของพนักงานทำความสะอาดที่เคยคอยส่งยิ้มให้กวินทุกเช้า แต่เป็นเสียงของคนที่แบกรับความลับมาทั้งชีวิต
กวินไม่ได้ตอบ เขากางเอกสารในมือออก นิ้วที่สั่นเทาชี้ไปยังตัวเลขบัญชีที่เชื่อมโยงกับธุรกรรมฟอกเงินมหาศาล "นี่คือสิ่งที่เธอทำเหรอริน? ใช้หน้ากากของคนทำความสะอาด ตีสนิทกับผม เพื่อหาทางเข้าถึงห้องทำงานพ่อผม? บอกผมมาว่าทั้งหมดนี่มันคือเรื่องโกหก"
รินเดินเข้ามาใกล้ขึ้นหนึ่งก้าว กลิ่นน้ำยาทำความสะอาดจางๆ ที่กวินคุ้นเคยบัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นอายของความลวงหลอกที่ทำให้เขารู้สึกสะอิดสะเอียน "ผมไม่ได้ตีสนิทเพราะคำสั่งใครครับ ผมทำไปเพราะนั่นเป็นทางเดียวที่จะทำให้ผมเข้าใกล้ 'ความจริง' ที่ครอบครัวคุณฝังมันไว้ใต้ตึกระฟ้าแห่งนี้"
กวินขมวดคิ้วแน่น "ความจริงอะไร? พ่อผมทำธุรกิจสุจริต"
"สุจริตงั้นหรือครับ?" รินแค่นหัวเราะ รอยยิ้มนั้นแฝงไปด้วยความขมขื่นที่สุดเท่าที่กวินเคยเห็น "ย้อนกลับไปสิบปีก่อน ที่ดินผืนนี้ไม่ได้เป็นของตระกูลคุณด้วยซ้ำ มันเคยเป็นบ้านของครอบครัวคนงานนับร้อยชีวิต ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในคืนที่พายุเข้า... พ่อของคุณคือคนเซ็นคำสั่งปิดทางออกฉุกเฉินทั้งหมด เพียงเพื่อเลื่อนกำหนดการก่อสร้างให้ทันเวลา"
กวินรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ ความทรงจำในวัยเด็กที่เคยถูกกลบฝังด้วยความหรูหราเริ่มสั่นคลอน เขานึกถึงภาพพ่อที่มักจะหิ้วกระเป๋าเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง และเสียงโทรศัพท์กลางดึกที่มักจะจบลงด้วยการเงียบเสียงไปนานหลายชั่วโมง
"คุณจะบอกว่า..." กวินเว้นวรรค หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก "คุณเป็นหนึ่งในเหยื่อ?"
"ผมคือคนที่สูญเสียทุกอย่างในคืนนั้นครับ" รินกล่าวพร้อมกับปลดสายรัดผ้ากันเปื้อนออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่พาดผ่านลำตัวยาวลงไปใต้เสื้อเชิ้ต "ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำลายคุณ แต่ผมมาเพื่อทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นของครอบครัวผม และเมื่อผมพบว่าคุณก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่พ่อคุณทิ้งไว้ให้รับกรรมแทน ผมก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ความแค้นของผมมันควรจะไปจบที่ใคร"
กวินทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังราคาแพง ความเย็นเยียบของมันไม่อาจเทียบได้กับความหนาวเหน็บที่แล่นผ่านหัวใจ เขาเฝ้ามองริน—คนที่เขาไว้ใจที่สุด—ด้วยแววตาที่สับสน หากความจริงคือรินต้องการแก้แค้น เหตุใดที่ผ่านมา รินถึงคอยปกป้องเขาจากการถูกโจมตีทางธุรกิจมาโดยตลอด?
"ถ้าคุณต้องการจะฆ่าผม หรือทำลายผม ทำไมคุณไม่ทำตั้งแต่แรก?" กวินถาม เสียงแผ่วเบา
รินเดินเข้าไปใกล้หน้าต่างบานใหญ่ที่แตกละเอียด เขามองออกไปยังแสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงที่ดูสวยงามแต่โหดร้าย "เพราะในความมืดมิดของตึกนี้ มีแค่คุณกับผมเท่านั้นครับที่เห็นเงาของกันและกันจริงๆ คนอื่นมองเห็นแค่ความหรูหรา แต่เราสองคนเห็นหยดน้ำตาที่ซ่อนอยู่หลังกระจกเงา"
รินหันกลับมา แววตาที่ว่างเปล่าของเขาเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น "คุณเชื่อผมไหมว่า พ่อของคุณไม่ได้แค่โกงเงิน แต่วันนี้ เขากำลังขายตึกนี้ทิ้ง เพื่อหนีออกนอกประเทศพร้อมกับหลักฐานทั้งหมด และทิ้งให้พวกเราทุกคนติดอยู่ใน 'กับดัก' ที่เขาวางไว้"
กวินนิ่งไปครู่หนึ่ง กลิ่นเหม็นไหม้บางอย่างโชยมาจากช่องระบายอากาศ เขาหันไปมองประตูห้องทำงานที่ล็อกแน่นสนิท ก่อนจะหันมามองรินด้วยความตระหนักรู้
"มันไม่ได้แค่จะหนีครับริน" กวินลุกขึ้นยืน แววตาเปลี่ยนไปเป็นความเด็ดเดี่ยวที่รินไม่เคยเห็นมาก่อน "มันกำลังจะทำให้ตึกนี้กลายเป็นที่ฝังศพของพวกเราทุกคน เพื่อทำลายร่องรอยอาชญากรรมทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้น"
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยดังระงมไปทั่วทั้งตึก ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องผ่านรอยแยกของกำแพง ท่ามกลางเสียงไซเรนที่บาดลึกแก้วหู กวินมองเห็นเงาร่างคนชุดดำจำนวนหกคนกำลังก้าวออกมาจากลิฟต์บริการ พร้อมกับอาวุธในมือที่สะท้อนแสงไฟแดงก่ำ
รินดึงกวินหลบหลังเคาน์เตอร์บาร์ "กวิน คุณต้องตัดสินใจเดี๋ยวนี้ จะสู้ไปพร้อมกับคนที่คุณเพิ่งรู้ว่าคือศัตรู หรือจะยอมตายไปพร้อมกับความลับที่พ่อคุณทิ้งไว้?"
กวินคว้าแจกันแก้วคริสตัลหนักอึ้งในมือแน่น หัวใจเขาสั่นระรัว แต่ในความสั่นสะเทือนนั้นกลับมีความกล้าที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน เขาหันไปสบตาริน—คู่คิดที่เปรียบเสมือนเงาของเขา—ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป
"ถ้าเราต้องตายที่นี่ ผมขอเลือกที่จะตายโดยรู้ความจริงทั้งหมด แทนที่จะมีชีวิตอยู่โดยเป็นเพียงแค่หุ่นเชิดของคนสารเลวนั่น... ลุยกันเลยครับ"
ทว่าในวินาทีที่ทั้งคู่เตรียมจะพุ่งออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่เดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลังพวกเขากลับหยุดทุกอย่างไว้ เสียงหัวเราะเย็นเยียบที่คุ้นเคยดังขึ้นจากเงามืดหลังตู้เก็บเอกสาร "ช่างเป็นมิตรภาพที่น่าประทับใจจริงๆ กวิน ลูกรัก... เสียดายที่วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่พวกแกจะได้เห็น 'ตัวตน' ของกันและกัน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกับผมมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของเรื่องนะครับ หวังว่าท่านจะได้รับความรู้สึกที่เข้มข้นในบทนี้ครับ
เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 32
ตัวตนที่แท้จริง
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!