เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 32

ตัวตนที่แท้จริง

ผลงานโดย คนมองเมือง
"เก็บของของเธอไปซะ ริน... ก่อนที่เศษซากชีวิตของเธอจะกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่คนพวกนั้นจะใช้ขยี้คุณให้จมดิน" กวินตะโกนไล่หลังความมืดที่กลืนกินร่างของชายปริศนาไปเมื่อครู่ เสียงของเขาสั่นพร่าขณะก้มลงหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่ตกอยู่บนพื้นพรมห้องโถง มันไม่ใช่แฟ้มข้อมูลของบริษัท แต่มันคือปึกเอกสารที่รวบรวมรายชื่อผู้ถือหุ้นลับในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของพ่อเขา ซึ่งหนึ่งในนั้นมีชื่อของ 'ริน' ปรากฏอยู่ด้วยในฐานะผู้ได้รับผลประโยชน์สูงสุด รินยืนนิ่งอยู่มุมห้อง เสียงสะอื้นที่เขาพยายามกลั้นไว้ดังก้องในความเงียบงัน รินค่อยๆ หันกลับมา แสงไฟสลัวจากทางเดินสาดกระทบใบหน้าที่มักจะดูถ่อมตนและซื่อสัตย์ แต่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยร้าวของความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานหลายปี "คุณคิดว่าผมเป็นคนยังไงครับ กวิน?" รินถามขึ้น เสียงของเขาราบเรียบจนน่ากลัว มันไม่ใช่เสียงของพนักงานทำความสะอาดที่เคยคอยส่งยิ้มให้กวินทุกเช้า แต่เป็นเสียงของคนที่แบกรับความลับมาทั้งชีวิต กวินไม่ได้ตอบ เขากางเอกสารในมือออก นิ้วที่สั่นเทาชี้ไปยังตัวเลขบัญชีที่เชื่อมโยงกับธุรกรรมฟอกเงินมหาศาล "นี่คือสิ่งที่เธอทำเหรอริน? ใช้หน้ากากของคนทำความสะอาด ตีสนิทกับผม เพื่อหาทางเข้าถึงห้องทำงานพ่อผม? บอกผมมาว่าทั้งหมดนี่มันคือเรื่องโกหก" รินเดินเข้ามาใกล้ขึ้นหนึ่งก้าว กลิ่นน้ำยาทำความสะอาดจางๆ ที่กวินคุ้นเคยบัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นอายของความลวงหลอกที่ทำให้เขารู้สึกสะอิดสะเอียน "ผมไม่ได้ตีสนิทเพราะคำสั่งใครครับ ผมทำไปเพราะนั่นเป็นทางเดียวที่จะทำให้ผมเข้าใกล้ 'ความจริง' ที่ครอบครัวคุณฝังมันไว้ใต้ตึกระฟ้าแห่งนี้" กวินขมวดคิ้วแน่น "ความจริงอะไร? พ่อผมทำธุรกิจสุจริต" "สุจริตงั้นหรือครับ?" รินแค่นหัวเราะ รอยยิ้มนั้นแฝงไปด้วยความขมขื่นที่สุดเท่าที่กวินเคยเห็น "ย้อนกลับไปสิบปีก่อน ที่ดินผืนนี้ไม่ได้เป็นของตระกูลคุณด้วยซ้ำ มันเคยเป็นบ้านของครอบครัวคนงานนับร้อยชีวิต ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในคืนที่พายุเข้า... พ่อของคุณคือคนเซ็นคำสั่งปิดทางออกฉุกเฉินทั้งหมด เพียงเพื่อเลื่อนกำหนดการก่อสร้างให้ทันเวลา" กวินรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ ความทรงจำในวัยเด็กที่เคยถูกกลบฝังด้วยความหรูหราเริ่มสั่นคลอน เขานึกถึงภาพพ่อที่มักจะหิ้วกระเป๋าเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง และเสียงโทรศัพท์กลางดึกที่มักจะจบลงด้วยการเงียบเสียงไปนานหลายชั่วโมง "คุณจะบอกว่า..." กวินเว้นวรรค หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก "คุณเป็นหนึ่งในเหยื่อ?" "ผมคือคนที่สูญเสียทุกอย่างในคืนนั้นครับ" รินกล่าวพร้อมกับปลดสายรัดผ้ากันเปื้อนออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่พาดผ่านลำตัวยาวลงไปใต้เสื้อเชิ้ต "ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำลายคุณ แต่ผมมาเพื่อทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นของครอบครัวผม และเมื่อผมพบว่าคุณก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่พ่อคุณทิ้งไว้ให้รับกรรมแทน ผมก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ความแค้นของผมมันควรจะไปจบที่ใคร" กวินทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังราคาแพง ความเย็นเยียบของมันไม่อาจเทียบได้กับความหนาวเหน็บที่แล่นผ่านหัวใจ เขาเฝ้ามองริน—คนที่เขาไว้ใจที่สุด—ด้วยแววตาที่สับสน หากความจริงคือรินต้องการแก้แค้น เหตุใดที่ผ่านมา รินถึงคอยปกป้องเขาจากการถูกโจมตีทางธุรกิจมาโดยตลอด? "ถ้าคุณต้องการจะฆ่าผม หรือทำลายผม ทำไมคุณไม่ทำตั้งแต่แรก?" กวินถาม เสียงแผ่วเบา รินเดินเข้าไปใกล้หน้าต่างบานใหญ่ที่แตกละเอียด เขามองออกไปยังแสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงที่ดูสวยงามแต่โหดร้าย "เพราะในความมืดมิดของตึกนี้ มีแค่คุณกับผมเท่านั้นครับที่เห็นเงาของกันและกันจริงๆ คนอื่นมองเห็นแค่ความหรูหรา แต่เราสองคนเห็นหยดน้ำตาที่ซ่อนอยู่หลังกระจกเงา" รินหันกลับมา แววตาที่ว่างเปล่าของเขาเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น "คุณเชื่อผมไหมว่า พ่อของคุณไม่ได้แค่โกงเงิน แต่วันนี้ เขากำลังขายตึกนี้ทิ้ง เพื่อหนีออกนอกประเทศพร้อมกับหลักฐานทั้งหมด และทิ้งให้พวกเราทุกคนติดอยู่ใน 'กับดัก' ที่เขาวางไว้" กวินนิ่งไปครู่หนึ่ง กลิ่นเหม็นไหม้บางอย่างโชยมาจากช่องระบายอากาศ เขาหันไปมองประตูห้องทำงานที่ล็อกแน่นสนิท ก่อนจะหันมามองรินด้วยความตระหนักรู้ "มันไม่ได้แค่จะหนีครับริน" กวินลุกขึ้นยืน แววตาเปลี่ยนไปเป็นความเด็ดเดี่ยวที่รินไม่เคยเห็นมาก่อน "มันกำลังจะทำให้ตึกนี้กลายเป็นที่ฝังศพของพวกเราทุกคน เพื่อทำลายร่องรอยอาชญากรรมทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้น" ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยดังระงมไปทั่วทั้งตึก ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องผ่านรอยแยกของกำแพง ท่ามกลางเสียงไซเรนที่บาดลึกแก้วหู กวินมองเห็นเงาร่างคนชุดดำจำนวนหกคนกำลังก้าวออกมาจากลิฟต์บริการ พร้อมกับอาวุธในมือที่สะท้อนแสงไฟแดงก่ำ รินดึงกวินหลบหลังเคาน์เตอร์บาร์ "กวิน คุณต้องตัดสินใจเดี๋ยวนี้ จะสู้ไปพร้อมกับคนที่คุณเพิ่งรู้ว่าคือศัตรู หรือจะยอมตายไปพร้อมกับความลับที่พ่อคุณทิ้งไว้?" กวินคว้าแจกันแก้วคริสตัลหนักอึ้งในมือแน่น หัวใจเขาสั่นระรัว แต่ในความสั่นสะเทือนนั้นกลับมีความกล้าที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน เขาหันไปสบตาริน—คู่คิดที่เปรียบเสมือนเงาของเขา—ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป "ถ้าเราต้องตายที่นี่ ผมขอเลือกที่จะตายโดยรู้ความจริงทั้งหมด แทนที่จะมีชีวิตอยู่โดยเป็นเพียงแค่หุ่นเชิดของคนสารเลวนั่น... ลุยกันเลยครับ" ทว่าในวินาทีที่ทั้งคู่เตรียมจะพุ่งออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่เดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลังพวกเขากลับหยุดทุกอย่างไว้ เสียงหัวเราะเย็นเยียบที่คุ้นเคยดังขึ้นจากเงามืดหลังตู้เก็บเอกสาร "ช่างเป็นมิตรภาพที่น่าประทับใจจริงๆ กวิน ลูกรัก... เสียดายที่วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่พวกแกจะได้เห็น 'ตัวตน' ของกันและกัน" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกับผมมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของเรื่องนะครับ หวังว่าท่านจะได้รับความรู้สึกที่เข้มข้นในบทนี้ครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%