“ปล่อยมือฉันเดี๋ยวนี้กวิน!” เสียงตะโกนของชายสวมแว่นดังแทรกผ่านเสียงสัญญาณเตือนภัยที่กรีดร้องระงมไปทั่วโถงทางเดินชั้นที่ 42 กวินไม่ฟัง เขาพุ่งตัวเข้ากระชากคอเสื้อชายคนนั้นจนหลังกระแทกเข้ากับผนังหินอ่อนที่เริ่มร้าวรานจากแรงสั่นสะเทือนของโครงสร้างตึก
“พ่อฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย บอกมา!” กวินคำราม ความเย็นชาที่เขาใช้สร้างกำบังใจมาตลอดชีวิตพังทลายลงในวินาทีนั้น
ชายสวมแว่นเพียงแค่ปัดฝุ่นที่ไหล่ด้วยกิริยาเรียบเฉย ราวกับเหตุการณ์ตึกกำลังถล่มเป็นเพียงละครเวทีฉากหนึ่งที่เขาเป็นผู้กำกับ “อารมณ์ฉุนเฉียวไม่เคยช่วยให้ใครรอดพ้นจากความจริงหรอกนะกวิน นายมองไปรอบๆ สิ... มิตรภาพที่นายพยายามสร้างขึ้นมาน่ะ กำลังจะถูกฝังกลบพร้อมกับกองซากปรักหักพังพวกนี้แล้ว”
กวินหันขวับไปมองโถงทางเดินที่ตอนนี้คละคลุ้งด้วยฝุ่นปูนและกลิ่นสายไฟไหม้ รินกำลังยืนอยู่ตรงจุดที่เพดานถล่มลงมา เธอไม่ได้หนี แต่กำลังพยายามใช้ด้ามไม้ถูพื้นค้ำยันเสาที่เริ่มเอียงลงมา เพื่อเปิดทางให้พนักงานออฟฟิศอีกสามคนที่มีอาการบาดเจ็บคลานออกมา
“ไปช่วยเธอซะสิ ถ้าไม่อยากเห็นคนแปลกหน้าที่นายเรียกว่ามิตรต้องดับสูญไปต่อหน้าต่อตา” ชายคนนั้นกระซิบข้างหู ก่อนจะอาศัยจังหวะที่กวินชะงักผลักเขาออกแล้วเดินหายไปในกลุ่มควัน ราวกับเป็นเพียงเงาที่ไม่มีตัวตน
กวินสูดหายใจลึก เขาไม่มีเวลามาวิเคราะห์คำพูดข่มขู่เหล่านั้นอีกแล้ว ชายหนุ่มวิ่งสุดกำลังไปยังจุดที่รินอยู่ มือที่เคยถือเพียงปากกาและแก้วกาแฟ บัดนี้ต้องออกแรงแบกรับน้ำหนักของคานเหล็กที่งอพับ
“ริน! ปล่อยมือจากเสานั่นเดี๋ยวนี้ มันไม่ไหวแล้ว!” กวินตะโกนแข่งกับเสียงเหล็กดัดที่ลั่นเปรี๊ยะ
“ถ้าปล่อยตอนนี้ พวกเขาก็ไม่มีทางออก!” รินตอบกลับ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว ใบหน้าที่เคยเปื้อนด้วยรอยยิ้มอบอุ่นยามทำความสะอาดคอนโด บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและฝุ่นดิน “ช่วยฉันประคองไว้หน่อยกวิน เราต้องทำให้พวกเขาออกมาให้หมด!”
วินาทีนั้น ความเป็น "คนแปลกหน้า" ที่กวินเคยให้คำจำกัดความไว้ว่าต้องเว้นระยะห่าง ได้ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง เขาไม่สนใจอีกต่อไปว่าคนข้างๆ จะมีตำแหน่งอะไร หรือตัวเขาเองจะมีอนาคตแบบไหน สิ่งที่เขารู้คือสองมือที่สั่นเทาของเขากำลังผสานเข้ากับมือของริน เพื่อดึงรั้งชีวิตของเพื่อนมนุษย์ที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน
ทุกคนในตึกเริ่มปรับตัวเข้าหากันโดยไม่ต้องมีคำสั่ง ผู้จัดการแผนกที่เคยเจ้ายศเจ้าอย่างกำลังใช้เสื้อเชิ้ตพันแผลให้พนักงานทำความสะอาดด้วยกัน หญิงสาวผู้เปี่ยมไปด้วยเครื่องสำอางหรูหรากำลังฉีกชายกระโปรงเพื่อทำเป็นผ้าปิดจมูกให้คนแก่ที่หายใจไม่ออก ในสภาวะที่ความตายมาเยือนถึงหน้าประตู หน้ากากของความแตกต่างในเมืองใหญ่ถูกกระชากทิ้งจนหมดสิ้นเหลือเพียงแก่นแท้ของจิตใจที่อยากรอดชีวิต
“นั่น! บันไดหนีไฟด้านทิศเหนือยังพอใช้ได้!” รินตะโกนบอกเมื่อเห็นแสงไฟฉายวับแวมจากกลุ่มพนักงานอีกฝั่งหนึ่ง
กวินรีบออกคำสั่งอย่างที่เขาไม่เคยทำมาก่อน “ทุกคน! ต่อแถวกันไป อย่าแยกจากกัน ริน... เธอต้องไปก่อน”
“ไม่ค่ะกวิน” รินปฏิเสธ เธอสบตากวินด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง “เรามาที่นี่ด้วยกัน ในวันที่ตึกนี้มืดมนที่สุด เราจะออกไปพร้อมกัน”
เสียงระเบิดดังขึ้นจากชั้นล่าง แรงสั่นสะเทือนทำเอาพื้นทางเดินทรุดตัวลง กวินคว้ามือรินไว้แน่น แรงเหวี่ยงมหาศาลทำให้พวกเขาต้องกระโดดข้ามรอยแยกของพื้นตึก ความร้อนจากเพลิงไหม้เบื้องล่างพุ่งขึ้นมาปะทะผิวหนังจนแสบร้อน กวินรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวระทึก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความรู้สึกว่าเขากำลังทำหน้าที่ของ "มนุษย์" ได้สมบูรณ์แบบที่สุด
ทว่า ในขณะที่พวกเขากำลังก้าวเท้าเข้าสู่ประตูกันไฟที่ปลอดภัย ร่างของชายสวมแว่นคนเดิมกลับยืนรออยู่อีกฝั่งหนึ่ง เขากำลังถือโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งในมือพร้อมกับกดส่งข้อความบางอย่าง
“ทำได้ดีมากกวิน” ชายคนนั้นกล่าวพลางยิ้ม “การที่เธอเลือกจะช่วยพวกเขาแทนที่จะวิ่งหนีไปตามสัญชาตญาณสัตว์ป่า... นั่นแหละคือบทพิสูจน์ว่าทำไมพ่อเธอถึงต้องการให้เธอมาอยู่ที่นี่”
กวินชะงักฝีเท้า เขาปล่อยมือจากรินเพียงครู่เดียวเพื่อก้าวไปหาชายคนนั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม “แกต้องการอะไรกันแน่? เงิน? อำนาจ? หรือแค่ความสะใจที่ได้ปั่นหัวคนอื่น?”
ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ เขาหมุนหน้าจอโทรศัพท์ให้กวินเห็น บนหน้าจอคือภาพถ่ายของกวินและรินที่กำลังโอบประคองกันอยู่ในซากปรักหักพังเมื่อครู่นี้ แต่ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ มีบุคคลที่สามปรากฏอยู่ในเงามืดเบื้องหลังของทั้งคู่ในรูปถ่ายใบนั้น... เป็นชายร่างใหญ่ในชุดสูทสีดำที่กวินจำได้แม่นยำว่าเป็นบอดี้การ์ดคนสนิทของพ่อเขาเอง
“ไม่ใช่เรื่องของเงินหรอกกวิน...” ชายสวมแว่นกดปิดหน้าจอแล้วเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อ “แต่เป็นเรื่องของ ‘การสืบทอด’ ต่างหาก ตอนนี้พ่อเธอกำลังรอพบเธออยู่ข้างล่างนั่น... และดูเหมือนว่าเขาไม่ได้มาคนเดียว แต่เขาพา ‘ศัตรูที่ร้ายกาจที่สุด’ ของตระกูลเธอมาด้วย”
เขาก้าวถอยหลังไปชิดหน้าต่างที่แตกละเอียด ก่อนจะทิ้งตัวลงสู่ความมืดมิดของราตรีที่ไร้ซึ่งแสงดาว ทิ้งให้กวินยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประตูกันไฟ พร้อมกับความจริงที่ว่า มิตรภาพที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นมาในตึกแห่งนี้ อาจกลายเป็นอาวุธชิ้นสำคัญที่ศัตรูของพ่อเขากำลังใช้เพื่อทำลายชีวิตของทุกคนที่เขารัก
หวังว่าตอนที่ 31 นี้จะทำให้ทุกท่านรู้สึกถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไปพร้อมกับกวินนะครับ ขอบคุณที่ติดตามกันเสมอครับ.
เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 31
มิตรภาพภายใต้ความตาย
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!