"ถอยออกไปครับริน... ผมจัดการเอง"
เสียงของกวินสั่นพร่าไม่ต่างจากมือที่กำลังสั่นเทาขณะยึดปลายพรมผืนหนาสีเทาเข้มเอาไว้ เขาไม่ได้มองหน้าหญิงสาวที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างหลัง แต่ดวงตาของเขากลับจดจ้องไปยังรอยนูนผิดธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนพรมนั้น ราวกับว่าหากเขาละสายตาไปแม้แต่วินาทีเดียว สิ่งที่อยู่ข้างใต้นั้นจะระเหยกลายเป็นไอหายไปเสียเฉยๆ
รินขยับถอยหลังตามคำสั่ง เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ควรจะเข้าไปแทรกแซงความเป็นส่วนตัวของชายหนุ่ม แม้ว่าเธอจะเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นความผิดปกตินี้ขณะทำความสะอาดห้องให้เขาก็ตาม "คุณกวินครับ... ถ้ามันเป็นเรื่องที่ทำร้ายจิตใจมากนัก บางทีการทิ้งไว้ตรงนั้นอาจจะดีกว่าการเผชิญหน้ากับมันก็ได้นะครับ"
กวินไม่ตอบ เขาออกแรงกระชากพรมผืนนั้นจนขอบพรมพับตลบกลับไป เผยให้เห็นรอยปื้นสีเหลืองจางๆ บนพื้นไม้ปาร์เกต์ และซองจดหมายสีน้ำตาลที่ดูเก่าคร่ำราวกับถูกแช่แข็งอยู่ในกาลเวลามานานปี มันไม่ใช่จดหมายฉบับแรกที่เขาพบ แต่มันคือฉบับที่สอง... ฉบับที่พ่อของเขาไม่ได้ทิ้งไว้ให้ในวันที่ตัดสินใจจากไปโดยไม่บอกลา
ชายหนุ่มทรุดเข่าลงกับพื้น ความเงียบในห้องทำงานของเขามันช่างน่าอึดอัด เสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังหึ่งๆ ดูจะกลายเป็นเสียงที่ดังที่สุดในเวลานั้น เขาสูดหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของความกล้าหาญที่แตกสลาย กวินหยิบซองจดหมายนั้นขึ้นมา ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงความสากของกระดาษที่กรอบจากการถูกกดทับ
"ผมไม่ได้อยากอ่านมันเลยสักนิดครับริน" กวินเอ่ยขึ้นโดยไม่หันไปมอง "แต่ความอยากรู้มันเหมือนเข็มพิษที่ปักอยู่ในอกผมตลอดเวลา ยิ่งผมหนี มันยิ่งแทงลึกเข้าไป"
รินมองแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวของชายหนุ่ม เธอเห็นความเปราะบางที่กวินมักจะซ่อนไว้ภายใต้สูทตัวเนี๊ยบและใบหน้าที่เรียบเฉยในทุกๆ วัน "ความจริงมักจะเจ็บปวดเสมอครับคุณกวิน แต่บางครั้ง ความไม่รู้นั้นเจ็บปวดกว่า เพราะมันทำให้เราต้องคาดเดาไปไม่รู้จบ"
กวินค่อยๆ ฉีกซองจดหมายออกอย่างแช่มช้า ลายมือตวัดของพ่อที่คุ้นเคยในความทรงจำปรากฏขึ้นสู่สายตา แม้หมึกจะเริ่มจางจนเกือบอ่านไม่ออก แต่มันกลับแจ่มชัดในความรู้สึกของเขา
*‘ถึงกวิน... ลูกคงกำลังอ่านจดหมายฉบับที่สองนี้ในวันที่ลูกล้มเหลวที่สุดในชีวิต และวันที่ลูกเริ่มตั้งคำถามว่า ความสำเร็จที่ลูกพยายามไขว่คว้ามาตลอดนั้น มันเพื่อตัวลูกเอง หรือเพื่อเงาของพ่อที่ลูกพยายามจะวิ่งหนีให้พ้นกันแน่’*
หัวใจของกวินกระตุกวูบ เขาจำได้ว่าพ่อไม่เคยยอมรับในสิ่งที่เขาเลือก พ่อผลักไสเขาเข้าสู่กรงขังของตึกระฟ้าแห่งนี้ เพื่อให้เขากลายเป็นเฟืองตัวหนึ่งในระบบทุนนิยมที่พ่อศรัทธา แต่ในจดหมายฉบับนี้ คำพูดของพ่อกลับดูแปลกไป มันไม่มีคำสั่ง ไม่มีการกดดัน มีเพียงคำสารภาพที่ซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัด
“พ่อบอกว่า...” กวินเสียงเครือ “พ่อบอกว่าตึกที่ผมทำงานอยู่นี้ ไม่ใช่ที่ที่สร้างความสำเร็จ แต่มันคือสุสานของความฝันที่คนแปลกหน้าเอามาฝังรวมกัน”
รินเดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว เธอจ้องมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ "คุณกวินครับ... ถ้าจดหมายฉบับนั้นไม่ได้เปลี่ยนอดีตได้ แต่เปลี่ยนมุมมองของคนอ่านได้ล่ะครับ? พ่อของคุณอาจจะแค่ต้องการให้คุณเป็นอิสระจากสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาเอง"
กวินกำจดหมายแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ เขาเงยหน้าขึ้นมองกระจกหน้าต่างบานใหญ่ที่สะท้อนภาพตึกสูงระฟ้าภายนอก แสงไฟจากเมืองที่ไม่มีวันหลับไหลดูช่างเย็นชาและว่างเปล่า เขาเพิ่งเข้าใจว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่ได้วิ่งหนีพ่อเพียงคนเดียว แต่เขากำลังวิ่งหนีความจริงที่ว่าเขาก็เป็นเพียงคนแปลกหน้าคนหนึ่งที่หลงทางในป่าคอนกรีตแห่งนี้เช่นกัน
"รินครับ" กวินลุกขึ้นยืนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป "จดหมายฉบับนี้... มันมีชื่อของใครบางคนอยู่ข้างใต้ลายเซ็นพ่อ มันไม่ใช่แค่คำสารภาพ แต่มันคือรายชื่อของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับวันที่ชีวิตผมพังทลายลง"
รินชะงักไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความตกใจ "คุณหมายถึง... ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการล้มละลายของบริษัทครอบครัวคุณงั้นหรือครับ?"
กวินพยักหน้าช้าๆ เขาเดินไปที่โต๊ะทำงานแล้วเปิดลิ้นชักที่ล็อกไว้อย่างแน่นหนาออกมา สิ่งที่อยู่ข้างในนั้นไม่ใช่เอกสารธุรกิจ แต่มันคือรูปถ่ายใบหนึ่งที่เพิ่งถูกเสียบเข้ามาเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาหลังจากที่เขามัวแต่ก้มหน้าอ่านจดหมาย
ในรูปนั้นคือภาพของเขาเอง... ที่ยืนอยู่กับรินในห้องนี้ เมื่อวานนี้
กวินรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง เขาหันขวับไปมองรินที่ยืนอยู่ตรงหน้า หญิงสาวไม่ได้มองเขากลับด้วยสายตาที่คุ้นเคยอีกต่อไป แววตาของเธอในตอนนี้ดูคมกริบและเย็นชาจนน่าสะพรึงกลัว เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่พนักงานทำความสะอาดที่บังเอิญผ่านมาเจอจดหมายฉบับนี้ แต่เธอดูเหมือนคนที่วางแผนให้เขาพบมันตั้งแต่ต้น
"คุณกวินครับ" รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบจนใจหาย "จดหมายฉบับที่สองที่คุณพบ... คุณคิดจริงๆ หรือครับว่ามันบังเอิญ?"
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ กวินหันไปมองประตูด้วยหัวใจที่เต้นรัว ราวกับว่าคนที่กำลังจะก้าวเข้ามาคือจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่จะไขความลับที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิตของเขา
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของชีวิตและเงาสะท้อนในตึกระฟ้าแห่งนี้มาจนถึงตอนนี้ด้วยความเคารพครับคนมองเมือง
เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 23
จดหมายฉบับที่สอง
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!