เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 24

คนแปลกหน้ากลายเป็นมิตร

ผลงานโดย คนมองเมือง
"คุณจะยืนแช่อยู่ตรงนั้นอีกนานไหมครับ หรือต้องให้ผมเชิญเข้ามาก่อน ถึงจะยอมเปิดปากพูดเรื่องกล่องใบนั้น?" น้ำเสียงของชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องพักของกวินไม่ได้สั่นไหว เขาคือคุณสมชาย เจ้าของห้อง 804 ชายที่ใครต่อใครในคอนโดต่างนินทาว่าเป็นคนเก็บตัวและเย็นชา ทว่าในวินาทีนี้ สายตาของเขากลับเต็มไปด้วยความรวดร้าวที่ฉายชัดจนกวินแทบไม่อาจหลบเลี่ยง กวินขยับตัวถอยหลัง เปิดทางให้คนแปลกหน้าที่วันนี้ดูเหมือนจะรู้จักเขาดีกว่าตัวเขาเอง ก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายของกาแฟดำจางๆ ลอยมาจากเสื้อสูทของคุณสมชาย มันเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกถึงความโดดเดี่ยวที่หนักอึ้งพอๆ กับความรู้สึกที่กวินแบกไว้ในอก "ผมไม่ได้ตั้งใจจะละเมิดความเป็นส่วนตัวของคุณกวินนะครับ" คุณสมชายพูดพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องที่แทบไม่มีสิ่งของบ่งบอกตัวตน มีเพียงแฟ้มเอกสารและกองหนังสือที่วางระเกะระกะบนโต๊ะทำงาน "แต่เมื่อคืนนี้... ผมเห็นรินเธอกำลังร้องไห้อยู่ที่โถงทางเดิน หน้าห้องคุณ" กวินชะงักมือที่กำลังจะหยิบแก้วน้ำวางลงบนโต๊ะ หัวใจเขาเต้นรัวกว่าเดิม "รินร้องไห้เหรอครับ? ทำไม... เรื่องอะไร?" "นั่นสิครับ ทำไม" คุณสมชายแค่นยิ้มที่มุมปาก "เราต่างก็เป็นคนแปลกหน้าที่มาอาศัยอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน ใช้ลิฟต์ตัวเดียวกัน กดปุ่มขึ้นลงด้วยความรีบร้อน แต่กลับไม่เคยหยุดถามว่าคนที่ยืนข้างๆ เขากำลังแบกรับโลกทั้งใบไว้ด้วยความเหนื่อยล้าขนาดไหน" จังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นจังหวะที่แผ่วเบาและสุภาพกว่าเดิม เมื่อกวินเปิดประตูออก ก็พบกับรินที่ถือถาดอาหารเช้าเล็กๆ มาด้วย ใบหน้าของเธอแม้จะดูอ่อนเพลีย แต่ดวงตายังคงความใจดีเอาไว้เสมอ "ขอโทษที่เสียมารยาทนะคะคุณกวิน... อ้าว คุณสมชาย?" รินชะงักไปเมื่อเห็นแขกคนสำคัญอยู่ในห้อง บรรยากาศเงียบงันลงชั่วขณะ ความอึดอัดเริ่มก่อตัวขึ้นจนกวินรู้สึกได้ว่าอากาศในห้องมันบางเบาลงเรื่อยๆ "เข้ามาเถอะครับริน" กวินเอ่ยปากแทน "ผมว่าเราสามคน มีเรื่องที่ต้องคุยกันให้ชัดเจนเสียที" รินวางถาดอาหารลง แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า เธอมองหน้ากวินสลับกับคุณสมชาย ก่อนจะตัดสินใจเปิดเผยความลับที่เธอเก็บไว้ในฐานะคนที่เข้าออกทุกห้องในคอนโดแห่งนี้ "ความลับที่คุณตามหาอยู่กวิน... มันไม่ได้อยู่ในห้องนี้ แต่มันอยู่ในบันทึกของผู้อยู่อาศัยที่ย้ายออกไปเมื่อสามปีก่อน" รินสูดลมหายใจเข้าลึก "คนที่ครอบครัวของคุณกวินเคยพยายามจะทำลาย เพื่อก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดในบริษัทนั่นแหละค่ะ คือเจ้าของห้องคนเดิมของห้องนี้" กวินรู้สึกเหมือนพื้นห้องสั่นไหว ข้อมูลที่เขาพยายามสืบเสาะมาตลอดหลายเดือนเริ่มเชื่อมโยงเข้าหากัน ความคาดหวังของพ่อแม่ที่เขาเคยคิดว่าคือแรงผลักดัน แท้จริงแล้วมันคือเศษซากที่ถูกสร้างขึ้นบนความพินาศของผู้อื่น คุณสมชายถอนหายใจยาว "ครอบครัวคุณไม่ได้แค่ล้มเหลวครับกวิน แต่พวกเขาคือสาเหตุที่ทำให้ครอบครัวของผมพังทลายลง และวันนี้ ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อแก้แค้น แต่ผมมาที่นี่เพื่อจะบอกว่า... ผมให้อภัยคุณแล้ว เพราะคุณก็เป็นเหยื่อคนหนึ่งของความทะเยอทะยานที่มองไม่เห็นหัวคนอื่นไม่ต่างจากผม" คำพูดนั้นราวกับค้อนที่ทุบทำลายกำแพงความเย็นชาในใจกวินจนพังทลายลง ความสัมพันธ์ระหว่างคนแปลกหน้าที่เคยอยู่แค่ในระดับ 'คนรู้จักในลิฟต์' เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นมิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นจากรอยแผลเป็นร่วมกัน พวกเขาเริ่มแลกเปลี่ยนเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ใต้ตึกระฟ้าแห่งนี้—เรื่องของความเปราะบางของคนเมืองที่ไม่มีใครมองเห็น เรื่องของความฝันที่ถูกทิ้งไว้ในถังขยะ และเรื่องของความเห็นอกเห็นใจที่กลายเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวเดียวในวันที่โลกภายนอกหมุนเร็วเกินกว่าจะรั้งรอใคร บรรยากาศในห้องที่เคยอ้างว้างกลับอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด รินเริ่มเล่าเรื่องตลกเบาๆ เกี่ยวกับพฤติกรรมแปลกๆ ของคนในคอนโดที่เธอพบเห็นเป็นประจำ คุณสมชายเริ่มหัวเราะออกมาอย่างจริงใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ส่วนกวิน... เขาเริ่มสัมผัสได้ถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่โดยไม่ต้องแบกความคาดหวังของใครไว้บนบ่า ทว่า ในขณะที่ความสบายใจกำลังก่อตัวขึ้น เสียงโทรศัพท์มือถือของกวินก็สั่นรัวขึ้นมาบนโต๊ะ หน้าจอแสดงชื่อที่เขาไม่ได้เห็นมานานหลายเดือน—'แม่' "ผมว่าคุณควรรับนะครับ" คุณสมชายมองดูเบอร์นั้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่า "เพราะบางที... สิ่งที่โทรมาอาจจะไม่ใช่แค่คำถามสารทุกข์สุกดิบ แต่เป็นการทวงคืนสิ่งที่พวกเขาคิดว่าเป็นของเขา" กวินกดรับสายด้วยมือที่สั่นเทา เสียงของแม่ปลายสายไม่ได้นุ่มนวลเหมือนในวันเก่า แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเยือกเย็นที่บาดลึกถึงกระดูก "กวิน... กลับบ้านได้แล้ว สิ่งที่ลูกกำลังทำอยู่ตอนนี้มันไร้สาระเกินไป และถ้าลูกยังยุ่งกับคนพวกนั้นอีก อย่าหาว่าแม่ไม่เตือน เพราะห้องที่ลูกอยู่ตอนนี้... ไม่ใช่ที่ปลอดภัยสำหรับลูกอีกต่อไป" สายถูกตัดไปในทันที พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยของคอนโดที่ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นทั่วทั้งตึก รินลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเป็นความตื่นตระหนกที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ขณะที่ไฟในห้องกะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับมืดลงเหลือเพียงความมืดมิดที่มีเพียงเสียงหายใจของทั้งสามคน "กวิน... พวกเขาไม่ได้มาแค่คำขู่" รินกระซิบผ่านความมืด "ประตูลิฟต์ที่ชั้นล่างเพิ่งเปิดออก และมีคนกลุ่มหนึ่งในชุดสูทสีดำกำลังขึ้นมาที่ชั้นนี้... ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้มาเพื่อคุยกับคุณธรรมดาๆ แล้วล่ะครับ" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับเงาของคนเมืองและมิตรภาพที่ไม่มีคำว่าแปลกหน้าในบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%