“คุณจะทำลายชีวิตตัวเองเพียงเพราะอยากสั่งสอนพวกเขางั้นหรือครับกวิน? มันไม่คุ้มหรอก”
น้ำเสียงของรินสั่นเครือ เธอวางไม้ถูพื้นพิงผนังห้องโถงกว้างของคอนโดหรูหราที่ดูเย็นเยียบผิดปกติในยามวิกาล ดวงตาของหญิงสาวที่เคยฉายแววความเห็นอกเห็นใจ บัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น กวินยืนหันหลังให้เธอ แผ่นหลังนั้นดูแกร่งเกร็งผิดไปจากพนักงานออฟฟิศธรรมดาที่เธอเคยรู้จัก
กวินไม่ตอบในทันที เขาค่อยๆ หมุนตัวกลับมา ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีเกรี้ยวกราด ทว่าดวงตาที่เคยสงบนิ่งกลับพราวระยับด้วยประกายประหลาด เขายกยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่ไม่ได้ส่งถึงดวงตา แต่ส่งถึงความมืดมิดที่กำลังก่อตัวขึ้นในจิตใจ
“ริน... คุณรู้ไหมว่าคนอย่างพวกมันกลัวอะไรที่สุด?” กวินถามพลางก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว “ไม่ใช่ความจน ไม่ใช่กฎหมาย แต่คือการที่คนตัวเล็กๆ อย่างผม... เลิกกลัวพวกมันต่างหาก”
“แต่พวกเขามีทุกอย่าง! มีอำนาจ มีกฎหมายในมือ มีแม้กระทั่งชีวิตของคนข้างหลังคุณ” รินก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว มือของเธอสั่นเทาจนต้องกำขอบเสื้อเครื่องแบบแน่น “กวิน ผมเตือนคุณด้วยความหวังดี อย่าเอาชีวิตไปแลกกับเกมที่ไม่มีวันชนะ”
กวินหยุดเดิน เขามองรินด้วยสายตาที่ซับซ้อน มันมีความอาทรผสมอยู่กับความผิดหวัง “คุณเลือกที่จะมองหาความสุขในมุมมืดของตึกนี้มาตลอดชีวิตใช่ไหมครับริน... คุณถึงได้กลัวที่จะเห็นมันพังทลาย”
“ฉันแค่ไม่อยากเห็นคุณหายไป... เหมือนกับคนอื่นๆ ที่เคยพยายามทำแบบคุณ”
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสอง กลิ่นน้ำยาทำความสะอาดราคาถูกผสมกับกลิ่นไอความเย็นของเครื่องปรับอากาศกลางดึก ทำให้บรรยากาศดูหนักอึ้งเหมือนถูกกดทับด้วยมวลน้ำมหาศาล กวินมองทะลุกระจกบานใหญ่ไปสู่แสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงด้านนอก แสงเหล่านั้นไม่ใช่ความสวยงามสำหรับเขาอีกต่อไป แต่มันคือเขาวงกตที่คอยกลืนกินวิญญาณของผู้คนที่พยายามจะปีนขึ้นไป
“ผมไม่ได้จะทำลายพวกเขาด้วยกำลัง” กวินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงของเขาราบเรียบแต่เปี่ยมไปด้วยพลังที่น่าขนลุก “ผมจะทำให้พวกมันเห็นว่า ‘ภาพลักษณ์’ ที่พวกมันหวงแหนนักหนาน่ะ... มันเปราะบางกว่าแก้วคริสตัลเสียอีก”
รินนิ่งอึ้ง เธอเห็นความเด็ดเดี่ยวในแววตาของกวิน และนั่นคือสิ่งที่เธอกลัวที่สุด เธอรู้ดีว่ากวินไม่ได้ล้อเล่น และเขาก็ไม่ได้พูดเพราะความโกรธชั่ววูบ แต่นี่คือแผนการที่วางไว้ด้วยความเจ็บปวดที่สะสมมานานนับปี
“ถ้าคุณทำแบบนั้น เราก็ไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว” รินเอ่ยเสียงแผ่ว “คุณจะกลายเป็นคนแปลกหน้า... สำหรับฉัน และสำหรับทุกคน”
“ความสัมพันธ์ที่สร้างขึ้นบนความกลัว... มันจะมีค่าอะไรครับริน?” กวินถามกลับทิ้งท้ายก่อนจะเดินผ่านเธอไป ชายหนุ่มหยุดกึกที่หน้าประตูลิฟต์ แต่ไม่ได้หันกลับมามอง “ถ้าคุณยังอยากอยู่ที่นี่ต่อ ผมแนะนำให้คุณเลิกมองผมในฐานะคนรู้จัก แล้วมองผมในฐานะ ‘เงา’ ที่กำลังจะกลืนกินตึกนี้ดีกว่าครับ”
ลิฟต์ตัวหรูเคลื่อนตัวมาถึง เสียงสัญญาณเตือนดังก้องในโถงทางเดินที่เงียบสงัด กวินก้าวเข้าไป ประตูโลหะค่อยๆ ปิดลง กั้นกลางระหว่างคนสองคนที่เคยมีความผูกพันกันผ่านความเห็นอกเห็นใจ ทิ้งให้รินยืนเคว้งคว้างอยู่กลางโถงทางเดินที่กว้างใหญ่เกินกว่าจะรู้สึกถึงความปลอดภัย
รินทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเย็นเยียบ น้ำตาของเธอเริ่มรินไหลออกมาเงียบๆ ไม่ใช่เพราะความเสียใจที่มิตรภาพกำลังพังทลาย แต่เป็นความหวาดกลัวต่อสิ่งที่กวินกำลังจะทำ... สิ่งที่อาจจะไม่มีใครรอดพ้นจากผลกระทบของมัน
ในขณะที่รินกำลังจะลุกขึ้นเพื่อเดินจากไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดด้านหลัง เธอหันกลับไปพบกับชายในชุดสูทสีเข้มที่เธอจำได้แม่นว่าเป็นหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยของคอนโดแห่งนี้ ชายผู้นั้นไม่ได้มองมาที่เธอ แต่มองตรงไปยังลิฟต์ที่กวินเพิ่งจากไป พร้อมกับยิ้มที่ทำให้หัวใจของรินหยุดเต้น
“เขายังไม่รู้ตัวสินะว่าเดินเข้าหาปากเสือเอง” ชายชุดสูทพึมพำกับโทรศัพท์ในมือ “เอาละ เริ่มปฏิบัติการได้... จัดการให้เขาสูญหายไปจากเมืองนี้แบบไร้ร่องรอยเสียที”
ด้วยความตกใจ รินเผลอทำถังน้ำในมือหล่นกระแทกพื้นจนเกิดเสียงดังลั่น ชายชุดสูทหันขวับมามองเธอทันที แววตาที่ว่างเปล่าของเขาเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่พร้อมจะสังหารผู้เห็นเหตุการณ์ให้สิ้นซากในวินาทีนั้นเอง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในความมืดมิดของเมืองใหญ่นี้นะครับ
เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 12
ความกลัวที่กัดกิน
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!