เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 13

เศษเสี้ยวของอดีต

ผลงานโดย คนมองเมือง
“อยู่นิ่งๆ... อย่าส่งเสียง” เสียงกระซิบนั้นแหบพร่า ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกน กวินพุ่งตัวเข้ามาคว้าข้อมือของรินไว้ด้วยความเร็วที่เหนือคาดหมาย แรงบีบจากฝ่ามือของเขาสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เพราะความหวาดกลัวที่ถูกฉุดกระชากขึ้นมาจากก้นบึ้งของจิตใจ ชายชุดสูทปริศนาคนนั้นนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง สายตาที่ว่างเปล่าดั่งหลุมดำมองทะลุผ่านความมืดมิดของโถงทางเดินคอนโดหรู ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับและก้าวหายเข้าไปในเงามืดของลิฟต์ตัวสุดท้ายอย่างเงียบเชียบ รินหอบหายใจถี่ หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากทรวงอก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆ ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่กดทับจนหูอื้อ กวินปล่อยมือจากเธอแล้วทรุดตัวลงพิงผนังเย็นเยียบข้างถังน้ำที่หกกระจาย เขายกมือขึ้นกุมขมับ พลางหลับตาแน่น “คนพวกนั้น...” รินพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น “เขาเป็นใครกันคะ กวิน... หมายถึง คุณกวิน ทำไมเขาต้องมองเหมือนจะฆ่าเราด้วย” กวินไม่ตอบในทันที เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้ดูโดดเดี่ยวเหมือนยามปกติ แต่มันเต็มไปด้วยความแตกสลายที่ถูกกดทับมานานนับสิบปี เขาหยิบซองบุหรี่ขึ้นมา แต่กลับพบว่ามันว่างเปล่า ก่อนจะโยนมันทิ้งลงพื้นด้วยความหงุดหงิด “คุณเห็นไหม ริน... ความเงียบในตึกนี้มันไม่ได้มีไว้ให้คนพักผ่อน แต่มันมีไว้เพื่อกลบเสียงความฉิบหายที่คนข้างในพยายามปิดบัง” กวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทิ่มแทง “ครอบครัวของผม... ก็เริ่มต้นจากการเป็น ‘ความเงียบ’ แบบนี้แหละครับ” เขามองรินผ่านแสงไฟสลัวจากหลอดนีออนที่กะพริบถี่ ก่อนจะตัดสินใจเล่าสิ่งที่เขาไม่เคยบอกใคร “พ่อผมเป็นพวกบ้าความสำเร็จ ท่านเชื่อว่าตึกสูงระฟ้าไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้คนอยู่ แต่สร้างมาเพื่อประกาศว่าใครมีอำนาจเหนือกว่าใคร” กวินแค่นยิ้มที่มุมปาก “ผมเติบโตมาในห้องสวีทชั้นบนสุดของตึกที่หรูหราที่สุดในยุคนั้น พ่อมีทุกอย่างยกเว้น ‘เวลา’ ให้กับแม่ วันที่ตึกนี้ก่อตั้งขึ้น พ่อบอกแม่ว่า ‘ถ้าเราย้ายเข้าไปอยู่ที่นั่น เราจะเป็นอมตะ’ แต่สุดท้าย... ความตายกลับมาเยือนแม่ผมก่อนตึกจะสร้างเสร็จเสียอีก” รินนิ่งฟัง เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มข้างกาย “แม่ผมไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุหรอกครับ” กวินก้มหน้ามองเงาของตัวเองบนพื้น “แม่ตายเพราะความเหงา... ในวันที่พ่อหมกมุ่นอยู่กับการประชุมบอร์ดบริหารเพื่อขยายอาณาจักร แม่เดินไปที่ริมระเบียงชั้น 40 แล้วทิ้งทุกอย่างลงไป ท่ามกลางสายฝนที่ไม่มีใครสนใจจะมองขึ้นไปดู ผมยังจำเสียงตึกที่สั่นสะเทือนในตอนนั้นได้ดี มันไม่ใช่แค่เสียงของโครงสร้างเหล็ก แต่มันคือเสียงหัวใจของผมที่พังทลายลงพร้อมกับร่างของแม่” รินน้ำตาคลอ เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมกวินถึงมักจะเลือกอยู่กับความสันโดษ และทำไมเขาถึงดูแปลกแยกจากผู้คนในตึกหรูแห่งนี้ “เขาโทษว่าแม่ขี้ขลาด” กวินเล่าต่อ เสียงของเขาสั่นเครือ “พ่อทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาสั่งให้รื้อฟื้นโปรเจกต์ใหม่ เปลี่ยนสีผนังห้องใหม่ และทำลายหลักฐานทุกอย่างที่บ่งบอกว่าแม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้น เพื่อที่เขาจะได้เดินหน้าต่ออย่างสง่างามในวงสังคม และนั่นคือวันที่ผมตัดสินใจตายจากคนในครอบครัวนั้น... ผมกลายเป็นแค่คนแปลกหน้าสำหรับพ่อ และเป็นแค่พนักงานออฟฟิศธรรมดาที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของตึกระฟ้าตึกอื่น เพื่อดูว่าเมื่อไหร่... ความพังทลายจะมาเยือนชีวิตของคนพวกนั้นบ้าง” “คุณเลยตามหาเขา...” รินพึมพำ “คนชุดสูทพวกนั้น คือส่วนหนึ่งของอดีตที่คุณพยายามจะทำลายทิ้งใช่ไหม” กวินเงยหน้าขึ้นมองเพดาน ราวกับกำลังมองทะลุผ่านตึกนี้ไปหาพ่อของเขาที่อาจจะอยู่ชั้นบนสุด “ใช่ครับ และคนเมื่อครู่... เขาคือทนายความที่ถือครองเอกสารชิ้นสุดท้ายที่พ่อทิ้งไว้ให้ผม มันคือคำสั่งเสียที่ผมไม่มีวันยอมรับได้” จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของกวินก็ดังขึ้นในความเงียบสงัด เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นตา กวินรับสายด้วยมือที่สั่นเทา เขายกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู โดยมีรินยืนลุ้นอยู่ข้างๆ แสงไฟในโถงทางเดินดับพรึ่บลงจนมืดสนิท เหลือเพียงแสงหน้าจอโทรศัพท์ที่ส่องกระทบใบหน้าของกวินที่ซีดเผือดลงอย่างรวดเร็ว “ครับ... ผมทราบแล้ว” กวินวางสายด้วยมือที่ไร้เรี่ยวแรง เขาหันมาหารินด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับคนเสียสติ “ริน... คุณบอกว่าคุณทำความสะอาดห้อง 4004 เมื่อเช้านี้ใช่ไหม” รินพยักหน้าอย่างงงๆ “ใช่ค่ะ ทำไมหรือคะ” “ไม่มีใครอยู่ห้องนั้นมาห้าปีแล้ว” กวินกระซิบเสียงต่ำด้วยความหวาดกลัว “แต่คนในสายเมื่อกี้บอกว่า... มีคนเพิ่งพบศพพ่อของผมในห้องนั้น... และศพนั้น... เพิ่งจะเสียชีวิตเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี้เอง” กวินทรุดตัวลงกับพื้น รินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้งเมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังหลายคู่เริ่มเดินเข้ามาใกล้จากทางเดินมืดมิด เบื้องหลังความลับที่เธอคิดว่ารู้หมดแล้ว กำลังเปิดฉากบทใหม่ที่นองไปด้วยเลือดและปริศนาที่ยากจะหาคำตอบ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรอยร้าวของชีวิตคนเมืองในตอนนี้นะครับ "คนมองเมือง" จะตั้งตารอพบกับทุกท่านในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%