เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 46

วันแห่งการพิพากษา

ผลงานโดย คนมองเมือง
เสียงก้าวเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ที่บดเบียดลงบนพื้นกระเบื้องแกรนิตของห้องประชุมใหญ่ชั้นสิบสอง สะท้อนก้องกังวานราวกับเสียงกลองศึกที่กำลังเร่งจังหวะเร้าโรม ความเงียบงันที่ควรจะเกิดขึ้นหลังสิ้นคำประกาศอันน่าตกใจ กลับถูกแทนที่ด้วยเสียงฮือฮาที่ดังระเบิดขึ้นราวกับรังแตนถูกไม้ตี "มันหมายความว่ายังไงวะ! ตึกจะถล่มภายในสิบสองชั่วโมงเหรอ? พูดบ้าอะไรออกมา!" เสียงตะคอกของกรรมการนิติบุคคลคนหนึ่งดังลั่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เขาชี้หน้าชายร่างท้วมผู้สวมชุดสูทสีเทาเข้ม ซึ่งยืนถือแฟ้มเอกสารหนาเตอะอยู่หน้าจอโปรเจกต์เตอร์ แสงสีฟ้าสะท้อนลงบนใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของตัวแทนจากบริษัทวิศวกรรม กวินยืนพิงกำแพงอยู่มุมห้อง วงแขนกอดอกแน่น สายตาสีหม่นกวาดมองความอลหม่านตรงหน้า มนุษย์เงินเดือนผู้รักความสันโดษอย่างเขาคุ้นเคยกับการอยู่ในพื้นที่ปิดทึบและเงียบงัน แต่ภาพที่ปรากฏในยามนี้กลับเต็มไปด้วยความโกลาหลของเพื่อนบ้านที่เขาไม่เคยแม้แต่จะสบตากันในลิฟต์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความโลภ ความหวาดกลัว และความเห็นแก่ตัวกำลังลอกคราบเปลือกนอกอันหรูหราของผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมไฮโซแห่งนี้ออกจนหมดสิ้น "โปรดสงบสติอารมณ์ด้วยครับทุกท่าน!" เสียงประกาศผ่านไมโครโฟนดังแทรกขึ้นมา เป็นเสียงของประธานนิติบุคคลวัยเกษียณที่พยายามควบคุมสถานการณ์ มือที่ถือไมค์สั่นเทาจนเห็นได้ชัด "ทางเราได้รับรายงานลับสุดยอดจากทีมตรวจสอบโครงสร้างเมื่อครู่... เสาหลักรับน้ำหนักชั้นใต้ดินมีรอยร้าวระดับวิกฤตจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายด้านล่าง แรงสั่นสะเทือนสะสมทำให้ฐานรากทรุดตัว เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้มากครับ" ริน ซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากประตูทางออก เธอสวมชุดยูนิฟอร์มพนักงานทำความสะอาดที่ยับย่นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกวาดมองผู้คนที่กำลังแย่งกันส่งเสียงโวยวายด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน รินหันมาสบตากันกับกวิน แววตาของหญิงสาวสะท้อนความเหนื่อยล้าของคนหาเช้ากินค่ำ ผู้ซึ่งตลอดชีวิตไม่เคยเป็นเจ้าของพื้นที่ใดในตึกสูงระฟ้าแห่งนี้อย่างแท้จริง แต่กลับต้องมาแบกรับชะตากรรมร่วมกับคนรวยเหล่านี้ "คุณกวิน..." รินกระซิบเบาๆ ฝ่าเสียงอึกทึกครึกโครม "เราจะทำยังไงกันดีคะ... เอ๊ย... ครับ" รินรีบแก้คำพูดเมื่อนึกถึงรอยยิ้มสุภาพของชายหนุ่มที่มักจะเตือนเธอเรื่องภาษาอยู่เสมอ "เราจะเดินออกไปครับริน" กวินตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกدทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ ที่ซึ่งเบื้องล่างคือมหานครอันกว้างใหญ่ไพศาล แสงไฟจากตึกรามบ้านช่องนับล้านดวงยังคงส่อง ประกายเย้ยหยันความเปราะบางของชีวิตมนุษย์ "ตึกนี้สร้างขึ้นบนความเร่งรีบและผลกำไร... วันนี้มันก็แค่ทวงคืนความจริงที่พวกเราพยายามหลบซ่อนมาตลอด" "แต่พวกเขายังเถียงกันเรื่องทรัพย์สินอยู่เลยครับ" รินพยักเพยิดไปยังกลุ่มเจ้าของห้องชุดราคาหลายสิบ่อยล้านบาท ที่กำลังโต้เถียงกันหน้าดำหน้าแดงเรื่องประกันภัยและความรับผิดชอบ ว่าใครควรเป็นผู้สูญเสียมากกว่ากันในสถานการณ์ที่ความตายกำลังเคาะประตูเรียก กวินถอนหายใจยาวนาน ความทรงจำเก่าๆ เกี่ยวกับครอบครัวที่คาดหวังให้เขาต้อง "สมบูรณ์แบบ" ผุดขึ้นมาในหัว ช่างน่าขันเสียจริง เมื่อถึงเวลาที่ทุกอย่างพังทลายลง ไม่มีใครสนใจหรอกว่าใครประสบความสำเร็จสูงสุด ใครมีตำแหน่งใหญ่โต หรือใครมีเงินในบัญชีเท่าไหร่ เพราะสุดท้ายแล้ว หน้ากากทั้งหมดก็หลุดลอก เหลือเพียงสิ่งมีชีวิตที่หวาดกลัวความตายเท่านั้น "พวกคุณฟังทางนี้ก่อน!" กวินก้าวเท้าออกจากมุมห้อง เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังแทรกขึ้นมา ท่ามกลางความวุ่นวาย สายตาทุกคู่หันมามองชายหนุ่มผู้เงียบขรึมที่มักจะเดินก้มหน้าเข้าห้องพักเสมอ ห้องประชุมเงียบกริบลงชั่วขณะ กวินสูดลมหายใจเข้าลึก "การประชุมลูกบ้านวันนี้... ไม่ใช่เวทีมานั่งหาคนผิดหรือปกป้องทรัพย์สินส่วนตัวอีกต่อไปแล้วครับ" กวินกวาดสายตามองหน้าเพื่อนบ้านทีละคน "สิบสองชั่วโมงที่เหลืออยู่ คือเวลาที่เราจะเลือกได้ว่า จะตายอย่างเห็นแก่ตัวในตึกหรูแห่งนี้ หรือจะเดินออกไปเผชิญหน้ากับความจริงข้างนอกด้วยกันในฐานะเพื่อนมนุษย์" ความเงียบปกคลุมทั่วห้องอีกครั้ง บรรยากาศตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน กรรมการนิติบุคคลหน้าซีดเผือด ขณะที่เจ้าของห้องหรูหลายคนเริ่มก้มหน้าหลบสายตา ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดกำลังมาถึงจุดแตกหักนั้นเอง... เสียงกริ่งเตือนภัยฉุกเฉินของอาคารก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับไฟสำรองสีแดงฉานที่กะพริบวาบไปทั่วเพดานห้องประชุม พร้อมๆ กับเสียงฝีเท้าวิ่งตึงตังและเสียงทุบประตูด้านนอกที่ดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ประตูห้องประชุมถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยและใบหน้าเปื้อนฝุ่นดิน เขายืนหอบหายใจโยนวิทยุสื่อสารลงบนโต๊ะกลางห้องด้วยมือที่สั่นเทา "มันไม่ได้มีเวลาสิบสองชั่วโมงแล้วครับ..." เจ้าหน้าที่ รปภ. ตะโกนเสียงหลงด้วยความตื่นตระหนกขีดสุด "ลิฟต์ตัวสุดท้ายพังลงมาแล้ว... และทางเชื่อมชั้นใต้ดินเพิ่งถล่มลงมาเมื่อกี้... ตอนนี้เราถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์แบบแล้วครับ!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านร้อนผ่านหนาวกับตัวละครมาจนถึงบทนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%