เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 45

ก่อนที่ทุกอย่างจะพัง

ผลงานโดย คนมองเมือง
"สวัสดีครับคุณธนา... ดูเหมือนว่าผมจะมาทันเวลาประชุมสำคัญพอดียังงั้นสินะครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ยังคงดังระรัว บรรยากาศภายในห้องประชุมชั้นที่สี่สิบของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง พลันเย็นเยียบลงถนัดตา ราวกับอุณหภูมิลดฮวบลงโดยไม่ทราบสาเหตุ กวินสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบเมื่อหันไปมองต้นเสียง ชายร่างสูงในชุดสูทสีเข้ม ไหล่ตั้งตรง และแววตาคมกริบที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นโลหะกำลังก้าวเข้ามาในห้อง ประตูนิรภัยของห้องประชุมถูกเปิดค้างไว้โดยชายฉกรรจ์ในชุดสูทอีกสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอก นั่นคือ "ภาคภูมิ" นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพล เจ้าของฉายา 'มือพิฆาตตึกเก่า' ที่พวกเขากำลังพยายามหาทางรับมือกันอยู่ ธนาประธานคณะกรรมการนิติบุคคล หน้าซีดเผือด มือที่กำแฟ้มเอกสารสั่นเทาเล็กน้อย เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามฝืนยิ้มเกร็งๆ ออกมาเพื่อรักษาหน้า "คุณ... คุณภาคภูมิ มาทำอะไรที่นี่ครับ นี่เป็นการประชุมภายในของลูกบ้าน..." ธนาละล่ำละลักเอ่ย ภาคภูมิยกยมุมปากขึ้นน้อยๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา เขาเดินทอดน่องเข้ามาใกล้โต๊ะประชุมยาว ริมฝีปากหยักลึกเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงอำนาจจนทุกคนในห้องต้องกลั้นหายใจ "ภายในงั้นหรือครับคุณธนา? น่าขันเสียจริง ทั้งที่เอกสารบนโต๊ะนี้... แผนการซ่อมแซมโครงสร้างตึก งบประมาณฉุกเฉิน และรายชื่อผู้ถือหุ้นเสียงข้างมากที่กำลังจะยื่นฟ้องบริษัทบริหารอาคาร... ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับบริษัทของผมทั้งสิ้น จะเรียกว่า 'เรื่องภายใน' ได้อย่างไรกันครับ" สายตาดุดั่งเหยี่ยวของภาคภูมิกวาดมองไปรอบห้อง หยุดนิ่งที่กวินครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนไปสบตากับรินที่ยืนอยู่มุมห้อง รินยังคงรักษาความสงบเยือกเย็นไว้ได้ แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะผุดซึมตามไรผม เธอไม่ได้ถอยหนีสายตานั้น กลับจ้องตอบด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง กวินขยับตัวเล็กน้อย ขาที่ก้าวออกไปข้างหน้าโดยสัญชาตญาณเพื่อบังรินไว้เบาๆ เป็นการกระทำที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้คิดไตร่ตรอง "คุณรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง" กวินเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท แต่แฝงไว้ด้วยความตึงเครียด ภาคภูมิหันมามองกวินอย่างสนใจ ดวงตาคู่นั้นพิจารณากวินตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินราคาซากปรักหักพัง "คุณคงเป็นคุณกวินสินะครับ... พนักงานออฟฟิศผู้เงียบขรึม ห้อง 302 ผู้ชายที่ชอบมองตึกฝั่งตรงข้ามผ่านหน้าต่างกระจกในยามดึกดื่น" ภาคภูมิหัวเราะในลำคอเบาๆ "โลกของคนเมืองนี่แคบกว่าที่เราคิดนะครับ คุณกวินคิดว่าความเงียบและความสันโดษจะช่วยปกป้องคุณจากปัญหาได้จริงๆ หรือครับ? ในเมื่อรอยร้าวที่ฐานรากของตึกนี้... มันลามมาถึงผนังห้องนอนของคุณนานแล้ว" คำพูดนั้นจี้เข้าที่จุดเปราะบางในใจกวินทันที ภาพความทรงจำเกี่ยวกับรอยร้าวบนผนังปูนในห้องของเขาผุดวาบขึ้นมา รอยร้าวที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงความทรุดโทรมตามกาลเวลา แท้จริงแล้วมันคือสัญญาณเตือนภัยที่ถูกเพิกเฉย เช่นเดียวกับชีวิตของเขาที่พังทลายลงทีละน้อยโดยไม่เคยทันตั้งตัว รินขยับตัวก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะประชุม มือเรียวบางวางลงบนกองเอกสารตรงหน้าเธอ เสียงกราวของกระดาษดึงดูดความสนใจของทุกคนในห้อง "รอยร้าวที่ฐานรากไม่ได้เกิดจากความทรุดโทรมตามธรรมชาติหรอกค่ะคุณภาคภูมิ" รินกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าชัดถ้อยชัดคำ "แต่มันเกิดจากการปรับแต่งโครงสร้างใต้ดินเมื่อสามปีก่อน... สมัยที่บริษัทของคุณเข้ามาเทคโอเวอร์พื้นที่ส่วนกลาง" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง บรรยากาศตึงเครียดเสียยิ่งกว่าตอนที่สัญญาณเตือนภัยดังขึ้นเสียอีก ธนาเบิกตากว้าง หันขวับมามองรินด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว ภาคภูมิหรี่ตาลง รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไป กลายเป็นความเย็นชาที่น่ากลัว เขาจ้องมองหญิงสาวพนักงานทำความสะอาดด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป "คุณเป็นแค่แม่บ้าน... รู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง" ภาคภูมิถามเสียงต่ำ "ความสะอาดไม่ใช่แค่การกวาดหยากไย่ใต้พรมนะคะคุณภาคภูมิ" รินเงยหน้าขึ้นสบตาผู้ทรงอิทธิพลอย่างไม่เกรงกลัว "บางครั้ง การทำความสะอาดตึกหลังนี้ หมายถึงการกวาดเอาความเน่าเฟะที่คุณกับพวกพ้องซุกซ่อนไว้ออกมาประจานให้คนข้างนอกได้เห็นต่างหากล่ะคะ" กวินลอบมองรินด้วยความทึ่ง ในวินาทีนี้ หญิงสาวผู้ใช้หยาดเหงื่อแลกมาซึ่งค่าแรงรายวัน กลับดูสง่างามและทรงพลังยิ่งกว่านักธุรกิจหมื่นล้านที่ยืนอยู่ตรงหน้าเสียอีก เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้สังเกตการณ์อีกต่อไป แต่เธอกำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำการต่อสู้ครั้งนี้อย่างเต็มตัว "เก่งมาก... ช่างเป็นคำพูดที่คมคายเสียจริง" ภาคภูมิปรบมือช้าๆ สองสามครั้ง เสียงก้องกังวานในห้องประชุมแคบๆ "แต่คุณคิดจริงๆ หรือครับว่ากระดาษไม่กี่แผ่นกับเสียงนกเสียงกาของคนเบื้องล่าง จะหยุดยั้งรถด่วนขบวนใหญ่อย่างพวกเราได้? พรุ่งนี้เช้า... คำสั่งศาลเรื่องการเวนคืนพื้นที่ตึกนี้เพื่อรื้อถอนจะถูกส่งมาถึงที่นี่ และถึงตอนนั้น..." ภาคภูมิเว้นจังหวะ กวาดสายตามองหน้าทุกคนทีละคนด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน "...พวกคุณทั้งหมด จะไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอน" ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจของคณะกรรมการนิติบุคคล หลายคนเริ่มก้มหน้าหลบสายตา เสียงซุบซิบด้วยความสิ้นหวังดังขึ้นเบาๆ ความสามัคคีที่พวกเขาก่อร่างสร้างตัวกันมาหลายสัปดาห์กำลังจะพังทลายลงในพริบตาภายใต้แรงกดดันมหาศาลนี้ กวินกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ความโกรธระอุขึ้นในอก ไม่ใช่เพราะทรัพย์สินหรือห้องพักราคาแพง แต่เป็นเพราะความรู้สึกที่ถูกเหยียดหยาม ความพยายามทั้งหมดของคนตัวเล็กๆ ที่กำลังจะถูกบดขยี้อย่างไร้ความปรานี "พวกเราไม่ได้มีแค่กระดาษพวกนี้หรอกครับคุณภาคภูมิ" กวินเอ่ยขึ้น ทำเอาทุกคนในห้องหันมามองเขาเป็นตาเดียว ภาคภูมิเลิกคิ้วสูง "แล้วคุณมีอะไรล่ะครับ คุณกวิน?" กวินสูดลมหายใจเข้าลึก, กลิ่นอายของความอึดอัดในเมืองใหญ่หายไปสิ้น เหลือเพียงความเด็ดเดี่ยวที่เขาไม่เคยรู้ว่าตัวเองมีมาก่อน เขาหันไปพยักหน้าริน จากนั้นจึงเดินไปที่จอโปรเจคเตอร์มุมห้อง มือของเขาแตะลงบนแป้นพิมพ์เพื่อเปิดไฟล์ลับที่รินเพิ่งส่งให้เขาผ่านบลูทูธเมื่อไม่กี่นารีก่อนหน้านี้ "เรามีคลิปเสียงการเจรจาระหว่างคุณกับอดีตประธานนิติชุดก่อน... เรื่องการอนุมัติงบถมทรายใต้ตึกแลกกับเงินใต้โต๊ะห้าสิบล้านบาท" แสงจากจอโปรเจคเตอร์สว่างวาบขึ้น เผยให้เห็นกราฟฟิกและรายชื่อบัญชีธนาคารปลายทางที่ระบุชื่อของภาคภูมิตรงๆ สีหน้าของภาคภูมิเปลี่ยนสีทันที รอยยิ้มเย่อหยิ่งหายวับไปกับตา ดวงตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความตกใจเป็นครั้งแรก "แก..." ภาคภูมิคำรามในลำคอ ก้าวเท้าจะพุ่งเข้ามาหาตัวกวิน แต่ชinชุดสูทด้านนอกเปิดประตูเข้ามาขวางไว้เสียก่อน ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับการเผชิญหน้าอันดุเดือดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายสิบคู่ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก ตามมาด้วยเสียงทุบประตูกระจกห้องประชุมอย่างรุนแรง ปัง! ปัง! ปัง! ประตูกระจกนิรภัยเกิดรอยร้าวเป็นทางยาวราวกับใยแมงมุม ท่ามกลางความตกใจของทุกคน ร่างของชายแปลกหน้าในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมด้วยตำรวจก้าวพรวดเข้ามาในห้องอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีสเกรย์ ผู้เป็นหัวหน้าชุดเฉพาะกิจ กวาดสายตาดุๆ ไปทั่วห้อง ก่อนจะหยุดสายตานิ่งที่ภาคภูมิและธนา พร้อมกับชูหมายค้นและเอกสารสีแดงฉานในมือขึ้นสูง "ขออภัยที่ต้องขัดจังหวะนะครับ... แต่ผมได้รับแจ้งจากส่วนกลางว่า อาคารแห่งนี้กำลังจะพังถล่มลงมาภายในสิบสองชั่วโมงข้างหน้า และเราจำเป็นต้องอพยพทุกคนออกจากพื้นที่เดี๋ยวนี้!" *(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กวินกับรินมาโดยตลอดครับ - คนมองเมือง)*
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%