เศษกระจกนิรภัยนับพันชิ้นร่วงหล่นลงมากระทบพื้นหินอ่อนส่งเสียงกรุ๊ปกรัประรานตา ราวกับสายฝนที่ทำจากคมมีด ความหนาแน่นของอากาศในห้องประชุมใหญ่ชั้นบนสุดของตึกแกรนด์ทาวเวอร์เปลี่ยนแปลงไปในเสี้ยววินาที แรงปะทะจากภายนอกทำให้โต๊ะประชุมไม้สักทองยาวเหยียดสั่นสะเทือน กวินถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ แขนเสื้อสูทของเขาเกี่ยวเข้ากับมุมโต๊ะจนตะเข็บปริขาด แต่เขากลับไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย สายตาของทุกคนในห้องถูกดึงดูดไปยังร่างที่พังประตูและหน้าต่างเข้ามาพร้อมกัน
ฝุ่นละอองและควันจางๆ ลอยฟุ้งในแสงไฟนีออนสีขาวโพลน ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาเข้มที่เคยเนี้ยบกริบ บัดนี้เนกไทหลุดลุ่ยและมีคราบเขม่าดินปืนเปรอะเปื้อนที่ปกเสื้อ นั่นคือคุณากร กรรมการผู้จัดการบริษัทนิติบุคคลผู้กุมชะตากรรมของลูกบ้านหลายร้อยชีวิต ดวงตาของเขาแดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนราวกับจะระเบิด มือข้างหนึ่งกำปืนสั้นสีดำด้านไว้แน่น ปลายกระบอกปืนสั่นเทาเล็กน้อยแต่มันเล็งตรงมาที่กวินอย่างไม่ลังเล
"พวกแก... คิดว่าจะจบแค่นี้งั้นเหรอ?" เสียงของคุณากรแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งที่ถูกต้อนจนมุม
ริน ซึ่งยืนอยู่ใกล้เสาปูนเปลือยขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาของเธอไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับเต็มไปด้วยความเวทนาและเข้าใจในความพินาศของผู้ชายตรงหน้า เธอเคยเห็นคราบน้ำตาของผู้คนในถังขยะและทางเดินหนีไฟมามากเกินกว่าจะสะท้านสะเทือนกับภาพลักษณ์ภายนอกที่กำลังพังทลาย
"คุณากร วางอาวุธเถอะครับ" กวินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนาราวกับกำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะดึงสติของทุกคนในห้องให้กลับมาอยู่กับความจริง "ยิ่งคุณทำแบบนี้ โทษสถานเบาที่มีมันจะยิ่งหลุดลอยไปไกล"
"โทษงั้นเหรอ?" คุณากรหัวเราะออกมาเสียงดัง มันเป็นเสียงหัวเราะที่กล้ำกลืนฝืนทนและน่าสังเวช "แกรู้อะไรบ้างไอ้กวิน แกเป็นแค่ไอ้พนักงานออฟฟิศกระจอกๆ ที่วันๆ เอาแต่นั่งมองตึกฝั่งตรงข้าม แกไม่รู้หรอกว่าเงินร้อยล้านที่สูญหายไปมันแลกมาด้วยอะไรบ้าง! ฉันสร้างตึกนี้ขึ้นมากับมือนะเว้ย!"
กวินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาไม่ได้โกรธเคืองกับคำดูถูกนั้น เพราะในใจของเขากำลังนึกถึงภาพของห้องทำงานเล็กๆ ที่เขาเคยนั่งก้มหน้ามองหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างไร้จุดหมาย ตึกระฟ้าแห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ แต่มันถูกค้ำจุนไว้ด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาของคนตัวเล็กๆ ที่ถูกระบบทุนนิยมบดขยี้ต่างหาก และคุณากรก็เป็นเพียงเฟืองตัวหนึ่งที่กำลังจะถูกดีดทิ้งเมื่อมันหมดประโยชน์
"คุณไม่ได้สร้างตึกนี้หรอกครับ คุณแค่หากำไรจากมัน" รินเป็นคนพูดแทรกขึ้น น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "สิ่งที่คุณสร้างขึ้นมาจริงๆ มันคือความหวาดระแวงของคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ต่างหาก... คุณจำหน้าของคนที่มาเคาะประตูร้องเรียนเรื่องน้ำรั่วซึมได้ไหม? คุณจำเสียงสะอื้นของแม่ที่ไม่มีเงินจ่ายค่าส่วนกลางเพราะสามีตกงานได้หรือเปล่า?"
คุณากรหันขวับไปมองริน ปืนในมือสั่นระริก "เงียบนะ! แกเป็นแค่... แค่คนทำความสะอาดแกจะมารู้อะไรเรื่องบริหาร!"
"ใช่ครับ ผมเป็นแค่คนธรรมดา" เสียงทุ้มต่ำอีกเสียงดังขึ้นจากทางประตูที่พังเสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบนอกเครื่องแบบสามนายค่อยๆ ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ โดยมีสารวัตรภูมิเป็นผู้นำขบวน สายตาของนายตำรวจใหญ่คมกริบและจับจ้องทุกอากัปกิริยาของคุณากร "แต่เรื่องการยักยอกเงินกองทุนนิติบุคคล และการว่าจ้างมือปืนมาข่มขู่คณะกรรมการชุดก่อนหน้านี้ ทางเรามีหลักฐานครบถ้วนแล้วครับคุณากร"
บรรยากาศในห้องประชุมพลันเย็นเยียบลงทันที คุณากรหันซ้ายแลขวา เขากลอกตาไปมาอย่างคนจนตรอก ทางหนีทีไล่ถูกปิดตายทุกด้าน กระจกบานใหญ่ที่แตกละเอียดคือช่องว่างสู่ความว่างเปล่าของความสูงหลายสิบชั้นเบื้องล่าง ลมหนาวพัดกรรโชกเข้ามาปะทะใบหน้าของเขาจนเส้นผมยุ่งเหยิง
"อยู่นิ่งๆ! อย่าเข้ามานะโว้ย!" คุณากรตะโกนลั่น พร้อมกับกระชากแขนของกวินเข้าไปประชิดตัว ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบถูกจ่อเข้าที่ขมับของกวินทันที แรงกดนั้นหนักหน่วงจนกวินรู้สึกได้ถึงความเย็นของเหล็กกล้า
รินก้าวเท้าไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว มือเรียวประสานกันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว "ปล่อยเขานะครับ! คุณากร คุณไม่มีทางหนีพ้นหรอก การทำแบบนี้มีแต่จะทำให้ทุกอย่างแย่ลง"
"หุบปาก! ถ้าฉันจะพินาศ ไอพนักงานพวกนี้ก็ต้องฉิบหายไปกับฉันด้วย!" คุณากรคำรามในลำคอ เหงื่อกาฬไหลโทรมใบหน้ายับย่นของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวขั้นสุดยอด ความจริงที่ว่าเขาพ่ายแพ้แล้วกำลังกัดกินจิตใจของเขาจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม
กวินสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอายของความตายและฝุ่นปูนคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก ในวินาทีที่ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม ความกลัวที่เคยเกาะกุมหัวใจมาตลอดชีวิตการทำงานของเขากลับมลายหายไปจนสิ้น เขาไม่ได้นึกถึงคำสั่งของหัวหน้างาน ไม่ได้นึกถึงยอดขายที่ตกต่ำ หรือแม้แต่ความคาดหวังของครอบครัวที่เขาเคยแบกรับไว้ ภาพที่ปรากฏชัดเจนในสมองกลับเป็นรอยยิ้มของรินที่ยื่นกระป๋องกาแฟให้ในคืนที่ฝนตก และแววตาของเพื่อนมนุษย์ในตึกระฟ้าแห่งนี้ที่ต่างก็ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดเช่นเดียวกับเขา
"คุณากรครับ..." กวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลผิดคาด จนแม้แต่ตัวสารวัตรภูมิยังต้องชะงักฝีเท้า "การถือปืนขู่คนที่ไม่มีทางสู้ มันไม่ได้ทำให้คุณดูมีอำนาจขึ้นมาหรอกครับ มันเป็นแค่เครื่องยืนยันว่า... คุณกำลังหวาดกลัวที่สุดในชีวิตต่างหาก"
"แก... แกไม่กลัวตายหรือไงไอ้บ้า!"
"กลัวสครับ" กวินตอบตามตรง ดวงตาคมก่อประกายความเด็ดเดี่ยว "แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความตาย... คือการต้องมีชีวิตอยู่โดยไม่เหลือความเป็นมนุษย์ต่างหาก เหมือนที่คุณกำลังเป็นอยู่ตอนนี้ไงครับ"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของคุณากร แรงกดที่ขมับของกวินคลายลงเสี้ยววินาที ร่างของคุณากรสะท้านเฮือก น้ำตาของผู้ชายที่พ่ายแพ้ไหลรินอาบแก้มเหี่ยวย่นอย่างไม่ยอมแพ้ มือที่ถือปืนเริ่มหมดแรงที่จะเหนี่ยวไก
และในเสี้ยววินาทีแห่งความลังเลนั้นเอง!
เสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งกรูเข้ามาจากด้านหลังพร้อมกับเสียงตะโกนสั่งการของตำรวจสนธิกำลัง ร่างของคุณากรถูกกระชากล้มลงไปกองกับพื้นในพริบตา ปืนหลุดจากมือกระเด็นไปกระแทกกับพื้นห้องเสียงดังสนั่น ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ขณะที่คุณากรถูกกดร่างลงกับพื้นโดยเจ้าหน้าที่ เสียงกุญแจมือกระทบกันดังแกร๊กท่ามกลางความเงียบงันที่กลับคืนมา
กวินยืนหอบหายใจรดต้นคอ รินรีบสาวเท้าเข้ามาใกล้เพื่อตรวจสอบว่าเขาได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ ดวงตาของเธอนั้นเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความโล่งอก
"คุณกวิน... เจ็บตรงไหนไหมครับ?" รินถามเสียงสั่น
กวินส่ายหัวช้าๆ พร้อมกับคลี่ยิ้มจางๆ ออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี มันเป็นรอยยิ้มที่สดใสและปลดปล่อยพันธนาการทุกอย่างที่เคยถ่วงรั้งเขาไว้ เขากำลังจะกล่าวตอบเบบโล่งใจ แต่ทว่า...
สายตาของกวินบังเอิญเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ร่วงหล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทของคุณากรที่ถูกลากตัวออกไป มันคือแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทที่มีสัญลักษณ์รูปดวงตาแกะสลักไว้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกันกับที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพลที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสามเดือนก่อน และหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่ใกล้กันนั้น ก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนใหม่ล่าสุดที่ส่งตรงถึงเครื่องของคุณากร...
*“งานเรียบร้อยดีไหม? ถ้าจัดการไอ้พวกนี้ไม่ได้ แกก็เตรียมตัวเป็นรายต่อไป”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตึกระฟ้าแห่งนี้มาด้วยกันจนถึงบทนี้นะครับ
เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 48
การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!