กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ที่ปะปนมากับความชื้นของไอน้ำในป่าดิบชื้น ไม่ได้ทำให้ ดร.ศตวรรษ ละสายตาไปจากแผ่นหนังมนุษย์ตรงหน้าได้เลย แสงไฟฉายคาดหัวสาดส่องลงบนรอยสักโบราณ ลวดลายอักขระขอมโบราณที่ฝังลึกลงไปถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนังนั้นถูกกรีดและลอกออกมาอย่างประณีตราวกับงานศิลปะชั้นต่ำจากขุมนรก
นิ้วเรียวยาวของศาสตราจารย์หนุ่มสวมถุงมือยางสีขาวสนิท เขาใช้ปลายคีบสแตนเลสเขี่ยขอบรอยสักแผ่นนั้นอย่างระมัดระวัง ดวงตาหลังกรอบแว่นสายตาหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความครุ่นคิด บันทึกในหัวของเขาประมวลผลข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์และมานุษยวิทยาอย่างรวดเร็ว
"รอยกรีดคมกริบ... ไม่ใช่รอยฉีกขาดของสัตว์ป่า และแน่นอนว่าไม่ได้ใช้เครื่องมือแพทย์สมัยใหม่" ศตวรรษพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าจริงจัง "รอยแผลแบบนี้ต้องใช้มีดตอกลายโบราณ หรือไม่ก็เหล็กเหลาแหลมที่ผ่านการทาน้ำมันอาคม... น่าสนใจจริง ๆ"
"ถ้าท่านอาจารย์ยังมัวแต่เอาหลักการแพทย์ผ่าศพมาจับกับเรื่องนี้ ระวังคืนนี้อาจจะไม่มีโอกาสได้ตื่นขึ้นมาถอดแว่นอีกนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาดังขึ้นจากมุมมืดของเพิงพักชั่วคราว สิงหายืนพิงเสาไม้ไผ่ มือข้างหนึ่งถือขวดเหล้าขาวเก่า ๆ ยกขึ้นจิบแก้หนาว ดวงตาคมกริบดั่งพญาเสือจ้องมองศตวรรษนิ่งราวกับกำลังมองคนโง่ที่กำลังเดินเข้ากองไฟ
ศตวรรษค่อย ๆ วางคีบลงบนถาดสแตนเลส เขาถอดถุงมือออกแล้วหันไปสบตากับพรานป่าร่างสูงใหญ่ผู้ผ่านโลกมาโชกโชน มุมปากของศาสตราจารย์ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เคลือบด้วยความเย่อหยิ่งทางปัญญาตามแบบฉบับของคนที่ไม่เคยเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น
"คุณสิงหาครับ ผมเป็นนักโบราณคดี สิ่งที่ผมเรียนมาตลอดชีวิตคือการแกะรอยอดีตด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ ไม่ใช่นิทานพื้นบ้านหลอกเด็กเพื่อความกลัว" ศตวรรษก้าวเข้าไปใกล้พรานป่าช้า ๆ ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่แตกต่าง "รอยสักนี้คือหมึกผสมเลือดมนุษย์ ผมเดาว่าคงเป็นพิธีกรรมนอกรีตของชนเผ่าโบราณที่สูญหายไปแล้ว ไม่ใช่ 'เจ้าที่เจ้าทาง' อย่างที่คุณพยายามจะขู่ผมหรอกครับ"
สิงหาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและน่าขนพองสยองเกล้า เขาวางขวดเหล้าลงบนโต๊ะไม้ไผ่เสียงดังทึบ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวศาสตราจารย์หนุ่ม ความสูงและกลิ่นอายดิบเถื่อนของชายป่าทำให้ศตวรรษต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
"วิทยาศาสตร์ของท่านอาจารย์... อธิบายได้ไหมล่ะครับว่า ทำไมศพนั้นถึงไม่มีรอยช้ำจากการต่อสู้เลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งที่กะโหลกถูกบดละเอียดด้วยมือเปล่า?" สิงหาก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของศตวรรษ น้ำเสียงจริงจังจนน่าขนลุก "และที่สำคัญที่สุด... ทำไมรอยสักแผ่นนั้น ถึงยัง 'เต้นระรัว' อยู่ใต้แสงไฟฉายเมื่อครู่นี้ตอนที่ท่านยังไม่มา?"
ศตวรรษนิ่งงันไปชั่วขณะ ริมฝีปากที่กำลังจะอ้าแย้งคำพูดเมื่อครู่พลันปิดสนิท หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพและศักดิ์ศรีของนักวิชาการ เขาเลือกที่จะซ่อนความหวั่นไหวไว้เบื้องหลังสายตาที่นิ่งสงบ
"ภาพหลอนจากความเหนื่อยล้าและออกซิเจนในป่าดิบชื้นต่ำเกินไปครับ... คือคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่สมเหตุสมผลที่สุด" ศตวรรษตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าในใจจะเริ่มตั้งคำถามกับสิ่งที่ตนเองเพิ่งเห็นผ่านเลนส์แว่นขยายเมื่อครู่
สิงหาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของศาสตราจารย์ พรานป่าหนุ่มสัมผัสได้ถึงความดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีสุภาพและเยือกเย็นนั้น ชายหนุ่มถอนหายใจยาว พลางส่ายหัวเบา ๆ
"ความรู้ท่วมหัว... แต่เอาตัวไม่รอดในป่ามีถมไปครับท่านอาจารย์" สิงหาผละตัวออกไปหยิบแผนที่หนังเก่าคร่ำคร่ากางลงบนโต๊ะ "รอยสักบนร่างนั้นไม่ใช่แค่บันทึกประวัติศาสตร์ แต่มันคือ 'แผนที่' และในขณะเดียวกันมันก็คือ 'คำสาป' คนที่สักลายนี้ให้เหยื่อ มันไม่ได้อยากให้เราเจอความจริง แต่มันกำลังต้อนพวกเราเข้าไปในถิ่นที่แม้แต่ผีสางยังต้องก้มหัวให้ต่างหาก"
ศตวรรษขยับแว่นตา เลื่อนสายตาลงมองแผนที่หนังบนโต๊ะ ทันทีที่แสงไฟฉายกราดผ่านเส้นสายบนแผนที่ คิ้วหนาก็ขมวดเข้าหากันทันที รอยเส้นบนแผนที่นั้นตรงกันอย่างน่าขนลุกกับรอยแผลเป็นบนแผ่นหนังมนุษย์ที่เขากำลังศึกษาอยู่
"นี่มัน... รูปแบบการฝังศพของอาณาจักรโบราณที่สาบสูญเมื่อห้าร้อยปีก่อน" ศตวรรษพึมพำด้วยความลืมตัว ลืมความขัดแย้งเมื่อครู่ไปชั่วขณะ "ถ้าแผนที่นี้ถูกต้อง จุดหมายปลายทางของเราไม่ใช่แค่ซากปรักหักพังธรรมดา แต่มันคือ... สุสานหลวงที่ถูกสาปแชมป์ไม่ให้ใครแตะต้อง"
"ถูกต้องครับ" สิงหาพูดเสียงเรียบ หยิบมีดหมอเล่มยาวขึ้นมาลับกับหินลับมีด เสียงโลหะเสียดสีกันดังครืดคราดบาดประสาทในความเงียบสงบของยามวิกาล "และตอนนี้ เจ้าของรอยสักคนแรก... เขากกำลังรอต้อนรับพวกเราอยู่ที่ปากทางเข้าสุสานนั้นแล้ว"
สิ้นเสียงของสิงหา ลมพัดกรรโชกแรงวูบหนึ่งจนเปลวไฟตะเกียงน้ำมันก๊าดดับลงพรึบ ความมืดมิดเข้ากลืนกินเพิงพักชั่วคราวทันที ทว่าในความมืดนั้น... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้รอบทิศทาง พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ฟังไม่ได้ศัพท์ แต่เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย
ศตวรรษชะựngตัว มือขวาเอื้อมไปหยิบกระบอกไฟฉายแรงสูงขึ้นมาเตรียมพร้อม สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกเขาว่า สิ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามาในความมืดนี้... ไม่ใช่มนุษย์ และไม่มีตำราเล่มไหนบนโลกใบนี้ที่เคยบันทึกเรื่องราวของพวกมันเอาไว้
"เตรียมตัวให้ดีครับท่านอาจารย์..." เสียงกระซิบของสิงหาดังแผ่วมาจากความมืดเบื้องหน้า "กฎข้อแรกของป่านี้คือ... อย่าหันหลังให้เสียงที่เรียกชื่อคุณ"
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
รอยสักมรณะบนร่างศาสตราจารย์กับพรานป่าไร้เงา•ตอนที่ 3
รอยสักเลือดและกฎของป่า
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยสักมรณะบนร่างศาสตราจารย์กับพรานป่าไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!