กลิ่นไอน้ำมันสนผสมกลิ่นสาบสุนัขจิ้งจอกอบอวลอยู่ในห้องพักขนาดคับแคบของโรงแรมม่านรูดริมทางหลวงสายเหนือ แสงไฟนีออนสีส้มกระพริบสลัวลอดผ่านมู่ลี่พลาสติกสีซีด ตกกระทบลงบนรอยสักรูปอักขระโบราณที่ขยายใหญ่ขึ้นจนน่ากลัว บริเวณแผ่นหลังของร่างที่ไร้ลมหายใจบนเตียงเหล็กดัด
ดร.ศตวรรษ (วัฒน์) ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าศพนั้น นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือยางสีขาวยกขึ้นขยับกรอบแว่นสายตา ศาสตราจารย์หนุ่มผู้ยึดมั่นในหลักฐานเชิงประจักษ์และตำราโบราณคดีส Nนใจเพียงรอยแผลฉีกขาดบนผิวหนังที่แพทย์นิติเวชอธิบายไม่ได้ แต่เขากลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่า กลิ่นอายความตายในห้องนี้ช่างหนักอึ้งเสียจนแผ่นอกอัดแน่นไปด้วยความอึดอัด
"ชันสูตรไปร้อยศพคุณก็ไม่เจอคำตอบหรอกครับ ศาสตราจารย์... เพราะสิ่งที่ฆ่าไอ้หมอนี่ มันไม่ได้ใช้มีด หรือแม้กระทั่งกระสุนปืนสักนัด"
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง สิงหา (สิงห์) นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีแดง ตัวเขาสวมเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีเข้มที่เปรอะเปื้อนโคลนแห้งกรัง ใบหน้าคมคายผ่านการกรำแดดกรำลมจนผิวเป็นสีทองแดง ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นไม่ได้มองมาที่ศพ แต่มันกำลังจดจ้องใบหน้าของศตวรรษด้วยประกายระยิบระยับเย้ยหยันราวกับกำลังมองดูเด็กน้อยที่กำลังหลงทางในป่าใหญ่
ศตวรรษหันขวับ ดวงตาหลังเลนส์แว่นหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจในทัศนคติที่ปราศจากตรรกะของอีกฝ่าย
"ผมไม่ได้จ้างคุณมาเป็นนักปรعةาณป่าลวงโลกนะครับ, คุณสิงหา" ศตวรรษเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าเฉียบคม "ผมต้องการพรานผู้ชำนาญเส้นทาง เพื่อนำทางไปสู่ซากโบราณสถานลึกในเขตรอยต่อชายแดน ไม่ใช่คนที่เอาแต่พูดเรื่องไสยศาสตร์งมงายเพื่อกลบเกลื่อนความไร้ประสิทธิภาพของหลักวิชาการสมัยใหม่"
สิงหาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบต่ำคล้ายเสียงก้อนกรวดกลิ้งตามกระแสน้ำเชี่ยว ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำแฝงไปด้วยพละกำลังของนักล่าเคลื่อนไหวด้วยความเงียบเชียบ เขาก้าวเข้าไปใกล้เตียงศพ ชำเลืองมองรอยสักบนแผ่นหลังนั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันมาสบตากับศาสตราจารย์หนุ่มตรงๆ
"วิชาการสมัยใหม่ของคุณ ช่วยถอดคำสาปออกจากแผ่นหลังไอ้สารเลวนี่ได้ไหมล่ะครับ?" สิงหาเอียงคอเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะ "คุณใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องหาเชื้อโรคในศพได้ แต่คุณไม่มีวันมองเห็น 'เจ้าของ' ที่กำลังตามทวงคืนวิญญาณจากพวกเราหรอก... ป่าดิบชื้นเบื้องหน้านั้นไม่ได้สนใจหรอกครับว่าคุณจบด็อกเตอร์มาจากมหาวิทยาลัยไหนในยุโรป มันสนใจแค่ว่า ใครคือเหยื่อที่หอมหวานที่สุดต่างหาก"
บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงหึ่งของตู้เย็นเก่าๆ ที่มุมห้อง ศตวรรษนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะคำพูดของพรานป่าผู้นี้ดันไปสะกิดปมลึกในใจเข้าอย่างจัง—ภาพของบิดาผู้ล่วงลับที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในป่าลึกแห่งนั้นเมื่อสิบปีก่อน บิดาผู้ซึ่งเชื่อมั่นในสิ่งลึกลับเหนือธรรมชาติอย่างสุดหัวใจ จนนำพาตัวเองไปสู่จุดจบอันดำมืด
ศตวรรษสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบและเยือกเย็นดังเดิม
"เราอยู่ในยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดแล้วครับ คุณสิงหา... ทุกอย่างมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ และผมเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ได้เท่านั้น" ศตวรรษก้าวเข้าไปประชิดพรานป่า ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่คืบ แววตาสีน้ำตาลเข้มของนักวิชาการจ้องลึกเข้าไปในดวงตานักล่า "แต่เมื่อกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมไปไม่ถึงเบื้องลึกของคดีนี้... ผมจึงจำใจต้องพึ่งพา 'เครื่องมือมีชีวิต' อย่างคุณ"
สิงหาหรี่ตาลง รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยความจริงจังและดุดัน รัศมีคุกคามแผ่ออกมาจากตัวพรานป่าจนอากาศรอบข้างราวกับลดอุณหภูมิลง
"จำใจ... งั้นหรือครับ?" สิงหากล่าวเสียงกระซิบพร่าชิดริมหูของอีกฝ่าย กลิ่นอายของไพรพฤกษ์และใบยาฉุนกึ๊กโชยปะทะนาสิก "ระวังคำพูดหน่อยเถอะครับ ศาสตราจารย์... เพราะบนเส้นทางที่ผมกำลังจะพาคุณไป ต่อให้คุณร้องขอชีวิตด้วยเหตุผลร้อยแปดพันประการ ป่าก็ไม่เคยฟังภาษาคน... มันฟังแต่ภาษาเลือด"
ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากัน ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งทางความคิดที่รุนแรงราวกับไฟกับน้ำแข็ง แต่มันกลับอัดแน่นไปด้วยแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณของมืออาชีพทั้งสองสาขาที่ต่างฝ่ายต่างยอมรับในความสุดโต่งของกันและกันโดยไม่รู้ตัว
ศตวรรษเป็นฝ่ายเบือนสายตาหนีเป็นคนแรก เขาหยิบสมุดบันทึกหนังสีดำขึ้นมาเปิดดูหน้ากระดาษที่จดบันทึกแผนที่โบราณ พร้อมกับเอ่ยตัดบทเพื่อดึงสถานการณ์กลับสู่ความเป็นจริง
"ตกลงตามสัญญา... ค่าจ้างห้าแสนบาท จะโอนให้ครึ่งหนึ่งก่อนออกเดินทาง และส่วนที่เหลือเมื่อถึงจุดหมาย" ศตวรรษเก็บสมุดลงกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต แล้วหันกลับมามองพรานป่าด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว "เราจะออกเดินทางกันตอนตีสี่ตรง หวังว่าคุณคงไม่ทำให้ผมผิดหวังนะ, สิงหา"
สิงหาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปหยิบกระสอบผ้าใบเก่าๆ และมีดเหน็บเล่มโตขึ้นพาดบ่า
"ตีสี่... ผมจะรออยู่ที่รถกระบะหน้าโรงแรม" สิงหาหยุดเดินที่หน้าประตูก่อนจะหันกลับมามองด้วยสายตาคมกริบราวกับใบมีด "แต่อย่าหาว่าผมไม่เตือนนะครับ ศาสตราจารย์... บางที สิ่งที่คุณกำลังดิ้นรนตามหาในป่าลึก อาจจะเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตที่คุณไม่เคยอยากเจอเลยก็ได้"
ปัง!
เสียงประตูปิดลงทิ้งให้ศตวรรษยืนอยู่ตามลำพังท่ามกลางความเงียบงันของห้องพักม่านรูด ศาสตราจารย์หนุ่มถอดถุงมือยางออกโยนลงถังขยะ เขายกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวตุบๆ ทว่า ในจังหวะที่เขากำลังจะหันหลังเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทาง สายตากลับเหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างบนกระจกหน้าต่างบานเกล็ดที่ปิดสนิท
ไอน้ำที่เกาะอยู่บนกระจกไม่ได้ระเหยไปตามธรรมชาติ แต่มันถูกนิ้วมือปริศนาลากผ่านจากด้านนอก—ลากเป็นสัญลักษณ์อักขระโบราณตัวเดียวกับที่ปรากฏอยู่บนแผ่นหลังของศพไร้ลมหายใจบนเตียง!
หัวใจของศตวรรษกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วเท้าขึ้นสู่สันหลัง ในขณะที่ภายนอกหน้าต่าง เสียงกระซิบแหบพร่าปะปนมากับสายลมราตรีดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทอย่างชัดเจน... *'มึง... เป็นรายต่อไป'*
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
รอยสักมรณะบนร่างศาสตราจารย์กับพรานป่าไร้เงา•ตอนที่ 2
การพบกันของสองขั้วอำนาจ
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยสักมรณะบนร่างศาสตราจารย์กับพรานป่าไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!