เปลวเพลิงจากกองฟืนสีส้มเรืองรองสาดกระทบผนังถ้ำศิลาแลง ดึงเอาเงาทะมึนของร่างสองร่างให้ทอดยาวบิดเบี้ยวบนผนังหินราวกับภูตผีที่กำลังเริงระำ ดร.ศตวรรษนั่งกอดเข่าอยู่บนแผ่นรองนอนกันชื้น สายตาหลังกรอบแว่นสายตากวาดมองรอยสักโบราณบนท่อนแขนของตนเองที่เริ่มเรืองแสงจางๆ ยามอุณหภูมิในป่าลึกดิ่งลดฮวบลง ความเย็นยะเยือกของผืนป่าดงดิบยามวิกาลไม่ได้มาจากสภาพอากาศ หากแต่มันแทรกซึมผ่านรอยต่อของความเงียบงันและบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
ตรงข้ามกับเขา สิงหานั่งขัดสมาธิหลังพิงผนถ้ำ ด้ามมีดหมอเล่มยาวถูกกำไว้มั่นในมือขวา สายตาคมกริบดั่งพยัคฆ์จดจ้องออกไปนอกปากถ้ำที่มีความมืดสนิทราวกับหมึกดำ ความเงียบงันระหว่างพวกเขายืดเยื้อมานานนับชั่วโมง ราวกับต่างฝ่ายต่างกำลังประเมินลมหายใจของกันและกัน
"ศาสตราจารย์... เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมที่มองไม่เห็นไหมครับ" เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนหินบดกันดังขึ้นทำลายความเงียบ สิงหาไม่ได้หันมามอง แต่สายตายังคงกวาดมองความมืดเบื้องหน้า
ศตวรรษขยับแว่นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากตามความเคยชินของนักวิทยาศาสตร์ผู้เชื่อมั่นในหลักฐานเชิงประจักษ์
"ในฐานะนักโบราณคดี ผมเชื่อในสิ่งที่เราขุดพบ ตำนานและพิธีกรรมคือกุศโลบายทางสังคมของบรรพบุรุษเพื่อควบคุมประชากร ไม่ใช่พลังเหนือธรรมชาติที่คอยชี้เป็นชี้ตายใครหรอกครับคุณสิงหา" ศตวรรษตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่นในจุดยืน
สิงหาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหաբพร่าและเย็นยะเยือก "วิทยาศาสตร์อธิบายรอยสักบนแขนคุณได้ไหมล่ะครับ ว่าทำไมยิ่งเราเดินลึกเข้าสู่เขตอาถรรพ์นี้มากเท่าไหร่ มันถึงยิ่งร้อนระอุราวกับถูกเหล็กเผาไฟ... หรือว่าตำราเล่มหนาในห้องแอร์ของท่าน จะมีคำตอบสำหรับวิญญาณนับร้อยที่กำลังเดินตามหลังเรามาตอนนี้"
ศตวรรษชะงักไปชั่วขณะ เขาก้มมองท่อนแขนของตนเอง ความรู้สึกแสบร้อนแปลบปลาดยังคงแล่นริ้วขึ้นมาจริงอย่างที่อีกฝ่ายว่า แต่มันเป็นเพียงปฏิกิริยาทางผิวหนังจากความชื้นในป่าและความเครียดสะสมเท่านั้น เขาบอกตัวเองเช่นนั้นเสมอเพื่อรักษาสติสัมปชัญญะ
ก่อนที่บทสนทนาเชิงจิตวิทยาจะได้เชือดเฉือนกันไปมากกว่านั้น เสียงหนึ่งก็ลอยแว่วมาตามสายลมยามค่ำคืน
*หึ่ง... หืด... หึ...*
มันไม่ใช่เสียงสัตว์ป่า ไม่ใช่เสียงลมพัดผ่านยอดไม้ แต่เป็นเสียงสวดมนต์ภาษาโบราณที่ก้องกังวานราวกับหลุดออกมาจากห้วงมิติอื่น น้ำเสียงนั้นแหบพร่า ประสานเสียงกันนับร้อยชีวิต ท่องบทคาถาที่ไม่มีอยู่ในบันทึกประวัติศาสตร์หน้าไหนทั้งสิ้น เสียงนั้นลอยวนเวียนอยู่รอบปากถ้ำ ก่อนจะเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ราวกับกำลังรายล้อมพวกเขาไว้ตรงกลาง
ศตวรรษผุดลุกขึ้นโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณทางวิทยาศาสตร์ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนก เขากวาดไฟฉายแรงสูงส่องกราดออกไปนอกถ้ำ ลำแสงสีขาวตัดผ่านความมืดทึบ เผยให้เห็นเพียงละอองหมอกยามค่ำคืนและเงาไม้ที่ไหววูบ ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น... ไม่มีร่องรอยของมนุษย์
"เสียงบ้าอะไร..." ศตวรรษพึมพำ ขมวดคิ้วแน่นขณะพยายามคำนวณทิศทางของเสียงด้วยหลักสเตอริโอโฟนิก แต่มันกลับสะท้อนมาจากทุกทิศทุกทางพร้อมๆ กัน
"ผีเปรต... หรือวิญญาณพรานป่าที่ตายอย่างไร้ญาติขาดมิตร" สิงหาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ สีหน้าของพรานหนุ่มเรียบเฉย ไร้ความหวาดกลัว มีเพียงความระแวดระวังขั้นสูงสุด เขาก้าวเข้ามาใกล้ศตวรรษ ดึงตัวอีกฝ่ายให้ถอยร่นเข้าไปลึกกว่าเดิม "เงียบ... และอย่าส่งเสียง"
แต่เสียงสวดมนต์นั้นกลับดังขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะทะลุเข้ามาในโสตประสาท มันไม่ใช่แค่เสียงแว่วอีกต่อไป แต่มันคือเสียงกระซิบที่ดังอยู่ข้างใบหู... เป็นภาษาโบราณที่ศตวรรษไม่คุ้นเคย แต่แปลกนักที่จิตใต้สำนึกของเขากลับแปลความหมายของมันได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
*'ผู้ใดรุกล้ำ... ผู้นั้นต้องแลก...'*
บรรยากาศภายในถ้ำบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก อุณหือภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว สิงหาขว้างก้อนหินที่พันด้วยสายสิญจน์ออกไปที่ปากถ้ำ พร้อมกับท่องคาถาอาคมบทสั้นๆ เสียงสวดมนต์ลึกลับด้านนอกสะดุดกักลงชั่วขณะ ราวกับปะทะเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น
ในความเงียบสงัดที่ตามมา ชั่วพริบตานั้นเอง ศตวรรษก็เหลือบไปเห็นเงาดำทมิฬร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ที่ปากถ้ำ ลำแสงไฟฉายส่องกระทบเข้ากับร่างนั้นเต็มตา
ไม่ใช่สัตว์ป่า... และไม่ใช่ภูตผี
มันคือร่างของชายชราคนหนึ่ง ร่างกายผอมแห้งจนเห็นซี่โครง แต่งกายด้วยชุดพรานโบราณที่เปื่อยยุ่ย ใบหน้าครึ่งหนึ่งเน่าเปื่อยจนเห็นกระดูกกะโหลกสีขาวโพลน แต่สิ่งที่ทำให้ศตวรรษแทบหยุดหายใจ คือรอยสักโบราณลวดลายเดียวกับบนแขนของเขา ปรากฏเด่นชัดอยู่ทั่วแผ่นหลังของร่างปริศนานั้น
ชายชราหันมามองช้าๆ ดวงตาสสีดำสนิทไร้แววตาคู่นั้นจ้องตรงมาที่ด็อกเตอร์หนุ่ม ก่อนที่ริมฝีปากแห้งผากจะขยับเอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของศตวรรษเย็นเฉียบ
"มึง... คือผู้สืบทอดคนต่อไปสินะ... ไอ้หนุ่มตระกูลศตวรรษ"
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
รอยสักมรณะบนร่างศาสตราจารย์กับพรานป่าไร้เงา•ตอนที่ 4
เสียงกระซิบยามวิกาล
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยสักมรณะบนร่างศาสตราจารย์กับพรานป่าไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!