กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นสาบสางของซากศพที่เริ่มเน่าสลาย ลอยอวลอยู่ในความชื้นทึบของเรือนพักกลางป่าลึก แสงไฟฉายคาดหัวของสิงหาตวัดวาดผ่านคานไม้ไผ่ผุพัง เผยให้เห็นละอองฝุ่นที่ลอยเคว้งคว้างราวกับดวงวิญญาณเร่ร่อน บนโต๊ะไม้เนื้อแข็งตรงหน้า มีชิ้นส่วนเครื่องกระเบื้องเคลือบสมัยราชวงศ์หยวนที่แตกหัก วางเคียงคู่กับกระดูกมนุษย์ท่อนแขนซึ่งถูกสลักอักขระโบราณไว้อย่างประณีตด้วยคมมีด
ดร.ศตวรรษยืนนิ่งอยู่เบื้องหลัง แว่นตากรอบทองของศาสตราจารย์หนุ่มสะท้อนแสงสีเหลืองนวลจากตะเกียงเจ้าพายุ นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือยางหยิบชิ้นส่วนกระเบื้องขึ้นมาพินิจด้วยความเงียบงัน สมองอันปราดเปรื่องของนักโบราณคดีกำลังคำนวณอายุและที่มาของวัตถุพยานเหล่านี้อย่างรวดเร็ว
"ไม่ใช่ฝีมือของชาวบ้านแถบนี้แน่ครับคุณสิงห์" เสียงทุ้มต่ำของศตวรรษเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "รอยบากบนกระดูกนี่... มันถูกตัดแต่งด้วยเครื่องมือโลหะผสมสมัยใหม่ ความคมระดับนี้ต้องใช้เลื่อยตัดกระดูกของแพทย์สนาม หรือไม่ก็เครื่องมือผ่าตัดเฉพาะทาง"
สิงหาไม่ตอบทันที พรานป่าร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อสนามสีเข้มก้มตัวลงใช้ปลายมีดเหน็บเขี่ยเศษดินที่ติดอยู่กับรองเท้าบูทหนัง สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากพื้นดินใต้ถุนเรือน ดวงตาคมกริบราวกับพญาเสือป่ากวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดลงที่รอยขูดขีดลึกบนพื้นไม้
"หมอศตวรรษ... ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ของคุณ ช่วยอธิบายรอยแผลพวกนี้บนร่างเหยื่อได้ไหมล่ะครับ ว่ามันเกิดจากอะไร" สิงหาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนิทแต่แฝงความเย้ยหยันจางๆ "รอยมีดไม่ได้มีไว้เพื่อฆ่า แต่มันกรีดลงไปตามเส้นชีพจรเพื่อ 'ปลดปล่อย' อะไรบางอย่างออกมาก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะหลุดลอย"
ศตวรรษหันขวับมามองพรานหนุ่ม แววตาของนักวิชาการวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจในข้อสันนิษฐานเชิงไสยศาสตร์นั้น "อย่าเอาความเชื่อเรื่องภูตผีมาปะปนกับคดีอาชญากรรมเลยครับคุณสิงห์ รอยกรีดพวกนั้นในทางนิติวิทยาศาสตร์ มันคือรูปแบบการทรมานเพื่อเค้นหาความลับ หรือไม่ก็พิธีกรรมทางจิตวิทยาของฆาตกรต่อเนื่องที่มีอาการทางจิต"
"จิตวิทยาหรือครับ?" สิงหายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก้าวเข้ามาประชิดจนศาสตราจารย์หนุ่มต้องเงยหน้าขึ้นสบตา กลิ่นอายดิบเถื่อนของป่าเขาและกลิ่นไਮยเวทจางๆ โชยเข้าปะทะจมูก "คุณเชื่อมั่นในตำรากระดาษเก่าๆ ของคุณ จนมองไม่เห็นความจริงที่กำลังหายใจอยู่ตรงนี้ ศพที่พวกเราพบเมื่อวาน รอยสักบนแผ่นหลังของเขาไม่ใช่ศิลปะ แต่มันคือแผนที่... แผนที่นำทางไปสู่สุสานโบราณที่ถูกสาป"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดจนแทบจะหยิบจับเป็นรูปธรรม ความแตกต่างสุดขั้วระหว่างวิทยาศาสตร์อันเที่ยงตรงและไสยศาสตร์โบราณ ปะทะกันอย่างรุนแรงในพื้นที่ปิดแคบแห่งนี้ ศตวรรษสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เขารู้ดีว่าการต่อปากต่อคำกับพรานป่าผู้เย่อหยิ่งคนนี้ไม่ได้ช่วยให้คดีคืบหน้า
"ถ้ามันเป็นแผนที่จริง อย่างที่คุณพยายามจะโน้มน้าวผม..." ศตวรรษเอ่ยเสียงเย็น เยزเยือกและมั่นคง "ทำไมกลุ่มคนที่ลงมือถึงต้องฆ่าปิดปากเหยื่อด้วยวิธีทารุณแบบนี้ด้วยล่ะครับ? หากพวกมันต้องการสมบัติ การร่วมมือกับคนที่มีความรู้ย่อมมีประโยชน์กว่าการสังหารทิ้ง"
สิงหาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมวาววับขึ้นในความสลัว "เพราะไอ้คนที่บงการอยู่เบื้องหลัง ไม่ได้ต้องการแค่สมบัติทองคำ แต่มันต้องการ 'ชีวิต' เพื่อต่อรองกับความมืด แก๊งลักลอบขุดโบราณวัตถุกลุ่มนี้ไม่ได้หากินแค่พวกพระเครื่องหรือเครื่องประดับครับหมอ... พวกมันคือนักล่าเงา ที่ใช้มนุษย์เป็นเครื่องเซ่นสังเวยเพื่อเปิดประตูสุสานใต้ดิน"
คำพูดนั้นทำให้ศตวรรษชะงักไปชั่วขณะ ภาพรอยสักประหลาดบนร่างของศาสตราจารย์ผู้ล่วงลับผุดขึ้นมาในหัว สมองของเขากำลังประมวลผลข้อมูลใหม่ที่เชื่อมโยงกับบันทึกการหายตัวไปของบิดาในอดีต บิดาของเขาก็เคยหมกมุ่นอยู่กับการสำรวจซากโบราณสถานในเขตอาถรรพ์นี้เช่นกัน
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยอะไรต่อ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังแว่วมาจากบริเวณลานดินใต้ถุนเรือน ตามมาด้วยเสียงกิ่งไม้หักดังกรอบแกรบ ท่ามกลางความเงียบสงัดของผืนป่าที่ไร้ซึ่งเสียงแมลงร้อง
สิงหาพุ่งตัวไปที่หน้าต่างไม้เก่าอย่างรวดเร็ว มือขวาชักปืนพกสั้นออกจากซองข้างเอวอย่างเงียบกริบ สายตาคมกวาดมองผ่านความมืดออกไปภายนอก ศตวรรษก้าวตามไปติดๆ มือถือไฟฉายแรงสูงพร้อมส่องสว่าง แต่สิงหากลับยกมือขึ้นห้ามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"อย่าเปิดไฟ" สิงหาพกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน "พวกมันไม่ได้มาเพื่อซุ่มโจมตี... แต่พวกมันกำลังกลับมาเก็บกวาดหลักฐานที่เหลือ"
ในความมืดสลัวที่ห้อมล้อมเรือนพัก สายตาของศตวรรษกวาดไปสะดุดเข้ากับวัตถุชิ้นหนึ่งที่ตกอยู่ใต้โต๊ะไม้ ใกล้กับกองกระดูกมนุษย์ มันคือสมุดบันทึกปกหนังสีดำที่ชื้นแฉะไปด้วยคราบน้ำค้างและรอยเลือดจางๆ
ศาสตราจารย์หนุ่มค่อยๆ ย่อตัวลงเอื้อมมือไปหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมา พลิกเปิดหน้าแรกด้วยความระมัดระวัง แสงจากตะเกียงเจ้าพายุส่องกระทบเข้ากับลายมือที่คุ้นตาอย่างประหลาด—ลายมือของบิดาผู้หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน
หัวใจของศตวรรษกระหน่ำรัวด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะกวาดสายตาอ่านข้อความสำคัญบนหน้ากระดาษ ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบก็ถูกจ่อเข้าที่ขมับด้านซ้ายของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว
"อย่าขยับ..." เสียงกระซิบแหบพร่าของผู้มาเยือนดังขึ้นจากมุมมืดด้านหลัง "ถ้าไม่อยากให้สมองของคุณกระจายติดผนังไม้เหมือนเพื่อนร่วมทีมคนก่อน"
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
รอยสักมรณะบนร่างศาสตราจารย์กับพรานป่าไร้เงา•ตอนที่ 5
ร่องรอยของนักล่าสมบัติเงา
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยสักมรณะบนร่างศาสตราจารย์กับพรานป่าไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!