รอยสักมรณะบนร่างศาสตราจารย์กับพรานป่าไร้เงา•ตอนที่ 6

กับดักไสยเวท

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นหอมหวานฉุนของยางไม้ป่าโบราณไม่ได้ชวนให้รู้สึกรื่นรมย์แม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันคือกลิ่นอายของความตายที่ถูกปรุงแต่งอย่างประณีตเพื่อล่อลวงสติสัมปชัญญะของมนุษย์ให้หลุดลอย "หยุด!" เสียงคำรามต่ำในลำคอของสิงหาดังขึ้นพร้อมกับมือหยาบกร้านที่คว้าเข้าที่ต้นแขนของดร.ศตวรรษอย่างแรง แรงกระชากนั้นรุนแรงเสียจนร่างโปร่งของศาสตราจารย์หนุ่มเซถลาเกือบชนเข้ากับแผ่นอกกว้างของพรานป่า หากแต่ทุกอย่างก็ช้าไปเสี้ยววินาที กรอบ... เสียงแผ่นดินใต้พื้นหินโบราณยุบตัวลงพร้อมกับม่านหมอกสีเทาที่พวยพุ่งขึ้นมาจากหลุมลึกเบื้องล่าง "คุณวัฒน์!" สิงหาตะโกนเรียกชื่อจริงของอีกฝ่ายเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน น้ำเสียงที่เคยราบเรียบและเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งของพรานป่าบัดนี้เจือด้วยความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เมื่อร่างของศาสตราจารย์ด้านโบราณคดีผู้ยึดมั่นในเหตุผล กำลังร่วงหล่นลงไปในหลุมพรางไสยเวทที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ซากปรักหักพังของเทדיโบราณ ศตวรรษคว้าขอบหินผุกร่อนไว้ได้ทัน ปลายนิ้วเรียวยาวจิกเกร็งลงบนผิวหินจนเลือดซึม เบื้องล่างของเขาคือความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง และไอหมอกสีดำคล้ำที่ส่งเสียงหวีดหวิวราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณนับร้อย ไอร้อนระอุพุ่งขึ้นมาปะทะใบหน้าจนผิวเนื้อแสบร้อน "เหตุผลของคุณช่วยค้ำจุนคุณไว้ได้ไหมล่ะครับ ศาสตราจารย์!" สิงหาตะโกนแข่งกับเสียงลมที่คำรามก้องในหลุมลึก ขณะที่ร่างหนาโถมตัวลงนอนราบกับพื้นดินอันเปียกชื้น สองมือเอื้อมออกไปสุดแขนเพื่อคว้าข้อมือของศตวรรษไว้มั่น ศตวรรษเงยหน้าขึ้นสบตากับพรานป่า แววตาของนักวิชาการผู้ไม่เคยเชื่อเรื่องงมงายฉายแววเจ็บปวดและความตระหนักรู้บางอย่าง ทว่าไม่มีความหวาดกลัวระคนอยู่เลยแม้แต่น้อย แม้ลมหายใจจะเริ่มติดขัดจากควันพิษที่ลอยขึ้นมาก็ตาม "ความรู้... ไม่ได้มีไว้เพื่อค้ำจุน... แต่มีไว้เพื่อเข้าใจ..." ศตวรรษเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายของเขากำลังถูกแรงดึงดูดมหาศาลจากเบื้องล่างกระชากลงไปเรื่อยๆ "ถ้าคุณคิดว่านี่คือไสยเวท... มันก็คงเป็นแค่วิทยาศาสตร์ที่... เรายังไม่เข้าใจ... เท่านั้น..." สิงหาแค่นหัวเราะในลำคอท่ามกลางสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน "ปากแข็งไม่เปลี่ยน... ถึงเวลาตายแล้วยังจะมาเถียงเรื่องฟิสิกส์กับผมอีก!" พรานป่าหนุ่มไม่รอช้า เขากัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูนโปน มือข้างหนึ่งกำวัตถุโบราณสีดำสนิทที่แขวนอยู่บนคอขึ้นมาจรดริมฝีปาก ท่องคาถาโบราณภาษาขอมโบราณที่ดุดันและทรงพลัง เสียงสวดนั้นทุ้มต่ำและก้องกังวานขับไล่ไอหมอกสีดำให้ถอยร่นไปชั่วขณะ ดวงตาของสิงหาเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนราวกับกำลังแบกรับน้ำหนักมหาศาลจากอาคมที่เขากำลังสะกดข่ม *“โอม... นะโม พุทธายะ มะอะอุ พินธุสัง มะ อะ อุ...”* รอยสักยันต์โบราณบนแผ่นหลังของสิงหาภายใต้เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นเริ่มเปล่งประกายเรืองแสงสีแดงก่ำทะลุเนื้อผ้าออกมา เป็นภาพที่ศตวรรษซึ่งห้อยหัวอยู่เหนือเหวลึกเห็นได้ถนัดตา ศาสตราจารย์หนุ่มเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่เรื่องหลอนประสาท แต่มันคือพลังงานความร้อนและกระแสลมที่หมุนวนรอบตัวสิงหาจนเกิดเป็นเกราะคุ้มกัน ด้วยแรงเฮือกสุดท้ายจากการประสานกันระหว่างสมาธิขั้นสูงและคาถาอาคม สิงหาคำรามลั่นพร้อมกับกระชากแขนของศตวรรษขึ้นมาสุดแรง ร่างของดร.ศตวรรษถูกเหวี่ยงขึ้นมานอนแผ่หลาอยู่บนพื้นหินที่ปลอดภัย หอบหายใจโยนตัวด้วยความเหนื่อยหอบ ไอพิษสีดำจางหายไป เหลือเพียงกลิ่นอายความอับชื้นของป่าลึกตามเดิม สิงหานั่งชันเข่าหอบหายใจหนักหน่วงไม่แพ้กัน เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าคมคายที่เปื้อนคราบเขม่าควัน เขามองศตวรรษที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นตามแบบฉบับ "ถ้าคุณตกลงไปในหลุม 'อาถรรพ์พรากวิญญาณ' นั้นจริงๆ ต่อให้มีปริญญาเอกอีกสักสิบใบ ก็ไม่มีทางดึงวิญญาณคุณกลับมาได้หรอกครับ ศาสตราจารย์" ศตวรรษค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่ง เขายกมือขึ้นลูบรอยแผลไหม้จางๆ ที่ข้อมือ ซึ่งเกิดจากไอร้อนของหลุมพรางเมื่อครู่ สายตานิ่งสงบแต่คมกริบทอดมองลงไปในหลุมมืดมิดเบื้องล่าง ที่บัดนี้สงบลงแล้วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ขอบคุณครับ... คุณสิงหา" ศตวรรษเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำหนักของคำขอบคุณนั้นจริงจังกว่าครั้งไหนๆ "ผมยอมรับว่า... ผมประเมินความซับซ้อนของพื้นที่นี้ต่ำไป" "ไม่ใช่แค่พื้นที่ครับ" สิงหาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาดุดันมองลึกลงไปในความมืดของป่าเบื้องหน้า "แต่มีบางอย่างกำลังต้อนเราให้เดินไปตามเกมของมัน... และรอยสักบนร่างของคุณ กับรอยสักบนศพศาสตราจารย์วิชัยพ่อของคุณ ก็คือแผนที่ที่ถูกร่างไว้ล่วงหน้าแล้ว" ศตวรรษเงยหน้าขึ้นสบตากัน หัวใจของนักวิชาการหนุ่มกระตุกวูบเมื่อได้ยินชื่อบิดາผู้ล่วงลับถูกหยิบยกขึ้นมาในสถานการณ์เช่นนี้ ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใดต่อ ความเงียบงันของผืนป่าก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่ย่ำเข้ามาใกล้... ไม่ใช่เสียงของสัตว์ป่า และไม่ใช่เสียงของมนุษย์ธรรมดา สิงหาชักมีดล่าสัตว์ออกจากฝักทันที พร้อมกับที่ศตวรรษหยิบไฟฉายแรงสูงขึ้นส่องกราดไปยังทิศทางของเสียง ลำแสงสีขาวตัดผ่านความมืด เผยให้เห็นเงาร่างนับสิบที่ยืนเรียงรายอยู่ล้อมรอบวงศาลาโบราณ ร่างเหล่านั้นสวมชุดกาวน์สีขาวเปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง และที่สำคัญที่สุด... บนลำคอของทุกคนปรากฏรอยสักประหลาดรูปอสรพิษพันคานหินแบบเดียวกับที่ศตวรรษพยายามไขปริศนา และผู้ที่ก้าวออกมาจากแถวหน้าสุด คือชายชราผู้หนึ่งที่ศตวรรษคิดว่าตายไปแล้วในกองเพลิงเมื่อสัปดาห์ก่อน "ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนบทที่หดหู่ที่สุดครับ... ลูกศิษย์ของผม" เสียงแหบพร่าเอ่ยทักทาย พร้อมรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจนน่าขนลุก ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยสักมรณะบนร่างศาสตราจารย์กับพรานป่าไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%