"เด็กคนนี้... ลูกใคร"
น้ำเสียงของธันวาสั่นพร่า ทว่าแฝงไปด้วยอำนาจดิบเถื่อนที่พยายามข่มขวัญ รินรดายืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อน ความเย็นชาในแววตาของเธอเปรียบเสมือนกำแพงน้ำแข็งที่หนาแน่นจนเขามองไม่ทะลุไปถึงข้างใน เธอไม่ได้สะทกสะท้านต่อสายตาที่กวาดมองใบหน้าของ ‘น้องต้นกล้า’ ลูกชายของเธอด้วยความตื่นตะลึงปนหวาดระแวงนั้นเลยสักนิด
"ลูกใคร ก็ไม่เกี่ยวกับคุณค่ะ คุณธันวา" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าใจหาย เธอขยับตัวไปขวางหน้าเด็กชายไว้อย่างเป็นธรรมชาติ ท่วงท่านั้นดูสง่างามและเปี่ยมไปด้วยสัญชาตญาณแม่ที่พร้อมจะปกป้องสิ่งที่รักที่สุดจากอันตราย
ธันวากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน หัวใจของเขาเต้นรัวแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก ความทรงจำเมื่อห้าปีก่อนย้อนกลับมาทิ่มแทงซ้ำๆ ภาพของภรรยาที่เคยอ้อนวอนขอความรักจากเขา บัดนี้กลับกลายเป็นหญิงสาวที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาที่ไร้เยื่อใย
"อย่ามาเล่นลิ้นกับผม รินรดา! เด็กหน้าตาถอดแบบผมออกมาขนาดนี้ คุณคิดว่าผมจะโง่จนดูไม่ออกงั้นเหรอ?" เขาพุ่งตรงเข้ามาประชิดตัว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เขาชอบใช้ยังคงเป็นกลิ่นเดิม แต่มันกลับทำให้อีกฝ่ายสะอิดสะเอียนจนอยากจะถอยห่าง
รินรดาไม่ถอย เธอเชิดหน้าขึ้น สบตากับเขาตรงๆ "หน้าตาโหลๆ แบบคุณ ในโลกนี้มีเยอะแยะไปค่ะ อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลย อีกอย่าง... ที่นี่คือที่ทำงาน ไม่ใช่ศาลที่จะมาสอบสวนเรื่องส่วนตัวของฉัน ถ้าคุณไม่มีธุระเรื่อง ‘งาน’ ก็เชิญออกไปได้แล้วค่ะ"
"งานงั้นเหรอ?" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและข่มขู่ "ได้! งั้นเรามาคุยเรื่องงานกัน ในเมื่อคุณยืนยันจะทำงานที่นี่ ทั้งที่รู้ว่าผมเป็นเจ้าของบริษัทแม่... ผมขอสั่งให้คุณลาออกซะเดี๋ยวนี้ รินรดา ผมไม่ต้องการเห็นหน้าคุณในอาณาจักรของผมอีกแม้แต่วินาทีเดียว!"
รินรดายกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา มันเป็นยิ้มแบบที่ใช้ต้อนรับลูกค้าที่ไร้มารยาทที่สุดในร้าน "กฎระเบียบของบริษัทไม่ได้ระบุไว้ว่าเจ้าของไม่มีสิทธิ์รับพนักงานที่มีฝีมือเข้ามา และฉันก็ทำงานภายใต้สัญญาที่กวินเป็นคนดูแล ไม่ได้ขึ้นตรงกับคุณโดยตรง ดังนั้น... คำสั่งของคุณไม่มีผลค่ะ"
"คุณกล้าดียังไง..."
"กล้าพอที่จะไม่ก้มหัวให้คนอย่างคุณอีกต่อไปแล้วค่ะ" เธอสวนกลับทันควัน ขยับตัวไปจับมือเล็กของลูกชายไว้แน่น "คุณเคยเป็นคนกำหนดชีวิตฉัน แต่ตอนนี้คุณไม่มีสิทธิ์นั้นแล้วค่ะ ธันวา คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องชีวิตของฉันและลูก... ของฉัน"
คำว่า 'ลูกของฉัน' ที่เธอเน้นย้ำทำเอาธันวาชะงักไปครู่ใหญ่ เขาจ้องมองใบหน้าใสซื่อของเด็กชายที่ยืนกอดตุ๊กตาหมีในมือแน่น ดวงตาคู่นั้น... มันคือดวงตาของเขาตอนเด็กไม่ผิดเพี้ยน ความรู้สึกผิดที่เคยถูกฝังกลบไว้ในส่วนลึกของจิตใจเริ่มสั่นคลอน ทว่าความทิฐิที่เขาสั่งสมมาตลอดชีวิตกลับกระซิบให้เขาทำลายกำแพงของเธอให้ราบคาบ
"ถ้าไม่ออกดีๆ ก็อย่าหาว่าผมใจร้าย" ธันวาขู่เสียงต่ำ แววตาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม "ผมจะบีบให้คุณอยู่ไม่ได้ ผมจะทำให้ร้านขนมปังที่คุณรักกลายเป็นเพียงอดีตเหมือนกับความสัมพันธ์ของเรา จำไว้รินรดา ผมไม่เคยปล่อยให้สิ่งที่ผมต้องการหลุดมือไปง่ายๆ แม้แต่คนทรยศอย่างคุณ"
รินรดาเพียงแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอหันไปบอกลูกชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่ต่างจากตอนคุยกับเขาอย่างสิ้นเชิง "ต้นกล้าคะ ไปรอแม่ที่ห้องทำงานคุณกวินก่อนนะ เดี๋ยวแม่จะตามไปค่ะ"
เมื่อเห็นลูกชายเดินออกไปจนลับตา รินรดาก็หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตสามีอีกครั้ง คราวนี้แววตาของเธอฉายความแข็งกร้าวและดุดันยิ่งกว่าเดิม เธอก้าวเข้าไปหาเขาจนระยะห่างลดน้อยลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจ
"เชิญค่ะ อยากทำอะไรก็ทำเลย" เธอกระซิบชิดริมฝีปากเขา เสียงของเธอสั่นสะท้านด้วยแรงแค้นที่สั่งสมมานับปี "แต่จำไว้ว่า ครั้งนี้คุณจะไม่ใช่คนถือไพ่เหนือกว่า ถ้าคุณอยากเล่นเกมนี้ ฉันก็จะเล่นกับคุณให้ถึงที่สุด... ให้รู้กันไปว่าใครกันแน่ที่จะต้องเป็นฝ่ายคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตา"
ธันวานิ่งอึ้ง เขาไม่เคยเห็นรินรดาในมุมนี้ มุมที่ดูเป็นนักสู้ มุมที่กล้าท้าชนเขาอย่างไม่เกรงกลัว ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนเหมือนเส้นด้ายจะขาดผึง เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดลงด้านหลังเขา
"ดูเหมือนคุณธันวาจะมีธุระเยอะเหลือเกินนะครับ" กวินเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ดูสุขุม แววตาของเขามองไปที่ธันวาอย่างไม่เป็นมิตรนัก "แต่ถ้าคุณยังมารบกวนพนักงานของผมแบบนี้ ผมคงต้องเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยมาเชิญคุณออกไปเอง... ในฐานะที่เข้ามารุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว"
ธันวาหันไปมองกวินด้วยสายตาที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้โต้ตอบอะไรกลับไป โทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของเขาก็ดังขึ้น หน้าจอโชว์ชื่อของเลขาส่วนตัวที่โทรเข้ามาด้วยความร้อนรน
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับด้วยความหงุดหงิด "มีอะไร!"
ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "คุณธันวาคะ... แย่แล้วค่ะ! มีคนปล่อยเอกสารลับเรื่องการยักยอกเงินในสาขาที่คุณดูแลอยู่ลงในกรุ๊ปไลน์พนักงานทุกคนตอนนี้เลยค่ะ ตอนนี้บอร์ดบริหารกำลังเรียกประชุมด่วน!"
ธันวาหน้าถอดสี มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริก เขาหันกลับมามองรินรดาที่ยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตานิ่งเฉย ทันใดนั้นเขาก็เห็นรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของเธอ... เป็นรอยยิ้มของผู้ชนะที่วางแผนทุกอย่างมาอย่างแนบเนียน
"คุณเริ่มเกมนี้แล้วนะคะ ธันวา" รินรดากล่าวเสียงเรียบขณะที่เขาหันหลังจะเดินจากไปอย่างหัวเสีย "แต่ฉันเป็นคนเลือกวิธีปิดเกม... แล้วเราจะได้เห็นกันว่าใครที่จะต้องพังพินาศในตอนจบ"
ธันวาหยุดกึกอยู่ที่หน้าประตู เขาไม่ได้หันกลับมามองเธออีก แต่แผ่นหลังที่เกร็งแน่นนั้นบอกชัดเจนว่าเขากำลังโกรธจนถึงขีดสุด เขาเดินจากไป ทิ้งให้รินรดายืนอยู่ท่ามกลางกลิ่นหอมของขนมปังอบใหม่ที่เริ่มจะเจือไปด้วยกลิ่นอายของสงครามที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ
รินรดาสูดหายใจลึก เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียงก้าวแรกของความเจ็บปวดที่เขาจะต้องได้รับ เธอหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุม มันคือผลตรวจ DNA ที่เธอเก็บไว้เป็นอาวุธลับชิ้นสุดท้าย และทันใดนั้น... ประตูห้องทำงานของกวินก็เปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของคนที่เธอไม่คิดว่าจะมาเห็นในตอนนี้
ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มเดินเข้ามา เขาคือทนายความมือหนึ่งที่เคยเป็นคนจัดการเรื่องการหย่าร้างของเธอเมื่อห้าปีก่อน พร้อมกับซองเอกสารที่ประทับตรา ‘ลับเฉพาะ’ ยื่นมาตรงหน้าเธอ
"คุณรินรดาครับ... เราพบหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงว่า อดีตสามีของคุณ ไม่ได้แค่ทรยศคุณเรื่องหัวใจ แต่มันมีเรื่องของ ‘ทายาทคนก่อน’ ที่ถูกปิดบังไว้ด้วยครับ"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความลับที่เธอคิดว่ารู้มาตลอด กลับมีเงื่อนงำซ่อนอยู่อีกชั้นที่เธอยังไม่เคยรู้มาก่อน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับรินรดาในรสชาติแห่งการแก้แค้นนี้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
ด้วยรักและขอบคุณค่ะ,
เมฆหมอกสีชมพู
สูตรลับขนมปังขมกับคนเคยรัก•ตอนที่ 2
รสชาติแห่งการปฏิเสธ
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับขนมปังขมกับคนเคยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
