สูตรลับขนมปังขมกับคนเคยรัก•ตอนที่ 1

กลิ่นอายที่คุ้นเคยแต่หัวใจไม่เหมือนเดิม

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
"ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่า เตาอบตัวนี้ไม่ควรตั้งอุณหภูมิเกินสองร้อยองศาสำหรับแป้งพัฟสูตรนี้... หรือว่าความจำของคุณมันเสื่อมไปพร้อมกับสามัญสำนึกกันแน่คะ?" น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องครัวเบเกอรี่ระดับลักชัวรีกลางกรุง ปลายนิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือผ้าสีขาวสะอาดแตะลงบนถาดขนมปังที่เกรียมจนส่งกลิ่นไหม้จางๆ รินรดา ยืนกอดอกมองลูกน้องระดับหัวหน้างานที่หน้าซีดเผือดด้วยแววตาว่างเปล่า ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่นั่นแหละคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด... ความเย็นชาที่พร้อมจะบดขยี้ความมั่นใจของทุกคนให้แหลกคราบพื้นกระเบื้อง ห้าปี... ตัวเลขที่ยาวนานพอจะเปลี่ยนเด็กสาวผู้ก้มหน้ายอมรับชะตากรรม ให้กลายเป็น "เชฟริน" หัวหน้าเชฟมือหนึ่งแห่ง "Maison de L’Amour" ร้านเบเกอรี่คู่แข่งคนสำคัญที่กำลังจะแผดเผาอาณาจักรขนมหวานของธันวาให้เป็นจุล "ขอโทษค่ะเชฟริน ดิฉันจะรีบอบใหม่เดี๋ยวนี้ค่ะ" ลูกน้องสาวรีบโค้งตัวต่ำด้วยความหวาดกลัว รินรดาไม่ตอบ เธอเพียงแค่ปรายตามองเศษซากความผิดพลาดนั้นด้วยมุมปากที่ยกขึ้นน้อยๆ สื่อถึงความเย้ยหยันในโชคชะตา ก่อนจะหมุนตัวเดินออกมาเพื่อตรวจความเรียบร้อยของโซนจัดแสดงสินค้าด้านหน้า ซึ่งในวันนี้... เป็นวันเปิดตัวสาขาเรือธงแห่งใหม่ ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับอาณาจักรขนมหวานของอดีตสามีเธอดั่งจงใจ กลิ่นเนยสดชั้นดีและกลิ่นอายของแป้งหมักอบอวลอยู่ในบรรยากาศ แต่สำหรับรินรดาแล้ว มันไม่ได้หอมหวานเหมือนชื่อเรียก หากแต่มันคือกลิ่นอายของความแค้นที่ถูกหมักบ่มมาอย่างยาวนานจนได้ที่ ประตูร้านกระจกใสบานใหญ่ถูกผลักเปิดออก พร้อมกับร่างสูงสง่าของชายหนุ่มผู้คุ้นเคย—ธันวา ก้าวแรกที่เขาก้าวเข้ามาในอาณาเขตของเธอ ลมหายใจของรินรดาก็สะดุดไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยด้านชาคล้ายถูกกระชากด้วยตะขอเหล็กอันร้อนรน ทว่าใบหน้าของเธอกลับนิ่งสนิท ราวกับรูปปั้นสลักจากหินอ่อนที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ธันวาในวัยสามสิบปลายๆ ยังคงดูโดดเด่นและเย่อหยิ่งไม่เคยเปลี่ยน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นตาราคาแพงกวาดมองไปรอบร้านด้วยความดูแคลน ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะสะดุดเข้ากับร่างของหญิงสาวที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์กระจกใส ร่างสูงชะงักกึก ฝ่าเท้าที่กำลังก้าวเดินหยุดลงทันที รูม่านตาของเขาขยายกว้างด้วยความตื่นตะลึง ราวกับกำลังเห็นผีกลางวันแสกๆ "ริน..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของธันวาอย่างไม่เชื่อสายตา เขากะพริบตาถี่ครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อยืนยันว่าภาพเบื้องหน้าไม่ใช่ภาพหลอน ผู้หญิงที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอเศษเสี้ยวความรักจากเขาเมื่อหลายปีก่อน ผู้หญิงคนที่เขาเคยเซ็นใบหย่าให้ด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์และโยนเงินก้อนโตใส่หน้าราวกับเธอเป็นเพียงเศษขยะ... บัดนี้ยืนอยู่ตรงนี้ ในฐานะเชฟใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล และเป็นเจ้าของสูตรขนมปังขมที่กำลังจะแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดทั้งหมดไปจากมือเขา รินรดาสบตากับเขา นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นลึกล้ำและเย็นชาเสียจนธันวาหนสันหลังวาบ เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบາ รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา รอยยิ้มที่กรีดลึกลงไปในความรู้สึกผิดบาปที่เขาพยายามฝังกลบมันมาตลอดหลายปี "ยินดีต้อนรับสู่ Maison de L’Amour ค่ะคุณธันวา" น้ำเสียงหวานใสเอื้อนเอ่ยออกไปอย่างสุภาพ ทว่าทุกพยางค์กลับหนักแน่นราukคมมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ "หวังว่าขนมปังของเรา... จะทำให้คุณประทับใจจนนอนไม่หลับเหมือนที่ผ่านมานะคะ" ธันวากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความตกใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวและอารมณ์บางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอกอย่างหาคำตอบไม่ได้ เขาก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดเคาน์เตอร์ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก "เธอ... เธอเข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? และที่สำคัญ... เธอกล้าดียังไงมาเปิดร้านแข่งกับฉัน!" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความเกรี้ยวกราด แม้จะพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้คนรอบข้างสนใจ รินรดาไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยความเย่อหยิ่งที่ถูกสร้างขึ้นจากรอยแผลเป็นในอดีต สายตาที่เธอมองเขามันช่างว่างเปล่าและเหยียดหยามเสียจนธันวารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงตัวตลกในสายตาเธอ "ทำไมฉันจะทำไม่ได้ล่ะคะ?" รินรดาเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มเยาะ "ในเมื่อคุณสอนฉันเองว่า... โลกธุรกิจไม่มีที่ให้คนอ่อนแอ และคนที่เคยโง่เง่า ย่อมมีสิทธิ์ที่จะฉลาดและตาสว่างขึ้นได้บ้างไม่ใช่เหรอคะ คุณธันวา" คำพูดของเธอราดรดลงบนกองไฟแห่งความอีโก้ของเขาจนลุกโชน ธันวากัดฟันกรอด ดวงตาแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่เคยอยู่ใต้เงาของเขา จะกล้าลุกขึ้นมาตบหน้าเขาฉาดใหญ่กลางเมืองหลวงเช่นนี้ "รินรดา อย่าคิดนะว่าเธอจะชนะฉันได้ง่ายๆ ขนมปังไร้รสนิยมของเธอ ไม่มีทางเทียบชั้นกับอาณาจักรของฉันได้หรอก!" "งั้นเหรอคะ?" รินรดาหัวנסแผ่วเบาในลำคอ เสียงหัวเราะที่บาดลึกหัวใจคนฟังยิ่งกว่าการกรีดร้อง เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ธันวาต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ "งั้นเรามาคอยดูกันนะคะ ว่าระหว่าง 'สูตรลับขนมปังขม' ของฉัน... กับความหย่อหยิ่งใกล้ตายของคุณ... อันไหนมันจะพังก่อนกัน" ธันวายืนแข็งทื่อ ขยับปากจะพูดโต้เถียงแต่กลับจุกจนพูดไม่ออก สายตาของเขาจับจ้องใบหน้าอันงดงามที่เต็มไปด้วยความแข็งกร้าวและไร้เยื่อใยของอดีตภรรยา ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงฝีปากเล็กๆ พร้อมกับเสียงใสแจ๋วก็ดังแทรกขึ้นจากด้านหลังของรินรดา "หม่าม้าฮะ... คุณลุงคนนี้หน้าตาบูดบึ้งจังเลย เหมือนขนมปังไหม้ที่อยู่ในถังขยะเมื่อกี้เลยฮะ!" รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย สีหน้าเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง ขณะที่ธันวาชะงักงอน หันขวับไปมองตามเสียงนั้นทันที หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อสายตาคมปะทะเข้ากับร่างป้อมๆ ของเด็กชายวัยสี่ขวบคนหนึ่ง... เด็กชายที่มีดวงตากลมโตและเค้าโครงใบหน้าถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับส่องกระจกเงา! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมเดินทางสายดราม่าและแก้แค้นไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับขนมปังขมกับคนเคยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%