"ได้ข่าวว่าบ้านรองซุกซ่อนของผิดกฎหมายเอาไว้... คงต้องขอตรวจค้นกันหน่อยแล้วล่ะสหาย!"
น้ำเสียงแหบพร่าแต้มรอยยิ้มหยันของสหายเกาเจี้ยนกั๋ودังแทรกเข้ามาในลานบ้านตระกูลเฉิน ราวกับมีดสั้นขึ้นสนิมที่พยายามจะกรีดแทงบรรยากาศตึงเครียดให้ขาดวิ่น รอบกายเขามียุวชนทหารแดงอีกสามคนยืนล้อมกรอบด้วยแววตากร่างระคนหวาดระแวง สายตาทุกคู่พุ่งตรงไปยังประตูไม้เก่าๆ ของบ้านหลังรองที่ปิดสนิท ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประตูไม้ผุกร่อนก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงผลักเพียงครั้งเดียว
แอ๊ด...
ไม่มีเสียงสะอื้นไห้คร่ำครวญ ไม่มีเงาร่างสะใภ้รองผู้หวาดกลัวจนตัวสั่นเทาอย่างที่แม่เฒ่าเฉินวาดฝันเอาไว้ สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาฝูงชนคือสตรีร่างระหงในชุดผ้าฝ้ายเก่าซีด แต่กลับยืนหลังตรงสง่างามราวกับสนกลางเหมันต์ ดวงตาดอกท้อคู่นั้นกวาดมองผู้มาเยือนด้วยประกายความเยือกเย็น ดุจดั่งแม่ทัพผู้ตรวจพลสนามรบก่อนเปิดฉากประหารชีวิต
หลี่ชิงหลันก้าวเท้าออกมายืนที่ชานบ้าน ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา นางปัดเศษขี้เลื่อยบนแขนเสื้อช้าๆ อย่างไม่รีบร้อน ราวกับพวกเขากำลังเล่นละครปาินิหาริย์ที่น่าขันสิ้นดี
"ของผิดกฎหมายอย่างนั้นหรือ?" เสียงหวานใสกังวานก้องกังวานไปทั่วลานบ้าน ทรงพลังพอจะสะกดฝีปากของทุกคนให้เงียบลงได้ในพริบตา "ปากของสหายเกาช่างคมคียิ่งนัก น่าเสียดายที่สมองกลับสวนทางกับคำพูด... ยุคสมัยนี้แล้ว ยังกล้าใช้ข้อหาลอยๆ มาพังบ้านราษฎรผู้บริสุทธิ์ ช่างกล้าหาญเสียจริง หรือว่าช่วงนี้แต้มความดีความชอบในสมุดบันทึกของหน่วยคอมมูนมันว่างเปล่า จนต้องวิ่งหาผลงานด้วยการรังแกผู้หญิงกับคนหาเช้ากินค่ำกันแน่?"
คำพูดที่พ่นออกมาทีละคำ ชัดถ้อยชัดคำ และเฉียบคมราวกับใบมีดกิโยตินที่แขวนอยู่เหนือศีรษะ ทำให้รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของเกาเจี้ยนกั๋วแข็งค้างทันที ดวงตาเรียวเล็กฉายแววตื่นตระหนกวูบหนึ่งก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด
"สามีภรรยาบ้านรอง! อย่ามาปากกล้าหาญแถวนี้!" แม่เฒ่าเฉินกรีดร้องแหลมสูงพลาญถกแขนเสื้อวิ่งเข้ามาหมายจะตบสั่งสอนลูกสะใภ้ผู้ไม่รักดี "พวกแกแอบซ่อนข้าวสารสำรองและแป้งสาลีขาวไว้ในห้องใช่ไหมล่ะ! ถึงได้กล้ากินดีอยู่ดีจนหน้าตาเปล่งปลั่ง ขณะที่แม่แก่คนนี้ต้องอดมื้อกินมื้อ! สหายเกา พวกเขาต่อต้านนโยบายส่วนรวม ขโมยเสบียงรัฐมาซ่อนไว้ รีบพังเข้าไปค้นให้หมด!"
หลี่ชิงหลันไม่แม้แต่จะขยับถอยหลัง นางเพียงแค่ปรายตาคมกริบมองแม่สามีผู้เห็นแก่ตัวจนเนื้อเต้น ตัวตนของเจ้าของร่างเดิมอาจจะเคยถูกโขกสับจนจมดิน แต่วินาทีนี้... วิญญาณของอดีตแม่ทัพผู้ผ่านศึกสงครามมานับไม่ถ้วนไม่มีวันก้มหัวให้ใครหน้าไหนทั้งสิ้น
"แม่พูดจาให้เกียรติปากตัวเองเสียบ้างนะคะ" ชิงหลันก้าวเข้าไปหาแม่เฒ่าเฉินหนึ่งก้าว แรงกดดันไร้รูปที่แผ่ออกมาจากตัวนางทำเอาหญิงแก่ชะงักฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว "ข้าวสารหรือแป้งสาลีขาวอะไรกัน? บ้านเราแยกบ้านออกมาตัวเปล่า ข้าวสักเมล็ด น้ำมันสักหยดจากตระกูลเฉินพวกท่านเคยแบ่งให้เราไหม? ถ้าตระกูลเฉินใจกว้างจริง ป่านนี้พวกเราคงไม่ผอมโซจนต้องแทะเปลือกมันเทศประทังชีวิตหรอกค่ะ หรือถ้าท่านยืนยันว่าเราซ่อนของผิดกฎหมายจริง... เชิญค้นได้ตามสบายเลยค่ะ!"
นางผายมือเชื้อเชิญอย่างสง่างาม ทว่าแววตากลับเยียบเย็นจนเกาเจี้ยนกั๋วรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างประหลาด
"ถ้าพวกท่านค้นไม่เจอ... สหายเกา ในฐานะหัวหน้ายุวชนที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยอคติและใช้อำนาจเกินขอบเขต ท่านพร้อมจะรับผิดชอบต่อความเสียหายและชื่อเสียงของพวกเราอย่างไรดีล่ะคะ?"
บรรยากาศในลานบ้านเงียบสงัดลงทันที ชาวบ้านที่มายืนมุงดูเหตุการณ์เริ่มส่งเสียงซุบซิบกันเซ็งแซ่ สายตาหลายคู่มองมาที่เกาเจี้ยนกั๋วอย่างเคลือบแคลง สหายเกากัดฟันกรอด ศักดิ์ศรีค้ำคอทำให้เขาถอยหลังไม่ได้เสียแล้ว เขาโบกมือไล่ลูกน้องเสียงกร้าว "ค้น! ค้นให้พลิกแผ่นดิน ฉันไม่เชื่อห้ายัยนี่จะมีปัญญาซ่อนอะไรไว้ไม่ได้!"
ทว่า ในจังหวะที่ยุวชนทหารแดงกำลังจะก้าวเท้าพังประตูเข้าไปนั้นเอง เสียงทุ้มต่ำทรงพลังราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มก็ดังขึ้นจากมุมมืดของลานบ้าน
"ใครกล้าแตะต้องประตูบ้านฉัน ลองก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียวสิ"
ลู่จื้อเฉิงก้าวออกมาจากห้องเก็บเครื่องมือ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมทำงานเปื้อนฝุ่นไม้ดูทรงพลังและน่าเกรงขาม ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาดำสนิทคู่นั้นจ้องมองเกาเจี้ยนกั๋วดุจพญาอินทรีมองเหยื่อ ในมือหนาของเขาถือขวานตัดฟืนเล่มโตที่เพิ่งลับจนคมกริบ แสงสะท้อนจากคมขวานวับวาวบาดตาจนทุกคนต้องหันหนี
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายอันตรายที่ชวนให้หายใจไม่ออก
เกาเจี้ยนกั๋วกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้เขาจะมีพวกพ้องและอำนาจในมือ แต่ยามเผชิญหน้ากับลู่จื้อเฉิง ช่างไม้หนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน เขากลับรู้สึกเหมือนกำลังเอาไข่ไปกระทบหิน
"ลู่... ลู่จื้อเฉิง นายจะขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐหรือไง!" เกาเจี้ยนกั๋วเค้นเสียงขู่ตะคอกเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว
"ปฏิบัติหน้าที่หรือหาเรื่องใส่ตัว?" ลู่จื้อเฉิงสาวเท้าย่างสามขุมเข้ามาขวางหน้าภรรยาเอาไว้ ร่างสูงใหญ่บังร่างของชิงหลันมิดชิดราวกับกำแพงเหล็ก เขากวาดสายตาคมปลาบมองหน้าเกาเจี้ยนกั๋วทีละคน "อยากค้นนักใช่ไหม? เชิญ... แต่ถ้าค้นแล้วไม่เจออะไร นอกจากพวกนายจะต้องกราบขอโทษภรรยาฉันกลางลานบ้านนี้แล้ว ฉันจะไปฟ้องคอมมูนใหญ่ข้อหาบุกรุกและใส่ร้ายป้ายสีด้วยตัวเอง!"
คำประกาศิตที่เด็ดขาดและไร้ซึ่งความเกรงกลัวนั้นทำให้แม่เฒ่าเฉินหน้าซีดเผือด ขณะที่เกาเจี้ยนกั๋วเริ่มมีเหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม
ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับการเผชิญหน้าอันดุเดือดที่หน้าประตูบ้านนั้นเอง เสียงเคาะประตูรั้วด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ พร้อมกับเสียงตะโกนแหบแห้งของคนส่งจดหมายประจำคอมมูนที่ทำให้สีหน้าของทุกคนต้องแปรเปลี่ยนเป็นความตกใจระคนสงสัย
"จดหมายด่วนพิเศษจากกองพลน้อยทหารภาคเหนือ! ส่งถึงบ้านรองตระกูลเฉิน... สหายลู่จื้อเฉิงกับสหายหลี่ชิงหลัน!"
ไป๋เป่าเปาของแม่ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความสะใจและความอบอุ่นในตอนนี้นะคะ
มิติฟาร์มกลิ่นหอมกรุ่นของอดีตท่านแม่ทัพกับสามีช่างไม้สายซัพพอร์ต•ตอนที่ 2
กิโยตินวาจาของอดีตแม่ทัพ
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มิติฟาร์มกลิ่นหอมกรุ่นของอดีตท่านแม่ทัพกับสามีช่างไม้สายซัพพอร์ต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
