“อุ๊ย... ฉันมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่า พอดีเห็นพวกนายหายกันไปนาน ว่าจะมาตามให้กลับเข้าไปข้างใน... แต่ดูท่าทางแล้ว ฉันควรจะปิดประตูกลับออกไปยืนรอข้างนอกสินะ?”
น้ำเสียงหวานหยดย้อยที่จงใจลากเสียงยาวจนน่าหมั่นไส้ดังแทรกขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดแต่กรุ่นกลิ่นความหวานละมุนระหว่างเราสองคน ประโยคเชิงหยิกแกมหยอกนั้นไม่ได้ทำให้รู้สึกขบขันเลยสักนิด กลับสร้างความสะอิดสะเอียนในอกจนพายต้องเบนสายตาจากใบหน้าคมคายของอคิน ไปยังร่างระหงของผู้มาใหม่ที่ยืนพิงกรอบประตูห้องเก็บอุปกรณ์เก่าๆ
มินนี่... ดาวคณะนิเทศศาสตร์ผู้มาพร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจและแววตาที่ซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ภายใต้คราบความใสซื่อ
ชุดเดรสแฟชั่นเข้ารูปที่ขับเน้นสัดส่วนชวนมอง กับผมลอนยาวที่ถูกสะบัดเบาๆ ให้ดูเป็นธรรมชาติ ยิ่งตอกย้ำว่าการปรากฏตัวของเธอนั้นถูกคำนวณมาอย่างดีเพื่อให้กลายเป็นจุดสนใจ และพรากเอาช่วงเวลาที่อคินกำลังโน้มใบหน้าลงมาใกล้ชิดฉันให้พังทลายลงในพริบตา
“ไม่ต้องปิดหรอกค่ะ เพราะพวกเราไม่ได้ทำ ‘อะไรสำคัญ’ อย่างที่เธอจินตนาการไปไกลหรอกนะ” ฉันสวนกลับทันควัน เสียงใสเอ่ยด้วยน้ำพักน้ำแรงที่เปี่ยมไปด้วยความหยิ่งทะนง มือเรียวที่เมื่อครู่เกือบจะคว้าชายเสื้อช็อปของอคินไว้ เปลี่ยนมาเป็นกอดอกเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาอย่างไม่เกรงกลัว “แค่คุยเรื่องงานกันเฉยๆ... หรือว่าที่คณะเธอสอนให้คิดอะไรที่มันเกินเลยจากความเป็นจริงเป็นกิจวัตรอยู่แล้วล่ะคะ ถึงได้ชอบมองโลกในแง่บวกจนล้นเกินแบบนี้”
“แหม... พายก็พูดเกินไป” มินนี่หัวเราะคิกคักในลำคอ ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดตามองสภาพของเราสองคนที่ยืนประชิดกันในพื้นที่แคบๆ ด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ “ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้นแหละค่ะว่าห้องเก็บของนี่มันอับและแคบ แถมหลอดไฟก็กระพริบๆ เหมือนใจจะขาด... คนปกติเขาไม่มาสุมหัวคุย ‘เรื่องงาน’ กันในมุมมืดแบบนี้หรอกนะ จริงไหมคะพี่อคิน?”
ประโยคท้ายเธอจงใจหันไปทอดสะพานส่งสายตาหวานเชื่อมให้อคิน พร้อมกับส่งรอยยิ้มออดอ้อนที่มักจะใช้ได้ผลกับผู้ชายส่วนใหญ่ในมหาวิทยาลัยนี้เสมอ แต่สำหรับอคิน... พ่อหนุ่มสายซึนที่ยืนนิ่งสนิทอยู่ข้างกายฉัน กลับไม่มีปฏิกิริยาเคลิบเคลิ้มตามมารยาหญิงเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย
ใบหน้าคมคายบึ้งตึงขึ้นทันตาเห็น สันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่นชัด ดวงตาคมกริบที่เคยทอดมองฉันด้วยความอ่อนแสงเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาไร้กาลเทศะ ทว่าความหงุดหงิดนั้นไม่ได้พุ่งเป้ามาที่ฉัน กลับกลายเป็นการแผ่รังสีความน่ากลัวใส่มินนี่เสียจนผู้หญิงคนนั้นหุบยิ้มแทบไม่ทัน
“รู้มากจังนะ” อคินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงห้วนจัดที่เต็มไปด้วยความรำคาญใจอย่างไม่คิดจะรักษาเกียรติ “ถ้าว่างมากจนไม่มีอะไรทำนัก ทำไมไม่เดินกลับเข้าไปช่วยงานข้างใน หรือไม่ก็เดินกลับหอไปซะ จะได้ไม่ต้องมาเดินวุ่นวายตามหาชาวบ้านเขาให้เป็นภาระคนอื่น”
โอโห... คำพูดเชือดเฉือนแบบไม่ไว้หน้าใครสมเป็นพ่อหนุ่มวิศวะสายดาร์กตัวจริง เสียงทุ้มๆ ที่เอ่ยออกมานั้นทำเอามินนี่หน้าเสีย สีหน้าที่เคยยิ้มแย้มแจ่มใสแปรเปลี่ยนเป็นความตกใจและอับอายชั่วขณะ ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีพีชเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะปรับเปลี่ยนสีหน้ากลับมาตีหน้าเศร้าสร้อยได้อย่างรวดเร็วราวกับเล่นละครเวที
“มินนี่ก็แค่ออกมาตามเพราะพี่วินบอกว่าพี่อคินหายตัวไปนาน... ทุกคนเขาเป็นห่วงนะคะ กลัวว่าพี่อคินจะมีเรื่องอะไรกับใครอีก” มินนี่แกล้งทำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ช้อนตาขึ้นมองเขาอย่างน่าสงสาร “อีกอย่าง... งานเลี้ยงฉลองโปรเจกต์วันนี้ ทุกคนเขาก็รอให้พี่อคินซึ่งเป็นหัวหน้าทีมเข้าไปเปิดงานอยู่คนเดียวนะคะ”
ฉันแค่นเสียง ‘หึ’ ออกมาเบาๆ ในลำคอ จนคนข้างๆ เหล่หางตามามอง ใบหน้าของมินนี่ฉายแววไม่พอใจแวบหนึ่งเมื่อเห็นปฏิกิริยาของฉัน แต่เธอก็ยังคงรักษาฟอร์มสาวเรียบร้อยเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ช่างเป็นนักแสดงรางวัลออสการ์สาขาตีหน้าซื่อที่น่าเอาโล่ไปประดับไว้หน้าคณะจริงๆ
“เป็นห่วงเหรอคะ? หรือว่ากลัวคนอื่นเขาจะไม่รู้ว่าตัวเองเกาะติดพี่อคินแจจนน่ารำคาญกันแน่” ฉันยิ้มมุมปาก เดินเข้าไปใกล้กรอบประตูมากขึ้นเพื่อเผชิญหน้ากับเธอแบบจะๆ “อีกอย่างนะมินนี่ ถ้าเธอหูไม่หนวกหรือสมองไม่ได้มีปัญหาเรื่องการประมวลผล เธอก็ควรจะจำใส่กะโหลกไว้บ้างนะคะว่าอคินเขามีปาก มีตีน มีสมองคิดเองได้ ไม่จำเป็นต้องมี ‘เลขาจำเป็น’ คอยวิ่งวุ่นตามติดแจเหมือนเงาตามตัวแบบนี้หรอก มันน่ารำคาญ... รู้ตัวบ้างหรือเปล่า?”
“พาย!” มินนี่อุทานเสียงหลง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธจัดที่ถูกฉันตอกหน้าหงายกลางวง “นี่เธอกล้าพูดจาแบบนี้กับฉันเหรอ? ฉันแค่หวังดี...”
“ความหวังดีประประเภתוแส่เรื่องชาวบ้านเนี่ย เก็บเอาไว้ใช้ตอนสอบวิชาจริยธรรมเถอะค่ะ น่าจะได้ประโยชน์มากกว่าเอามาใช้ก้าวก่ายชีวิตคนอื่นนะ” ฉันสวนกลับทันควันโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้กระกระสนหาข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น ความอดทนของฉันกับผู้หญิงคนนี้มันหมดลงตั้งแต่ตอนที่เธอเดินเข้ามาทำลายบรรยากาศดีๆ ระหว่างฉันกับอคินแล้ว
บรรยากาศในห้องเก็บของเริ่มอึดอัดขึ้นอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ใช่ความอึดอัดแบบชวนใจเต้นรำเหมือนเมื่อครู่ แต่มันคือสงครามประสาทขนาดย่อมที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ มินนี่กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ สีหน้าที่พยายามปั้นแต่งว่าน่าสงสารเริ่มหลุดลอก เผยให้เห็นความริษยาที่ฉายชัดออกมาจากแววตาคู่นั้นอย่างไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป
ทว่าก่อนที่มินนี่จะทันได้สวนคำพูดจาจิกกัดอะไรกลับมา มือหนาของคนที่ยืนเงียบมานานก็เอื้อมมาคว้าข้อมือฉันไว้เสียก่อน แรงบีบกระชับที่ส่งผ่านความอุ่นร้อนทำให้ฉันต้องชะงักและเงยหน้าขึ้นมองเขา
อคินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลายังคงบึ้งตึง เขากวาดสายตามองมินนี่ด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเย็นชาจนน่ากลัว ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาคู่กรณีถึงกับหน้าซีดเผือด
“กลับไปบอกไอ้วินด้วยว่ากูจะตามไปทีหลัง” อคินเอ่ยเสียงเรียบ ตวัดสายตากลับมามองมินนี่ด้วยความรำคาญขั้นสุด “แล้วก็... เลิกทำตัวน่ารำคาญแบบนี้ใส่กูสักที มินนี่ มันน่าสมเพชมากกว่าน่ารัก... ไปให้พ้นหน้ากูได้แล้ว”
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและไร้เยื่อใยสิ้นดี ทำเอามินนี่สะอึกจนพูดไม่ออก เธอกัดริมฝีปากล่างจนห่อเลือดด้วยความเจ็บใจและอับอาย ก่อนจะหันมาส่งสายตาอาฆาตแค้นใส่ฉันแวบหนึ่ง แล้วสะบัดหน้าหนีเดินกระแทកเท้าจากไปอย่างรวดเร็ว เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังถอยห่างออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องเก็บของอีกครั้ง
ฉันถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ รู้สึกโล่งอกที่มารหัวใจเดินจากไปเสียที แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจเจ้ากรรมก็กลับเต้นรำถี่รัวขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อตระหนักได้ว่าตอนนี้... มือหนาของอยังคงกุมข้อมือฉันเอาไว้แน่น และระยะห่างระหว่างเราสองคนในห้องแคบๆ นี้ ก็แทบจะไม่มีช่องว่างให้อากาศไหลผ่านเลยด้วยซ้ำ
“ปล่อยได้แล้วมั้งคะ” ฉันกระซิบเสียงเบา หลบสายตาคมกริบที่ก้มลงมองมา “หรือว่าติดใจอะไรตรงข้อมือฉันหรือไง ถึงได้จับไว้ไม่ยอมปล่อยสักที”
อคินไม่ตอบ เขายังคงยืนนิ่ง ค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาประชิดตัวฉันมากขึ้นทีละนิด จนแผ่นหลังของฉันชนเข้ากับชั้นวางของด้านหลังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดวงตาคมคายคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้าฉันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักอะไรบางอย่างในหัว
“ปากเก่งจังนะเมื่อกี้” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมหู ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดรดแก้วทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว “แต่เมื่อกี้... เกือบจะได้จูบอยู่แล้วเชียว ถ้าัยมินนี่มันไม่เข้ามาขัดจังหวะซะก่อน...”
ฉันหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ยิ่งคำพูดหน้าไม่อายของเขาถูกพ่นออกมาด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ราบเรียบแต่จริงจัง ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยแทบจะกระโดดทะลุออกมานอกอก มือเรียวพยายามจะดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง แต่มีหรือที่แรงผู้หญิงอย่างฉันจะสู้แรงของวิศวกรหนุ่มร่างหนาคนนี้ได้
“ใครจะไปยอมให้นายจูบกันล่ะคะ ฝันไปเถอะ!” ฉันเชิดหน้าเถียงกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังพุ่งปรี๊ด
“งั้นเหรอ...” อคินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มร้ายกาจที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น เขาก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน สัมผัสอุ่นร้อนใกล้เข้ามาทุกทีจนแทบไม่กล้าหายใจ “งั้นเรามาพิสูจน์กันดูไหมล่ะ... ว่าเธอจะใจแข็งได้อีกสักกี่น้ำ”
ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากของเรากำลังจะขยับเข้าใกล้กันจนแทบจะแนบชิด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อช็อปของอคินก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา
*ครืด... ครืด...*
อคินจิ๊ปากอย่างขัดใจ ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดขั้นสุด เขาผละตัวออกห่างจากฉันเล็กน้อยด้วยความจำยอม ก่อนจะล้วงมือหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อดูว่าใครคือคนที่บังجังหวะสำคัญนี้เป็นรอบที่สองของวัน
ทว่าเพียงแค่กวาดสายตาไปยังหน้าจอโทรศัพท์ นิ้วมือหนาที่ถือเครื่องอยู่ก็ชะงักค้าง สีหน้าที่เคยหงุดหงิดแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดและแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบตวัดกลับมามองฉันด้วยแววตาที่ทำให้ความรู้สึกหวามไหวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา
“มีอะไรเหรอคะ ใครโทรมาทำหน้าเครียดเป็นตูดแบบนั้น” ฉันถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นประกายความผิดปกติในแววตาของเขา
อคินเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะกดรับสายแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู น้ำเสียงทุ้มเอ่ยทักปลายสายด้วยความเรียบเฉย
“ว่าไงวิน... มีอะไรวะ?”
ผ่านไปเพียงสามวินาที เสียงจากปลายสายที่แม้จะไม่ได้เปิดสปーカーโฟน แต่ความเงียบในห้องแคบๆ ก็ทำให้ฉันได้ยินเสียงหอบหายใจและน้ำเสียงตื่นตระหนกของวินเพื่อนสนิทของเขาดังลอดออกมาอย่างชัดเจน
*(อคิน! มึงรีบวิ่งมาที่ลานจอดรถตึกคณะวิศวะด่วนเลยเว้ย! พี่ธาม... พี่ชายแท้ๆ ของมินนี่เขาพาคนมาดักรอมึงอยู่ที่นี่ แล้วตอนนี้... เขากำลังกระทืบไอ้ป้องจนเลือดอาบหน้าแล้วเพราะเข้าใจผิดคิดว่ามันคือมึง!)***
ร่างทั้งร่างของฉันชาวาบไปถึงไขสันหลัง เมื่อได้ยินชื่อของ ‘พี่ธาม’ และสถานการณ์อันตึงเครียดที่กำลังปะทุขึ้นที่ลานจอดรถ!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความซึนของพี่อคินนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
วิศวะสายดาร์กกับยัยปากร้ายตัวแสบประจำคณะ•ตอนที่ 11
มินนี่ปรากฏตัว
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดาร์กกับยัยปากร้ายตัวแสบประจำคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!