สายตาคู่คมของมินนี่ไม่ได้กวาดมองแค่ใบหน้าของฉัน แต่มันจดจ้องลงมายังเรียวแขนและฝ่ามืออุ่นจัดของอคินที่ยังคงวางนิ่งอยู่บนเอวคอด รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่เธอปั้นแต่งขึ้นมานั้นช่างดูขัดตาเสียจนฉันนึกอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ ให้สมกับความพยายามในการตีเนียนของแม่คุณ
"อ้าว พี่อคิน อยู่ตรงนี้นี่เองค่ะ มินนี่ตามหาซะทั่วเลย พอดีอาจารย์ฝากเอกสารชุดนี้มาให้ช่วยเคลียร์ด่วนหน่อยน่ะค่ะ" น้ำเสียงหวานเลี่ยนถูกงัดขึ้นมาใช้ พร้อมกับร่างระหงที่ขยับเข้ามาประชิดเบียดเสียดจนแทบจะสิงร่างคนตัวสูงอยู่รำคาญตา
ฉันแค่นยิ้มมุมปาก ขยับตัวถอยหลังแค่ก้าวเดียวเพื่อหลุดพ้นจากการโอบกอดของพ่อหนุ่มวิศวะสายซึน ถึงแม้ว่าสัมผัสจากฝ่ามือของเขาเมื่อครู่จะยังทิ้งไออุ่นร้อนผ่าวไว้บนเนื้อผ้าก็ตามทีเถอะ
"ถ้างานด่วนนัก ทำไมไม่เอาไปให้ถึงโต๊ะทำงานล่ะคะ มาเดินหาตามมุมอับแสงแบบนี้ กลัวคนอื่นเขาไม่เห็นหรือไงว่าพยายามอยู่" ฉันสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องรอให้อคินได้อ้าปากแก้ตัว เสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ของฉันทำเอารอยยิ้มบนใบหน้าสวยเฉี่ยวของมินนี่ชะงักกึกไปชั่วขณะ
"มินนี่แค่วิ่งตามหาพี่อคินเพราะเอกสารนี่มันรีบจริงๆ นะคะ พายอย่าเพิ่งเข้าใจมินนี่ผิดสิคะ" เธอตีหน้าเศร้าเลียนแบบนางเอกซีรีส์เกาหลีที่ถูกรังแกได้อย่างน่าหมั่นไส้ จนฉันเกือบจะเผลอปรบมือให้ในความสตรอว์เบอร์รีระดับสิบเต็มสิบ
อคินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นถนัดตา ดวงตาสีนิลคู่คมตวัดมองมินนี่ด้วยแววตาเรียบนิ่งไร้เยื่อใยแบบที่ชอบทำเวลาหงุดหรูด "วางไว้ตรงนั้น แล้วก็กลับไปซะ ฉันจะเคลียร์ต่อเอง"
"แต่ว่า... เอกสารนี้มันต้องเซ็นกำกับทุกหน้านะคะพี่อคิน มินนี่กลัวว่าถ้าทิ้งไว้เดี๋ยวจะพลาดรายละเอียดสำคัญ" มินนี่ทำท่าจะยื่นมือเข้ามาแตะแขนแกร่งของเขา แต่มีหรือที่คนอย่างอคินจะยอมให้ใครแตะเนื้อต้องตัวง่ายๆ นอกเสียจาก... ช่างเถอะ ฉันไม่ได้หมายถึงตัวเองสักหน่อย!
"บอกให้วางไว้ก็วางสิ หูหนวกหรือไง" อคินสวนกลับเสียงเข้ม นัยน์ตาดุจนน่ากลัวทำให้มินนี่หน้าเสียไปในทันที เธอกัดริมฝีปากล่างอย่างขัดใจก่อนจะจำยอมวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะข้างๆ ด้วยความจำยอม
จังหวะนั้นเอง เสียงเพลงจังหวะวอลทซ์นุ่มนวลจากฟลอร์เต้นรำด้านนอกก็ลอยแว่วเข้ามาอีกครั้ง พร้อมกับแสงไฟนีออนสลัวๆ ที่สาดส่องเข้ามาผ่านกระจกใสสะท้อนเงาของเราสามคนในบรรยากาศที่ชวนอึดอัดเสียจนหายใจไม่ทั่วท้อง
"งั้นมินนี่ขอตัวก่อนนะคะ..." เธอยิ้มเจื่อน ส่งสายตาออดอ้อยให้อคินเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากมุมอับนั้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อความเงียบสงบกลับมาอีกครั้ง ฉันก็เตรียมจะหมุนตัวเดินหนีบ้างเหมือนกัน ไม่อยากจะอยู่ใกล้คนปากร้ายใจซึนอย่างอคินนานเกินไป เดี๋ยวหัวใจเจ้ากรรมมันจะเต้นผิดจังหวะตามบรรยากาศรอบตัวไปเสียก่อน แต่ทว่า...
พรึบ!
ข้อมือเรียวของฉันถูกคว้าเอาไว้ด้วยแรงดึงที่พอเหมาะ ไม่แน่นจนเจ็บแต่ก็มากพอที่จะทำให้ฝ่าเท้าของฉันหยุดชะงักกึก ฉันหันขวับกลับไปถลึงตาใส่เจ้าของมือใหญ่ทันที "ปล่อยนะ! จะมาดึงฉันไว้ทำไมอีกยะ อยากอยู่คนเดียวไม่ใช่หรือไง"
"ใครบอกว่าฉันอยากอยู่คนเดียว" อคินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองลงมาที่ฉันด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันวาววับและร้อนรุ่มเสียจนฉันต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตา
"ก็เห็นยืนเงียบๆ ทำหน้ายักษ์ใส่อยู่ได้ นึกว่ารำคาญฉันเต็มทน" ฉันเชิดหน้าขึ้นเถียงกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาในอก ยิ่งปลายนิ้วอุ่นของเขาไล้สัมผัสวนอยู่ตรงข้อมือเบาๆ ด้วยแล้ว ลมหายใจของฉันก็ยิ่งติดขัดชอบกล
"รำคาญน่ะใช่..." เสียงทุ้มขาดหายไปช่วงขณะหนึ่ง ก่อนที่เขาจะสาวเท้าขยับเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเราแทบจะกลายเป็นศูนย์ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาต้อนจนแผ่นหลังของฉันชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ "แต่รำคาญยายปากเก่งอย่างเธอ... กับรำคาญยัยนั่น มันคนละเรื่องกัน"
"นี่นาย!" ฉันเงยหน้าขึ้นหวังจะต่อปากต่อคำให้สมกับความหมั่นไส้ แต่ทว่าคำพูดทั้งหมดกลับกลืนหายลงไปในลำคอทันที เมื่อจังหวะที่ขยับตัวทำให้ใบหน้าของเราอยู่ใกล้กันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นมินต์จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มของฉันอย่างจัง
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายอะไรอันตรายเป็นบ้า!
อคินไม่ได้พูดอะไรต่อ เขานิ่งงงงวยไปชั่วขณะราวกับกำลังสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่าง ดวงตาคู่คมกวาดมองสำรวจริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความประหม่าของฉัน ก่อนที่ท่อนแขนแกร่งจะยกขึ้นกั้นขนาบข้างลำตัวฉันไว้กับผนัง ราวกับต้องการกักขังฉันไว้ในพื้นที่ของเขาแต่เพียงผู้เดียว
เสียงหัวใจของฉันดังตุบตับแข่งกับเสียงดนตรีด้านนอก มันเต้นรัวเร็วและรุนแรงเสียจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินมันชัดเจนเกินไป
"มองอะไรเล่า หน้าฉันมีกาวตราช้างติดอยู่หรือไง ถึงได้จ้องนัก" ฉันพยายามเค้นเสียงให้ดูแข็งกร้าวและมั่นใจที่สุด เพื่อปกปิดอาการสั่นไหวในน้ำเสียงของตัวเอง
"เปล่า..." อคินตอบสั้นๆ นัยน์ตาสีนิลลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน "แค่กำลังคิดว่า..."
"คิดอะไรของนาย..."
"คิดว่า... ถ้าฉันจะจูบคนปากเก่งแถวนี้สักที จะโดนข่วนหน้าเข้าให้ไหมนะ"
คำพูดหน้าตายแต่สายตาคลั่งรักแบบไม่ปิดบังนั่นทำเอาสติของฉันกระเจิงไปไกลลิบ สมองขาวโพลนจนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องรีบเบือนหน้าหนีซ่อนความเขินอาย
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ที่แสงไฟจากภายนอกสาดส่องกระทบเข้ากับร่างของใครบางคนที่กำลังก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูกระจกบานเลื่อน...
เงาร่างระหงของบุคคลที่ไม่คาดฝัน พร้อมกับเสียงเคาะกระจกเบาๆ ดังขึ้น *ก๊อก ก๊อก* ทำให้อคินชะงักและผละถอยห่างออกไปเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิด
ฉันหันไปมองผ่านไหล่กว้างของอคิน และพบกับรอยยิ้มเย็นเยียบของ 'วิน' ที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตู พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำเอาเลือดในกายของฉันเย็นเฉียบลงในพริบตา
"อุ๊ย... ฉันมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าพอดีเห็นพวกนายหายกันไปนาน ว่าจะมาตามให้กลับเข้าไปข้างใน... แต่ดูท่าทางแล้ว ฉันควรจะปิดประตูกลับออกไปยืนรอข้างนอกสินะ?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
วิศวะสายดาร์กกับยัยปากร้ายตัวแสบประจำคณะ•ตอนที่ 10
จังหวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดาร์กกับยัยปากร้ายตัวแสบประจำคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!