วิศวะสายดาร์กกับยัยปากร้ายตัวแสบประจำคณะ•ตอนที่ 9

งานเต้นรำมหาลัย

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
"บอกแล้วไงคะว่าฉันเดินเองได้ ไม่ต้องมาแบกเหมือนกระสอบทรายแบบนี้!" ฉันแหวใส่ร่างสูงที่เพิ่งโยนฉันลงบนเก้าอี้พักหลังเวทีหอประชุมใหญ่ด้วยความหมั่นไส้ อคินไหวลาดไหล่กว้างอย่างไม่ยี่ห-ระ เขายังคงอยู่ในชุดช็อปสีเลือดหมูที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ดเผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนและลำคอแกร่งที่ตอนนี้มีเหงื่อซึมบางเบาจากความชุลมุนวุ่นวายด้านนอก งานเต้นรำกระชับมิตรระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์และนิเทศศาสตร์กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่ถึงสิบนาที และไอ้บ้าตัวดีนี่ก็ลากฉันหนีความวุ่นวายจากห้องแต่งตัวมาไว้ที่นี่ ด้วยเหตุผลป่าเถื่อนที่ว่า... *‘ไม่อยากให้ไอ้พวกเด็กนิเทศหน้าไหนมันมองขาอ่อนของเธอ’* ให้ตายเถอะ! นี่มันกระโปรงพลีทยาวคลุมเข่าต่างหากเล่า หมอนี่ตาถั่วหรือแค่มโนเก่งเป็นนิสัยกันแน่คะ! "ถ้าไม่แบกมา เธอคงยืนเถียงกับไอ้เดือนนิเทศเรื่องมุมกล้องอะไรนั่นจนถึงเที่ยงคืนมากกว่าจะได้เริ่มเต้น" อคินตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองสำรวจชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ฉันเลือกใส่มางานนี้อย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนที่คิ้วหนาจะขมวดมุ่นเข้าหากันจนแทบผูกโบว์ "แล้วนี่... ชุดอะไร ทำไมมันผ่าข้างสูงขนาดนี้ อยากให้ไอ้พวกวิศวะฝั่งโน้นตาถลอกปอกเปิกหรือไง" "นี่! ปากเสียอีกแล้วนะอคิน!" ฉันลุกพรวดขึ้นยืนเผชิญหน้า เชิดปลายคางใส่คนตัวสูงกว่าอย่างไม่เกรงกลัว "นี่มันคอลเลกชันใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ดัง ยัยมินนี่ดาวคณะเธอยังใส่สั้นกว่าฉันตั้งเยอะ ทำไมไม่ไปบ่นยัยนั่นบ้างล่ะคะ หรือว่าหึง... อุ๊บ!" ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ ประโยคยียวนก็ถูกกลืนหายไปเมื่อฝ่ามืออุ่นจัดของคนตรงหน้าเอื้อมมาบีบปลายคางฉันเบาๆ ไม่ให้พูดต่อ ดวงตาคมกริบคู่นั้นวาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่งจนฉันเผลอกลั้นหายใจ ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้มันใกล้เสียจนฉันได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นเหงื่อจางๆ และที่ร้ายกาจที่สุดคือ... กลิ่นความคลั่งรักที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้แต่มันดันทะลุออกมาทางสายตา "ใครบอกว่าฉันหึงมินนี่" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันดังขึ้นชิดริมฝีปาก จนฉันรู้สึกได้ถึงไออุ่นที่เป่ารด "แต่ถ้าเป็นเรื่องของเธอก็ไม่แน่... พาย" ตู้ม! เหมือนมีพลุแฟลาร์จุดระเบิดกลางอกฉันซะอย่างงั้น รอยยิ้มมุมปากร้ายๆ แบบนั้นมันคืออะไรกันคะ! ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงขยันทำให้ใจฉันสั่นเล่นอยู่เรื่อยเลย ร้ายกาจที่สุด! เสียงประกาศจากพิธีกรด้านนอกดังแทรกบรรยากาศสีชมพูชวนละลายในห้องพักนักแสดง เพลงบรรเลงจังหวะวอลทซ์หวานละมุนลอยลอดเข้ามาเป็นสัญญาณเตือนว่าเวลาแห่งความทรมาน (หรือฟินจิกหมอน) กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว อคินถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะลดมือลงแล้วยื่นแขนแกร่งออกมาตรงหน้า นัยน์ตาคมมองฉันนิ่งด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "ไปค่ะ คุณคู่เดိတ်จำเป็น ถึงเวลาขึ้นไปประกาศศักดาให้พวกมันรู้แล้วว่ายัยปากร้ายคนนี้เป็นของใคร" "ใครเป็นของนายยะ! ฝันไปเถอะ!" ฉันค้อนขวับวงใหญ่ใส่ความเผด็จการนั้น แต่ก็ยอมวางมือลงบนท่อนแขนแข็งแรงของเขาแต่โดยดีอย่างเสียไม่ได้ แสงไฟสوتสว่างวับวาบจากฟลอร์เต้นรำกลางหอประชุมใหญ่สาดส่องลงมาเมื่อพวกเราก้าวเท้าออกไป ทันทีที่ร่างสูงพาฉันหมุนตัวเข้าสู่จังหวะเพลง สายตานับร้อยคู่จากทั้งสองคณะก็พุ่งตรงมาที่เราเป็นตาเดียว เสียงฮือฮาแซวจากกลุ่มเพื่อนสนิทอย่างวินที่ยืนถือป้ายเชียร์อยู่ริมเสาทำเอาฉันอยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทว่า... อ้อมแขนแข็งแกร่งที่โอบประคองเอวฉันไว้อย่างมั่นคงกลับดึงรั้งให้ฉันเข้าไปแนบชิดกับอกแกร่งยิ่งขึ้น "มองหน้าฉันค่ะพาย... อย่าไปสนไอ้พวกนั้น" เสียงกระซิบพร่าเบาริมใบหูท่ามกลางเสียงดนตรี ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ฝ่ามืออุ่นของอคินประคองแผ่นหลังฉันไว้แน่นขณะที่พวกเราเริ่มหมุนตัวไปตามจังหวะวอลทซ์อย่างคล่องแคล่วเกินคาด มืออีกข้างที่กุมมือฉันไว้กระชับแน่นขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่จังหวะเพลงเร่งเร้า สายตาคมคายคู่นั้นมองตรงมาที่ฉันไม่ละไปไหน ความอบอุ่นและไอละมุนจากตัวเขามันชวนให้เคลิบเคลิ้มจนฉันแทบลืมวิธีหายใจ กลิ่นอายความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของที่แผ่ออกมาจากตัวพ่อหนุ่มสายซึนคนนี้ทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ ทำงานหนักจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก "นายเต้นเก่งนี่... ไปแอบซ้อมมาเหรอคะคุณวิศวะ" ฉันพยายามชวนคุยเพื่อกลบเกลื่อนความเขินที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วพวงแก้ม "ซ้อมไว้ใช้กับเธอคนเดียวโดยเฉพาะนั่นแหละ" อคินตอบหน้าตาย แต่รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายขึ้นมาวูบหนึ่งทำเอาฉันหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "แล้วก็เลิกกัดปากตัวเองได้แล้วพาย ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหวแล้วลากเธอลงจากฟลอร์มาจูบโชว์กลางงานจริงๆ" "คนบ้า!" ฉันตีเข้าที่อกเขาเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ แต่เขากลับหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดีเสียอย่างนั้น บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกมนต์สะกดให้เหลือแค่เราสองคน ท่ามกลางแสงไฟนีออนระยิบระยับและเสียงดนตรีคลอเบาๆ ฉันปล่อยให้ตัวเองไหลไปตามอ้อมกอดมั่นคงนั้น รอยยิ้มของเขา แววตาคลั่งรักที่ปิดไม่มิด และสัมผัสอุ่นซ่านที่โอบล้อม... ทุกอย่างกำลังทำให้ฉันพ่ายแพ้ราบคาบ แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่เสียงเพลงกำลังจะทอดจังหวะช้าลงเพื่อเข้าสู่ท่อนฮุกสุดท้าย อคินก็ดึงฉันเข้าไปหมุนตัวใกล้กับประตูทางออกด้านข้างเวทีอย่างกะทันหัน แรงกระชากเบาๆ ทำให้ร่างฉันเซเข้าไปปะทะแผงอกเขาเต็มแรง และก่อนที่ฉันจะได้เอ่ยปากต่อว่า จู่ๆ มือหนาก็หยุดชะงัก พร้อมกับร่างสูงที่แข็งค้างไปชั่วขณะ ดึงสายตาคมกริบให้เบนออกไปมองเงาร่างของใครบางคนที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงข้ามประตูมืดสลัว "อคิน... พาย... เต้นรำกันน่าสนุกจังเลยนะคะ ขอฉันแจมด้วยคนสิคะ" เสียงหวานใสที่เอ่ยทักขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบมุมอับสายตา ทำเอาลมหายใจของฉันสะดุดกึกทันที เมื่อใบหน้าสวยเฉี่ยวของ 'มินนี่' ปรากฏขึ้นพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม และดวงตาที่จ้องมองมือของอคินที่ยังคงโอบเอวฉันอยู่ไม่วางตา! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปกับความซึนของพี่อคินกับน้องพายนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดาร์กกับยัยปากร้ายตัวแสบประจำคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%