วิศวะสายดาร์กกับยัยปากร้ายตัวแสบประจำคณะ•ตอนที่ 8

พายเริ่มสงสัย

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“มินนี่! เคาะประตูเป็นไหมคะ หรือที่บ้านไม่ได้สอนเรื่องมารยาทพื้นฐาน?” เสียงของฉันแหลมคมพุ่งตรงไปที่ร่างโปร่งระหงที่ยืนค้างอยู่ตรงบานประตู ดวงตากลมโตของมินนี่เบิกกว้างสลับไปมาระหว่างฉันกับอคินที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาตัวยาว ความเงียบงันชั่วขณะหนึ่งทำให้อากาศในห้องดูจะหนักอึ้งขึ้นมาทันตาเห็น อคินถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาปัดเศษฝุ่นที่เกาะอยู่ตามเสื้อช็อปสีซีดอย่างใจเย็น ท่าทีนิ่งเฉยของเขาทำเอาฉันหมั่นไส้จนอยากจะหยิกแขนสักที นี่เจ้าตัวนิ่งเกินไปไหม ในเมื่อสถานการณ์ตอนนี้มันควรจะชวนให้หัวใจวายตายกันไปข้างหนึ่ง “มีธุระอะไร” อคินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนเย็นชา มือของเขาล้วงกระเป๋ากางเกงพลางมองมินนี่ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก มินนี่ปรับสีหน้าอย่างรวดเร็ว เธอเปลี่ยนจากความตกใจกลายเป็นรอยยิ้มหวานหยดที่ฉันมองแล้วอยากจะเบะปาก “คือ... มินเห็นพี่อคินหายไปนาน เลยเอาขนมมาให้ค่ะ เห็นว่าช่วงนี้ปั่นโปรเจกต์หนัก ไม่คิดว่าจะ... มีแขก” สายตาของยัยนั่นจิกมองมาที่ฉันอย่างถือดี ฉันกอดอกพิงผนังห้อง สบตากับยัยตัวแสบอย่างไม่มีใครยอมใคร “แขกที่ว่าน่ะ คือแฟนค่ะ ถ้ามินนี่ไม่ได้เรียนวิชาการสื่อสารมาก็น่าจะพอเดาออกนะว่าการบุกรุกห้องคนอื่นแบบนี้ มันเรียกว่าอะไร” ฉันสวนกลับทันควัน พร้อมกับส่งยิ้มหวานย้อนกลับไปให้จนมินนี่หน้าเหวอ อคินเลิกคิ้วมองฉันครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปทางมินนี่ “วางไว้ตรงโต๊ะนั่นแหละ แล้วกลับไปได้แล้ว ผมมีงานต้องเคลียร์ต่อ” เขาพูดจบก็เดินมาหยุดตรงหน้าฉัน ร่างสูงบดบังแสงไฟจากหลอดนีออนจนเงาของเขาคลุมร่างฉันไว้มิด เขาเอื้อมมือมาคว้าข้อมือฉันเบาๆ แล้วดึงให้ถอยห่างจากมินนี่ที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ “ไปรอที่ระเบียงห้องนะพาย ตรงนี้ฝุ่นเยอะ เดี๋ยวจาม” คำพูดที่ฟังดูเหมือนดุ แต่กลับแฝงไปด้วยความห่วงใยเล็กๆ ที่หลุดออกมาจากปากปีศาจซึนเดเระทำเอาฉันชะงักไปสามวิฯ อคินไม่รอคำตอบ เขาเบนสายตาไปทางมินนี่ที่ยืนกำหมัดแน่น “ออกไป มินนี่” เมื่อมินนี่จำใจต้องเดินออกไปพร้อมกับทิ้งสายตาอาฆาตไว้ ประตูก็ถูกปิดลงสนิท ความเงียบกลับคืนมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่กดดันเหมือนก่อนหน้า ฉันเดินตามเขาออกไปที่ระเบียง อากาศข้างนอกเย็นสบายกว่าข้างในมาก อคินเท้าแขนกับราวระเบียงมองลงไปที่สนามหญ้าเบื้องล่าง ฉันยืนกอดอกข้างๆ เขา พลางแอบชำเลืองมองใบหน้าคมเข้มที่ดูเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก “ทำไมต้องใจดีกับยัยนั่นล่ะ” ฉันถามออกไปโดยไม่รู้ตัว “ใจดีตรงไหน?” เขาถามกลับ เสียงทุ้มต่ำลอยมาตามลม “ก็... ไม่ไล่ตะเพิดออกไปตั้งแต่แรก แถมยังให้ขนมวางไว้ด้วย ถ้าเป็นฉันนะ ฉันไล่ตั้งแต่อยู่หน้าประตูแล้ว” ฉันบ่นอุบอิบ รู้สึกหงุดหงิดที่ตัวเองต้องมานั่งจับผิดความใจกว้างของเขาทั้งที่ควรจะโกรธแทน อคินหันมามองฉัน ใบหน้าคมคายนั้นดูซอฟต์ลงกว่าตอนที่คุยกับมินนี่มาก สายตาที่เขามองมามันมีความรู้สึกบางอย่างที่ฉันอธิบายไม่ได้ ความรู้สึกที่พยายามจะซ่อนไว้แต่กลับสื่อออกมาผ่านนัยน์ตาคู่นั้น “คนเราถ้ารู้จักพอ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังในการจัดการเสมอไปหรอก พาย” เขาพูดพลางขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้น “อีกอย่าง... ฉันไม่อยากให้ห้องตัวเองต้องมีเรื่องวุ่นวายมากกว่านี้ แค่เรื่องของเธอกับฉันก็...” เขานิ่งไปจังหวะหนึ่ง เหมือนกำลังชั่งใจว่าจะพูดต่อดีไหม “เรื่องของฉันกับเธอ ทำไมคะ?” ฉันถามพลางเลิกคิ้ว อคินขยับเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มจางๆ บนเสื้อช็อปของเขา มันเป็นกลิ่นเดียวกับที่ฉันคุ้นเคย มือหนาเอื้อมมาจัดปอยผมที่ตกลงมาปิดหน้าฉันทัดไว้ที่หลังหู สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาใจฉันเต้นผิดจังหวะจนควบคุมไม่ได้ “เรื่องของเธอ... มันจัดการยากกว่ามินนี่ร้อยเท่า” เขาพูดแค่นั้นก่อนจะหลุบตาลงมองริมฝีปากฉันครู่หนึ่ง แล้วเลื่อนกลับมาสบตากันด้วยแววตาที่ทำให้หัวใจฉันแทบหลุดออกมานอกอก “พาย... ถ้าวันหนึ่งฉันไม่ได้นิ่งเหมือนที่เธอเห็น เธอจะยังมองว่าฉันเป็นแค่คนใจร้ายอยู่ไหม?” คำถามนั้นทำให้ฉันต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ ฉันมองเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามหาคำตอบที่ซ่อนอยู่ข้างหลังท่าทีเย็นชานั้น และในวินาทีที่ฉันกำลังจะอ้าปากตอบ เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาอย่างแรง อคินคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอโชว์ชื่อของ ‘วิน’ ที่โทรเข้ามารัวๆ เขาทำหน้าเซ็งสุดขีดก่อนจะกดรับสายด้วยความรำคาญ “ว่าไง?” “ไอ้อคิน! พวกกูมาถึงหน้าหอแล้ว มึงลงมาเปิดประตูให้หน่อย มึงคงไม่ได้กำลังทำอะไรที่มัน... ส่วนตัวกันอยู่หรอกนะใช่ไหม?” เสียงวินตะโกนลอดออกมาจากสายดังจนฉันได้ยินชัดเจน อคินหันมามองฉัน แล้วเขาก็เปลี่ยนสีหน้าจากที่กำลังจะสารภาพอะไรบางอย่าง กลับกลายเป็นความหงุดหงิดที่ดูออกว่าเสแสร้ง เขาจ้องหน้าฉันนิ่งก่อนจะขยับเข้าไปกระซิบข้างหู “ดูเหมือนความใจดีของฉันจะสิ้นสุดแค่นี้แล้วล่ะนะ... เพราะตอนนี้พวกเพื่อนตัวดีมันมาขัดจังหวะความอดทนของฉันเข้าให้แล้ว” เขาก้าวถอยหลังออกไปสองก้าว แล้วคว้ากุญแจรถเตรียมจะเดินออกไป แต่ก่อนจะถึงประตู เขาก็หันกลับมามองฉันอีกครั้งด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “คืนนี้ไม่ต้องรีบกลับนะพาย... เพราะสิ่งที่ฉันยังพูดไม่จบ ฉันจะหาโอกาสบอกเธอใหม่ในตอนที่ไม่มีใครมากวนใจเราอีก” เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเปิดประตูเดินออกไป ทิ้งให้ฉันยืนงงอยู่ตรงระเบียงเพียงลำพัง พร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวจนแทบระเบิด และความสงสัยที่ถาโถมเข้ามาในหัวจนแทบนอนไม่หลับ! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ หวังว่าตอนหน้านักอ่านทุกคนจะมาลุ้นไปกับพายพร้อมๆ กันค่ะ! - เกียร์เปื้อนกาวใจ
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดาร์กกับยัยปากร้ายตัวแสบประจำคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%