“มินนี่! เคาะประตูเป็นไหมคะ หรือที่บ้านไม่ได้สอนเรื่องมารยาทพื้นฐาน?”
เสียงของฉันแหลมคมพุ่งตรงไปที่ร่างโปร่งระหงที่ยืนค้างอยู่ตรงบานประตู ดวงตากลมโตของมินนี่เบิกกว้างสลับไปมาระหว่างฉันกับอคินที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาตัวยาว ความเงียบงันชั่วขณะหนึ่งทำให้อากาศในห้องดูจะหนักอึ้งขึ้นมาทันตาเห็น
อคินถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาปัดเศษฝุ่นที่เกาะอยู่ตามเสื้อช็อปสีซีดอย่างใจเย็น ท่าทีนิ่งเฉยของเขาทำเอาฉันหมั่นไส้จนอยากจะหยิกแขนสักที นี่เจ้าตัวนิ่งเกินไปไหม ในเมื่อสถานการณ์ตอนนี้มันควรจะชวนให้หัวใจวายตายกันไปข้างหนึ่ง
“มีธุระอะไร” อคินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนเย็นชา มือของเขาล้วงกระเป๋ากางเกงพลางมองมินนี่ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
มินนี่ปรับสีหน้าอย่างรวดเร็ว เธอเปลี่ยนจากความตกใจกลายเป็นรอยยิ้มหวานหยดที่ฉันมองแล้วอยากจะเบะปาก “คือ... มินเห็นพี่อคินหายไปนาน เลยเอาขนมมาให้ค่ะ เห็นว่าช่วงนี้ปั่นโปรเจกต์หนัก ไม่คิดว่าจะ... มีแขก”
สายตาของยัยนั่นจิกมองมาที่ฉันอย่างถือดี ฉันกอดอกพิงผนังห้อง สบตากับยัยตัวแสบอย่างไม่มีใครยอมใคร
“แขกที่ว่าน่ะ คือแฟนค่ะ ถ้ามินนี่ไม่ได้เรียนวิชาการสื่อสารมาก็น่าจะพอเดาออกนะว่าการบุกรุกห้องคนอื่นแบบนี้ มันเรียกว่าอะไร” ฉันสวนกลับทันควัน พร้อมกับส่งยิ้มหวานย้อนกลับไปให้จนมินนี่หน้าเหวอ
อคินเลิกคิ้วมองฉันครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปทางมินนี่ “วางไว้ตรงโต๊ะนั่นแหละ แล้วกลับไปได้แล้ว ผมมีงานต้องเคลียร์ต่อ”
เขาพูดจบก็เดินมาหยุดตรงหน้าฉัน ร่างสูงบดบังแสงไฟจากหลอดนีออนจนเงาของเขาคลุมร่างฉันไว้มิด เขาเอื้อมมือมาคว้าข้อมือฉันเบาๆ แล้วดึงให้ถอยห่างจากมินนี่ที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ
“ไปรอที่ระเบียงห้องนะพาย ตรงนี้ฝุ่นเยอะ เดี๋ยวจาม”
คำพูดที่ฟังดูเหมือนดุ แต่กลับแฝงไปด้วยความห่วงใยเล็กๆ ที่หลุดออกมาจากปากปีศาจซึนเดเระทำเอาฉันชะงักไปสามวิฯ อคินไม่รอคำตอบ เขาเบนสายตาไปทางมินนี่ที่ยืนกำหมัดแน่น “ออกไป มินนี่”
เมื่อมินนี่จำใจต้องเดินออกไปพร้อมกับทิ้งสายตาอาฆาตไว้ ประตูก็ถูกปิดลงสนิท ความเงียบกลับคืนมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่กดดันเหมือนก่อนหน้า
ฉันเดินตามเขาออกไปที่ระเบียง อากาศข้างนอกเย็นสบายกว่าข้างในมาก อคินเท้าแขนกับราวระเบียงมองลงไปที่สนามหญ้าเบื้องล่าง ฉันยืนกอดอกข้างๆ เขา พลางแอบชำเลืองมองใบหน้าคมเข้มที่ดูเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก
“ทำไมต้องใจดีกับยัยนั่นล่ะ” ฉันถามออกไปโดยไม่รู้ตัว
“ใจดีตรงไหน?” เขาถามกลับ เสียงทุ้มต่ำลอยมาตามลม
“ก็... ไม่ไล่ตะเพิดออกไปตั้งแต่แรก แถมยังให้ขนมวางไว้ด้วย ถ้าเป็นฉันนะ ฉันไล่ตั้งแต่อยู่หน้าประตูแล้ว” ฉันบ่นอุบอิบ รู้สึกหงุดหงิดที่ตัวเองต้องมานั่งจับผิดความใจกว้างของเขาทั้งที่ควรจะโกรธแทน
อคินหันมามองฉัน ใบหน้าคมคายนั้นดูซอฟต์ลงกว่าตอนที่คุยกับมินนี่มาก สายตาที่เขามองมามันมีความรู้สึกบางอย่างที่ฉันอธิบายไม่ได้ ความรู้สึกที่พยายามจะซ่อนไว้แต่กลับสื่อออกมาผ่านนัยน์ตาคู่นั้น
“คนเราถ้ารู้จักพอ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังในการจัดการเสมอไปหรอก พาย” เขาพูดพลางขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้น “อีกอย่าง... ฉันไม่อยากให้ห้องตัวเองต้องมีเรื่องวุ่นวายมากกว่านี้ แค่เรื่องของเธอกับฉันก็...”
เขานิ่งไปจังหวะหนึ่ง เหมือนกำลังชั่งใจว่าจะพูดต่อดีไหม
“เรื่องของฉันกับเธอ ทำไมคะ?” ฉันถามพลางเลิกคิ้ว
อคินขยับเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มจางๆ บนเสื้อช็อปของเขา มันเป็นกลิ่นเดียวกับที่ฉันคุ้นเคย มือหนาเอื้อมมาจัดปอยผมที่ตกลงมาปิดหน้าฉันทัดไว้ที่หลังหู สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาใจฉันเต้นผิดจังหวะจนควบคุมไม่ได้
“เรื่องของเธอ... มันจัดการยากกว่ามินนี่ร้อยเท่า”
เขาพูดแค่นั้นก่อนจะหลุบตาลงมองริมฝีปากฉันครู่หนึ่ง แล้วเลื่อนกลับมาสบตากันด้วยแววตาที่ทำให้หัวใจฉันแทบหลุดออกมานอกอก
“พาย... ถ้าวันหนึ่งฉันไม่ได้นิ่งเหมือนที่เธอเห็น เธอจะยังมองว่าฉันเป็นแค่คนใจร้ายอยู่ไหม?”
คำถามนั้นทำให้ฉันต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ ฉันมองเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามหาคำตอบที่ซ่อนอยู่ข้างหลังท่าทีเย็นชานั้น และในวินาทีที่ฉันกำลังจะอ้าปากตอบ เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาอย่างแรง
อคินคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอโชว์ชื่อของ ‘วิน’ ที่โทรเข้ามารัวๆ เขาทำหน้าเซ็งสุดขีดก่อนจะกดรับสายด้วยความรำคาญ
“ว่าไง?”
“ไอ้อคิน! พวกกูมาถึงหน้าหอแล้ว มึงลงมาเปิดประตูให้หน่อย มึงคงไม่ได้กำลังทำอะไรที่มัน... ส่วนตัวกันอยู่หรอกนะใช่ไหม?” เสียงวินตะโกนลอดออกมาจากสายดังจนฉันได้ยินชัดเจน
อคินหันมามองฉัน แล้วเขาก็เปลี่ยนสีหน้าจากที่กำลังจะสารภาพอะไรบางอย่าง กลับกลายเป็นความหงุดหงิดที่ดูออกว่าเสแสร้ง เขาจ้องหน้าฉันนิ่งก่อนจะขยับเข้าไปกระซิบข้างหู
“ดูเหมือนความใจดีของฉันจะสิ้นสุดแค่นี้แล้วล่ะนะ... เพราะตอนนี้พวกเพื่อนตัวดีมันมาขัดจังหวะความอดทนของฉันเข้าให้แล้ว”
เขาก้าวถอยหลังออกไปสองก้าว แล้วคว้ากุญแจรถเตรียมจะเดินออกไป แต่ก่อนจะถึงประตู เขาก็หันกลับมามองฉันอีกครั้งด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
“คืนนี้ไม่ต้องรีบกลับนะพาย... เพราะสิ่งที่ฉันยังพูดไม่จบ ฉันจะหาโอกาสบอกเธอใหม่ในตอนที่ไม่มีใครมากวนใจเราอีก”
เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเปิดประตูเดินออกไป ทิ้งให้ฉันยืนงงอยู่ตรงระเบียงเพียงลำพัง พร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวจนแทบระเบิด และความสงสัยที่ถาโถมเข้ามาในหัวจนแทบนอนไม่หลับ!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ หวังว่าตอนหน้านักอ่านทุกคนจะมาลุ้นไปกับพายพร้อมๆ กันค่ะ! - เกียร์เปื้อนกาวใจ
วิศวะสายดาร์กกับยัยปากร้ายตัวแสบประจำคณะ•ตอนที่ 8
พายเริ่มสงสัย
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดาร์กกับยัยปากร้ายตัวแสบประจำคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!