วิศวะสายดาร์กกับยัยปากร้ายตัวแสบประจำคณะ•ตอนที่ 4

เมื่อนิเทศฯ ต้องบุกวิศวะ

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“ถ้านายยังขยับเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะเอาเลนส์ซูมตัวนี้ฟาดหน้าผากนายให้หายซึนเลยนะ อคิน!” เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความหงุดหغิดระคนขู่ขวัญดังขึ้น แทรกเสียงฮือฮาของเหล่านักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่กำลังยืนมุงดูเหตุการณ์ระทึกขวัญหน้าตึกช็อปปฏิบัติการ พายในชุดนักศึกษารัดรูปพอดีตัวกำลังถือกล้อง DSLR ราคาหลักแสนมั่นคงในมือ ขาทั้งสองข้างก้าวถอยหลังจนติดกับกำแพงปูนเปลือย เย็นเฉียบ ขณะที่ร่างสูงโปรดของอคิน—พ่อหนุ่มวิศวะปีสามผู้พ่วงตำแหน่งเดือนคณะและฉายา ‘เสือยิ้มยาก’—กำลังใช้ร่างสูงใหญ่ของเขาต้อนเธอจนมุม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปนกลิ่นไอมันเครื่องจางๆ ลอยแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวมันชวนหายใจไม่ทั่วท้องเข้าไปใหญ่ เหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาาทีก่อนยังติดตรึงในสมอง หลังจากเสียงตะโกนเตือนภัยของวินดังขึ้นว่าอาจารย์ฝ่ายปกครองกำลังเดินตรวจพื้นที่ อคินไม่ได้พาเธอวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนตามสคริปต์ที่ควรจะเป็น เขากลับคว้าข้อมือเล็กแล้วลากเธอหลบเข้ามาในมุมอับสายตาหลังเสาต้นใหญ่ของตึกภาควิชาเครื่องกล ปิดปากเธอด้วยฝ่ามืออุ่นจัดเพื่อไม่ให้ส่งเสียงเล็ดลอด ทว่าความใกล้ชิดนั้นกลับทำเอาหัวใจเจ้ากรรมของพายเต้นผิดจังหวะจนแทบกระเด็นออกมานอกอก และตอนนี้ เมื่อภัยจากอาจารย์ผ่านพ้นไปแล้ว เขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเธอให้เป็นอิสระ “ปากดีนักนะยัยตัวแสบ” อคินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วเข้มกวาดมองตั้งแต่ใบหน้าเรียวที่เชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ ไล่ต่ำลงมายังริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธ “คิดว่าถือกล้องเท่ๆ แล้วจะบุกมาเดินถ่ายรูปกลางดงตีนเกียร์อย่างไรก็ได้เหรอครับ ห้ามเข้าเขตพื้นที่อันตราย... อ่านไม่ออกหรือไงป้ายเตือนตัวเบ้อเร่อขนาดนั้น” “ก็นิเทศฯ ของฉันต้องส่งโปรเจกต์หนังสั้นธีม ‘ชีวิตคนจริง’ แล้วคณะพวกนายก็ขึ้นชื่อเรื่องความดิบเถื่อนไม่ใช่หรือไง ฉันมาหาโลเคชั่นมันผิดตรงไหน!” พายสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องเขม็งอย่างไม่เกรงกลัว แม้ข้างในจะเริ่มหวั่นไหวกับระยะห่างที่ใกล้เกินไปจนปลายจมูกเกือบจะชนกันอยู่แล้ว “อีกอย่าง... นายไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉันนะ ปล่อย!” “ไม่ได้แตะสักหน่อย แค่กันไม่ให้เธอวิ่งไปชนกองเหล็กตรงนั้นต่างหาก” อคินตอบหน้าตาย น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยด้วยความกวนประสาทที่หาดู 100 ปีครั้ง เขายังคงใช้แขนข้างหนึ่งยันกำแพงกั้นทางหนีของเธอเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างคว้าสายคล้องกล้องของเธอมาพันเล่นเบาๆ อย่างถือวิสาสะ “ดื้อด้านแบบนี้ ระวังจะโดนลงโทษไม่รู้ตัวนะพาย” “นายจะทำไม...” คำพูดของพายถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่ออคินก้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด จนเธอต้องรีบหลบสายตาแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงยิ่งกว่าตอนวิ่งหนีอาจารย์เสียอีก ผู้ชายอะไร... ปากจัดเป็นพิษแต่สายตากลับโคตรจะอันตรายต่อหัวใจเลยให้ตายสิ! “เฮ้ยๆๆๆ ไอ้คิน! ทางนี้โล่ง... อ้าว เดี๋ยวนะ กูขัดจังหวะอะไรมึงหรือเปล่าเนี่ย?” เสียงกวนๆ ของวินดังแทรกขึ้นมาทำลายความเงียบชวนใจเต้นระทึก วินเดินถือแฟ้มเอกสารเข้ามาพร้อมกับทำหน้าล้อเลียนสุดฤทธิ์ พลางกระแอมกระอักเพื่อเป็นการเตือนสติเพื่อนรัก อคินจิ๊ปากอย่างขัดใจผละตัวถอยห่างออกมาจากร่างบางช้าๆ แต่สายตายังคงจ้องมองพายด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออก พายรีบฉวยโอกาสนั้นกระชับกล้องในมือแน่น เธอยกมุมปากยิ้มเยาะใส่หน้าอคินเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของสาวยืนหนึ่งแห่งนิเทศศาสตร์คืนมา “ฝากขอบคุณเพื่อนรักนายด้วยนะที่มาช่วยชีวิตฉันไว้... ส่วนนาย ช่วยกรุณาเก็บความดุไปใช้กับหุ่นยนต์ในช็อปเถอะค่ะ เดือนวิศวะ!” พูดจบ พายก็สะบัดหน้าเดินหนีด้วยความเร็วสูงสุด ทิ้งให้อคินยืนมองตามแผ่นหลังบางด้วยรอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความเจ้าเล่ห์ขึ้นมาอย่างเงียบๆ “ยัยนี่... ปากเก่งได้ตลอดจริงๆ สินะ” อคินพึมพำเบาๆ กับตัวเองจนวินต้องเดินมาตบไหล่เพื่อนแรงๆ “แน่จริงมึงก็จับจูบปากดีๆ นั่นสักทีดิฟะ ยืนเต๊าะอยู่ได้ เป็นไงล่ะ โดนเขาเหน็บกลับหงายเงิบเลยมึง” วินแซวพลางหัวเราะชอบใจ แต่อคินไม่ได้ตอบโต้อะไร เขาเพียงแค่ปรายตามองไปทางที่พายเดินหายไป ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูหน้าจอที่มีรูปแอบถ่ายของหญิงสาวตอนกำลังตั้งใจส่องเลนส์กล้องเมื่อสัปดาห์ก่อนซ่อนอยู่ เวลาผ่านไปจนกระทั่งช่วงเย็นย่ำ แสงสีส้มรำไรของดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า พายยังคงปักหลักอยู่บริเวณสตูดิโอตัดต่อของคณะนิเทศศาสตร์ เพื่อเคลียร์ฟุตเทจที่เพิ่งไปถ่ายทำมาจากตึกวิศวะเมื่อช่วงบ่าย แม้ในใจจะพยายามบอกตัวเองว่าภาพที่ได้มันช่างคุ้มค่าเหนื่อย แต่ใบหน้ากวนๆ กับแววตาเจ้าเล่ห์ของอคินก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวจนไม่มีสมาธิทำงาน “ให้ตายเถอะ... ผู้ชายบ้าอะไร หน้าตาดีแต่ปากเสียเป็นบ้า!” พายบ่นอุบพร้อมกับกดเซฟไฟล์งานลงฮาร์ดดิสก์พกพา ก่อนจะหยิบกระเป๋าเป้สะพายขึ้นบ่าเตรียมตัวกลับหอพัก ทว่าทันทีที่เธอเดินพ้นประตูห้องตัดต่อและก้าวออกไปยังโถงทางเดินที่ค่อนข้างเงียบเชียบในยามค่ำคืน เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันที่พายจะได้หันกลับไปมอง มือหนาของใครบางคนก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้เบื้องหลัง พร้อมกับดันร่างบางให้แนบชิดกับผนังห้องเย็นเฉียบอย่างรวดเร็วและนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างใบหู พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยที่กระซิบแผ่วเบาจนขนลุกซู่ “หนีเรียน เอ้ย... หนีหน้าฉันเก่งนักนะพาย รู้ไหมว่าการบุกมาในถิ่นวิศวะแล้วทิ้งความวุ่นวายไว้ให้ฉันเนี่ย... มันต้องมีค่าทำขวัญนะ” พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าใบหน้าของอคินอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบในความมืดสลัวของโถงตึกนิเทศฯ ยามค่ำคืน! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปด้วยกันนะคะ ✨ เกียร์เปื้อนกาวใจ
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดาร์กกับยัยปากร้ายตัวแสบประจำคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%