หน้าจอมือถือในมือฉันสั่นครึ่งโหลติดต่อกันจนแทบจะบินออกจากฝ่ามือ ข้อความจากกลุ่มไลน์โปรเจกต์ถ่ายทำสารคดีคณะนิเทศศาสตร์ฯ เด้งรัวเป็นเจ้าเข้า แต่เนื้อหาสาระข้างในกลับว่างเปล่าเสียยิ่งกว่าสมองของคนที่ลืมกินอาหารเสริม
*‘อคินยังไม่ส่งบรีฟงานส่วนวิศวะมาเลยค่ะพาย’*
*‘แก... ช่างภาพฝั่งนั้นติดต่อไม่ได้เลย’*
*‘พายลองตามหน่อยสิ ในฐานะ... เอ่อ คนที่เคยคุยกัน’*
ประโยคหลังนี่อยากจะปาโทรศัพท์ทิ้งลงถังขยะให้รู้แล้วรู้รอด คนที่เคยคุยกันบ้าบออะไรเล่า นั่นมันอุบัติเหตุทางอารมณ์ชัดๆ เพราะตาบ้าอคินคนเดียวนั่นแหละที่ชอบทำตัวเหมือนก้อนน้ำแข็งขั้วโลกใต้แต่แอบพกไฟแช็กมาด้วย ขยันจุดชนวนให้หัวใจฉันรวนเรอยู่เรื่อย แล้วดูตอนนี้สิ... เขาเล่นเกมสงครามประสาทด้วยการเงียบ หายเข้ากลีบเมฆ ปล่อยให้ฉันนั่งเคี้ยวกรอดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องตัดต่อจนฟันแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ
"คิดจะเอาคืนกันสินะพ่อวิศวะสายดาร์ก ฝันไปเถอะว่าพายคนนี้จะยอมก้มหัวให้ง่ายๆ"
ฉันพึมพำกับตัวเองด้วยความเคืองแค้น ปิดหน้าจอโปรเจกต์แล้วคว้ากระเป๋าผ้าใบโปรดสะพายไหล่ทันที ในเมื่อไลน์ไม่ตอบ โทรไม่รับ งั้นก็เจอคดีประจันหน้ากันที่ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์มันซะเลยวันนี้แหละ!
ตึกภาควิชาเครื่องกลในยามบ่ายอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของน้ำมันเครื่อง เหล็กกล้า และเหงื่อไคลของผู้ชายร่างโตที่กำลังงละมุนอยู่กับการคำนวณสูตรฟิสิกส์แสนปวดหัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ปะปนกับความดุดันของบรรยากาศทำให้ฉันต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ ฝ่ามือเรียวบางผลักประตูห้องประชุมโปรเจกต์ของภาควิชาเข้าไปอย่างไม่เกรงใจใครสักนิด
เสียงพูดคุยในห้องเงียบกริบลงทันตาเห็น ทุกสายตาหันขวับมามองผู้บุกรุกต่างคณะเป็นตาเดียว แต่เป้าหมายของฉันมีแค่คนเดียวนั่นแหละ... อคิน ที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหัวโต๊ะประชุม สวมเสื้อช็อปสีเข้มพับแขนขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อแขนชัดเจน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วเข้มเงยขึ้นมองฉันด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความประหลาดใจ ราวกับคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าฉันต้องโผล่มา
"อ้าว นึกว่าใคร ที่แท้ก็... ยัยตัวแสบประจำนิเทศฯ นี่เอง" วิน เพื่อนสนิทของอคินส่งเสียงแซวขึ้นมาก่อนพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ รีบถอยเกร็งถอยกรูดเปิดทางให้บรรยากาศระหว่างเราสองคนมันคุกรุ่นขึ้นไปอีก
"เลิกเล่นเกมปัญญาอ่อนแล้วส่งข้อมูลการถ่ายทำมาให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะอคิน!" ฉันเดินดุ่มๆ เข้าไปหยุดยืนค้ำหัวเขาที่นั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้ ปรปรอยยิ้มกวนประสาทแบบนั้นมันน่าหมั่นไส้จนอยากจะหยิกเนื้อให้เขียวชะอุ่มนัก "นายตั้งใจดองงานใช่ไหม หะ?"
อคินไม่ตอบ เขายังคงนั่งนิ่ง ไล้นิ้วเรียวไปกับขอบแก้วกาแฟเย็นในมือ สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยท่าทีประเมินค่า ทำเอาความร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาที่ใบหน้าอย่างช่วยไม่ได้ ไม่รู้ว่าโกรธหรือเพราะสายตาคู่นั้นมันชวนให้ใจสั่นกันแน่
"งานอะไรเหรอครับพาย พี่จำไม่ได้ว่าเรามีสัญญาผูกมัดอะไรกันนอกจาก... เรื่องวันนั้น" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเอ่ยออกมาอย่างจงใจยั่วประสาท รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลานั้นมันช่างร้ายกาจเสียจริง
"นาย!" ฉันกัดริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บใจ "อย่ามาพูดจาเฉไฉนะ เรื่องงานสารคดีคณะ ถ้านายยังไม่ส่งข้อมูลสเปกเครื่องมือในช็อปมาให้ภายในห้ามนานี้ ฉันจะ... จะฟ้องอาจารย์ที่ปรึกษาว่านายขัดขวางการทำงานของทีม!"
"ฟ้องเลยครับ" อคินยักไหล่แบบไม่สะทกสะท้าน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากส่วนสูงที่ต่างกันทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาโดยอัตโนมัติ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย จนกลิ่นกายสะอาดผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามาชิดจมูก "แต่อยากให้รู้ไว้นะพาย ว่าคนที่มาขอความช่วยเหลือ... ควรจะใช้วิธีการที่ดีกว่าการเดินมาเหวี่ยงถึงถิ่นพี่"
"ใครเหวี่ยง นายต่างหากที่แกล้งฉันก่อน!" ฉันเถียงกลับทันควันโดยไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เชิดหน้าสู้สายตาดุดันคู่นั้น "ทำไม? กลัวแพ้ฉันเหรอ ถึงได้เล่นตลกเด็กๆ แบบนี้"
อคินหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนคนในห้องประชุมทยอยลุกเดินออกไปข้างนอกกันหมดอย่างรู้หน้าที่ ในพริบตาเดียว ห้องประชุมทั้งห้องก็เหลือแค่เราสองคน ท่ามกลางความเงียบที่เริ่มก่อตัวเป็นความเย้ายวนแปลกประหลาด
มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือฉันไว้ไม่ให้ถอยหนี แรงบิดเบาๆ แต่เต็มไปด้วยพละกำลังดึงรั้งให้ร่างของฉันเซเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างภายใต้เสื้อช็อปสีเข้มโดยไม่ทันตั้งตัว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลงมาบนหน้าผากเพราะความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็น หัวใจเจ้ากรรมทรยศเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน
"คิดเหรอว่าพี่กลัวเด็กกะโปโลอย่างเธอ" เสียงกระซิบต่ำพร่าดังอยู่ชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ที่พี่ไม่ส่งข้อมูล... เพราะอยากให้เธอมาทวงด้วยตัวเองต่างหากล่ะ"
"นาย..." ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามจะบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงของคนตัวโตกว่ากลับมากกว่าหลายเท่า "คนฉวยโอกาส! ปล่อยนะ!"
"ถ้าไม่ปล่อยแล้วจะทำไม หึ?" อคินก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนกับแก้มของฉัน ดวงตาสีเข้มพราวระยับไปด้วยความเจ้าเล่ห์และความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา "ปากเก่งดีนัก... เดี๋ยวเจอทำโทษให้เข็ด"
เขารวบเอวฉันเข้าไปชิดยิ่งกว่าเดิม ปลายจมูกคมสันปัดป่ายอยู่ข้างแก้มอย่างจงใจแกล้ง ความใกล้ชิดที่ไร้ระยะห่างทำให้สมองฉันรวนเรจนคิดคำด่าไม่ออก มือเล็กที่ควรจะผลักไสกลับเผลอไปกำเสื้อช็อปของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว จังหวะหัวใจเต้นรัวเร็วจนแทบจะหลุดออกมานอกอก บรรยากาศหวานปนอันตรายกำลังครอบงำเราทั้งคู่จนแทบหายใจไม่ออก
แต่ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากหยักลึกกำลังจะโน้มลงมาใกล้ชิดกว่าเดิม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดอย่างไม่มีมารยาท
"เฮ้ยไอ้คิน อาจารย์เรียกประชุมด่วน... เฮ้ย! กูเข้ามาผิดจังหวะใช่ไหมวะเนี่ย!"
เสียงของวินดังแทรกขึ้นพร้อมกับการผลักประตูเปิดกว้างเต็มที่ อคินชะงักกึก สีหน้าเรียบเฉยกลับมาเป็นหน้ากากความเย็นชาในพริบตา เขายอมคลายอ้อมแขนออกช้าๆ แต่สายตายังคงจ้องมองฉันด้วยความเสียดายอย่างเห็นได้ชัด
ฉันรีบกระโดดถอยหลังออกมาสามก้าว ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ หัวใจเต้นระรัวจนแทบระเบิด มือบางยกขึ้นลูบแก้มตัวเองที่ยังร้อนผ่าวด้วยความเขินอายปนเคืองระคนกัน
อคินหันไปมองเพื่อนสนิทด้วยสายตาพิฆาตที่แทบจะฆ่าคนได้ ก่อนจะแค่น้ำเสียงฮึดฮัดในลำคอแล้วหันกลับมามองฉันที่ยืนหายใจหอบกระเสือกกระสนอยู่ตรงหน้า
"ข้อมูลอยู่ในแฟลชไดร์ฟบนโต๊ะทำงานฉัน..." อคินกระซิบเสียงต่ำด้วยสายตาที่ยังคงแพรวพราวไม่เลิกรา "แต่อยากได้... ต้องเดินตามมาเอาเองที่ห้องพักส่วนตัวนะ"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนฟินไปด้วยกันนะคะ!
วิศวะสายดาร์กกับยัยปากร้ายตัวแสบประจำคณะ•ตอนที่ 5
แกล้งกันสนุกนักนะ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดาร์กกับยัยปากร้ายตัวแสบประจำคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!