กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าในห้องเก็บสำนวนคดีคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว ร.ต.อ. ธันวาไม่เคยคิดเลยว่า ตรรกะทางกฎหมายและหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เขาเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต จะสั่นคลอนอย่างรุนแรงจนแทบตั้งหลักไม่ได้ เมื่อหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของหมวดพิชชาสะท้อนภาพวิดีโอวงจรปิดจากสถานีตำรวจภูธรเมืองย่อยแห่งหนึ่ง ชายวัยกลางคนผมเผ้ารุงรัง สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีซีดที่เปื้อนคราบโคลนแห้งกรัง กำลังนั่งคุกเข่าอยู่หน้าเคาน์เตอร์ร้อยเวร พร้อมกับวาง "แหวนทองเหลืองโบราณ" สลักอักขระปริศนาลงบนโต๊ะไม้ด้วยมือที่สั่นเทา
ภาพนั้นไม่ใช่เรื่องน่าตกใจเท่ากับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของชายคนนั้นผ่านลำโพงโทรศัพท์
"ผม... ผมเป็นคนฆ่าผู้หญิงคนนั้นเมื่อสามปีก่อนครับ... และวิญญาณของเธอก수กำลังตามเอาชีวิตผม มันบอกว่าวงแหวนวงที่สองถูกทำลายแล้ว... แปลว่าพิธีกรรมเริ่มต้นขึ้นแล้วครับ!"
เสียงประกาศิตจากปลายสายขาดหายไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังทะลุไมโครโฟนจนพิชชาต้องสะดุ้งสุดตัว เธอนิ่วหน้าด้วยความตกใจ หันมามองหน้าผมสลับกับศิลาที่ยืนสงบนิ่งอยู่มุมห้อง
"สารวัตรครับ แบบนี้หมายความว่าไง... คนที่ตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อนฟื้นคืนชีพ หรือว่ามีใครบางคนสวมรอยเป็นฆาตกรตัวจริงกันแน่?" พิชชาละล่ำละลักถาม น้ำเสียงของเธอเจือความหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาคมกริบมองหน้าจอที่ตอนนี้สัญญาณภาพตัดขาดหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขารู้ดีว่าคดีนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องของฆาตกรต่อเนื่องโรคจิต แต่มันมีความเชื่อทางไสยเวทและอาถรรพ์เข้ามาเกี่ยวข้อง และนั่นคือสิ่งที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดชีวิตราชการตำรวจ
"ไม่ใช่การสวมรอย..." ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นุ่มนวลและทรงพลังพอที่จะหยุดความว้าวุ่นในห้องนั้นได้ ดวงตาคมของร่างทรงหนุ่มจับจ้องไปยังเศษซากแหวนทองเหลืองที่เพิ่งถูกทำลายไปเมื่อครู่ ซึ่งยังคงวางอยู่บนถาดโลหะ "แหวนวงนั้นไม่ได้เป็นแค่เครื่องราง แต่มมันคือ 'สื่อกลาง' ที่เชื่อมโยงวิญญาณของผู้ตายกับผู้ทำพิธี การที่เราทำลายมันโดยไม่ปิดเขตอาคมให้ดี... เท่ากับเราไปปลดโซ่ตรวนที่ล่ามความอาฆาตเอาไว้"
"หมายความว่ายังไง ศิลา?" ธันวาหันขวับไปหาคู่คิดหนุ่ม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยและไม่ยอมจำนนต่อคำอธิบายลี้ลับ "พูดให้มันเป็นวิทยาศาสตร์หน่อยสิ! มันจะไม่มีทางที่คนตายจะฟื้นขึ้นมาสารภาพผิดได้เองหรอก ถ้าไม่ใช่มีคนบงการอยู่เบื้องหลัง!"
ศิลาหันมาสบตาธันวา นัยน์ตาคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงมหาสนทนาที่ไร้ก้นบึ้ง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของร่างทรงหนุ่ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เยาะหยัน แต่เต็มไปด้วยความเข้าใจในความดื้อรั้นของนายตำรวจหนุ่ม
"บางครั้ง สารวัตรครับ... ความจริงก็ไม่ได้ซ่อนอยู่ภายใต้กล้องจุลทรรศน์เสมอไปหรอกนะครับ" ศิลาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน วางมือลงบนถาดโลหะที่มีเศษแหวนอยู่ "เสียงกรีดร้องที่คุณได้ยินเมื่อครู่นี้ ไม่ใช่เสียงของคนเป็น และไม่ใช่เสียงบันทึกเทป... แต่มันคือเสียงที่สะท้อนมาจากความว่างเปล่าที่พวกเราเพิ่งเปิดประตูต้อนรับมันเข้ามา"
สิ้นคำพูดของศิลา อุณหภูมิภายในห้องเก็บสำนวนคดีก็ลดฮวบลงอย่างกะทันหัน ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านช่องหน้าต่างที่ปิดสนิท เปลวไฟจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์บนเพดานกะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับวูบลง เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวที่สาดส่องให้เห็นเงาทอดยาวบิดเบี้ยวบนผนัง
"ระวังตัวด้วยครับ!" ศิลาอุทานเสียงดัง พร้อมกับคว้าแขนของธันวาให้หลบฉากไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว
เสี้ยววินาทีนั้นเอง เศษแหวนทองเหลืองที่ควรจะแตกละเอียดอยู่บนถาดโลหะ กลับเปล่งแสงสีเขียวหม่นออกมาอย่างน่ากลัว อนุภาคโลหะหลอมละลายรวมตัวกันกลางอากาศ กลายเป็นกลุ่มควันสีดำทึบที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าราวกับซากศพที่ตายมานานนับเดือน ควันสีดำนั้นก่อตัวเป็นรูปร่างของมือมนุษย์นับสิบข้าง พุ่งเข้าใส่ธันวาและศิลาด้วยความเร็วสูง
"บ้าเอ้ย!" ธันวาสบถออกมาอย่างหัวเสีย แม้เขาจะไร้สัมผัสที่หกและมองไม่เห็นพลังงานวิญญาณโดยตรง แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของนายตำรวจมือปราบทำให้เขาคว้าปืนพกประจำกายขึ้นมาตั้งท่าเตรียมพร้อมตามสัญชาตญาณ ถึงกระนั้น แรงกดดันมหาศาลจากอากาศรอบตัวก็ทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออก ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นนับร้อยกำลังบีบลำคอของเขาไว้แน่น
พิชชากรีดร้องออกมาด้วยความตกใจสุดขีด เธอล้มลงไปกองกับพื้น พยายามคลานหนีกลุ่มควันสีดำที่กำลังเลื้อยเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน
ศิลาไม่รอช้า มือขวาหยิบยันต์กระดาษสีชาดที่เขียนอักขระโบราณออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ร่ายคาถาพึมพำด้วยภาษาที่ฟังไม่ศัพท์ ก่อนจะสะบัดมือซัดยันต์นั้นเข้าใส่กลุ่มควันสีดำกลางอากาศ
*เปรี้ยง!*
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกทำให้ชั้นวางแฟ้มเอกสารล้มระเนระนาด เอกสารคดีเก่ากระจัดกระจายปลิวว่อนไปทั่วห้อง ศิลาพุ่งตัวเข้ามาดึงร่างของธันวาและพิชชาให้หมอบลงต่ำเพื่อหลบสะเก็ดไฟและแรงดันอากาศ
แต่ทว่า... พลังอาถรรพ์ครั้งนี้รุนแรงเกินกว่าที่ศิคาจะคาดคิด ยันต์กระดาษสีชาดลุกไหม้เป็นสีดำสนิทในพริบตาเดียว แรงสะท้อนจากอาคมทำให้ศิลาสำลักเลือดออกมาคำโต สีหน้าของร่างทรงหนุ่มซีดเผือกทันที
"ศิลา! คุณไหวไหม!" ธันวาประคองร่างของศิลาขึ้นมาด้วยความตกใจ ความโกรธและความระแวงก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเป็นห่วงในมิตรภาพที่เพิ่งก่อตัวขึ้น
"ผม... ไม่เป็นไรครับ..." ศิลาหายใจหอบถี่ เหงื่อกาฬไหลท่วมใบหน้า ดวงตาที่เคยนิ่งสงบตอนนี้ฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด "พลังของมัน... ไม่ใช่แค่แรงอาฆาตธรรมดา แต่มันคือ 'คำสาปสายเลือด' ใครก็ตามที่แตะต้องวงแหวนนี้ จะต้องชดใช้ด้วยชีวิต..."
ขณะที่ทั้งสามคนกำลังตกอยู่ในวงล้อมของความตาย ประตูเหล็กหนาของห้องเก็บสำนวนคดีก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือของใครบางคน
เงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตู แสงไฟฉุกเฉินสาดส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกเผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ดวงตาคู่นั้นจ้องมองมาที่ธันวาด้วยความคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
"ระวังตัวหน่อยสิครับ ผู้กองธันวา..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความนุ่มนวล แต่แฝงด้วยความเยือกเย็นที่ทำให้กระดูกสันหลังของนายตำรวจหนุ่มเยือกแข็ง "คุณเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดจากอาถรรพ์แรกซะแล้ว... ถ้าผมไม่มาช่วยเปิดทางให้ซะก่อน"
ธันวานัยน์ตาเบิกกว้างเมื่อจำใบหน้านั้นได้แม่นยำ... ชายคนนี้คือผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสามปีก่อนคนที่ตำรวจตามหาตัวมาตลอด แต่เขามีใบหน้าและรูปร่างหน้าตาเหมือนกับ "พี่ชายฝาแฝด" ของธันวาคนที่เสียชีวิตไปในเหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อสิบปีก่อนราวกับคนๆ เดียวกัน!
"แก... เป็นใครกันแน่!" ธันวาตะโกนถามเสียงสั่น หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความสับสนและตกใจสุดขีด
ชายปริศนายิ้มรับอย่างใจเย็น ก้าวเท้าเข้ามาในห้องทีละก้าว พร้อมกับโยนวัตถุบางอย่างลงบนพื้นตรงหน้าธันวา...
มันคือ "แหวนทองเหลืองวงที่สาม" ที่เปื้อนคราบเลือดสดๆ ร้อนๆ!
"ยินดีต้อนรับสู่เกมรอบใหม่ครับ... น้องชาย"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ร่างทรงพยากรณ์กับนายตำรวจผู้ไร้สัมผัส•ตอนที่ 5
คำเตือนจากความว่างเปล่า
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร่างทรงพยากรณ์กับนายตำรวจผู้ไร้สัมผัส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!