ร่างทรงพยากรณ์กับนายตำรวจผู้ไร้สัมผัส•ตอนที่ 4

กลิ่นอายของอดีต

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
เศษกระจกใสที่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้นห้องสอบสวนสะท้อนแสงไฟนีออนสีขาวโพลนจนระยิบระยับราวกับเศษเพชรที่ถูกบดขยี้ แต่ไม่มีใครในห้องนี้มีอารมณ์จะมาสนใจความงามของมัน ร.ต.อ. ธันวา ก้าวถอยหลังสัญชาตญาณดิบสั่งการให้มือขวาควักปืนพกประจำกายออกจากซองหนังอย่างรวดเร็ว ปากกระบอกปืนสีดำสนิทเล็งตรงไปยังร่างในชุดกาวน์เปื้อนเลือดที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า กลิ่นคาวเลือดเก่าและกลิ่นอับชื้นของดินปืนตีรวนขึ้นมาในจมูกจนน่าสะอิดสะเอียน ร่างนั้นไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน ดวงตาสีดำสนิทไร้แววตาคู่นั้นจดจ้องตรงมาที่ธันวา ราวกับกำลังทะลุผ่านเนื้อหนังเข้าไปสำรวจความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งหัวใจของนายตำรวจหนุ่มผู้ยึดมั่นในตรรกะ "ถอยไป... อย่าขยับ!" ธันวาตะโกนเสียงเข้ม แม้ในใจจะรู้ดีว่าคำสั่งนี้ไร้ความหมายสิ้นเชิงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่เหนือหลักวิทยาศาสตร์ ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ ศิลาซึ่งยืนนิ่งค้างอยู่ข้างโต๊ะทำงานมาตลอดก็ขยับตัว ร่างทรงหนุ่มไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายกมือซ้ายขึ้นระดับอก นิ้วเรียวยาวประสานกันเป็นมุทราโบราณที่ธันวาไม่เคยเห็นมาก่อน ดวงตาคมกริบของศิลาเปล่งประกายวับวาวขึ้นชั่วขณะในความมืดสลัวของห้อง "อย่ามองตาវាครับสารวัตร" เสียงทุ้มนุ่มของศิลาเอ่ยเตือนสติด้วยความราบเรียบแต่มั่นคง "นั่นไม่ใช่ตัวเขา... นั่นเป็นแค่ 'เงา' ที่ถูกดึงรั้งไว้ด้วยความแค้นและวัตถุพยานในมือ" ศิคมก้าวเข้าไปยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับธันวาอย่างไม่เกรงกลัว ไอร้อนแผ่วเบาแผ่ออกมาจากฝ่ามือของร่างทรงหนุ่มราวกับเตาไฟขนาดย่อม ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึก หลับตาลงครู่หนึ่งก่อนจะลืมขึ้นแล้วพ่นลมหายใจออกทางปากอย่างช้าๆ "คุณเห็นอะไร ศิลา" ธันวาถามโดยไม่ละสายตาจากเป้าหมาย มือที่ถือปืนยังคงนิ่งสนิทแม้เม็ดเหงื่อจะผุดพรายขึ้นตามไรผม "ผมเห็น... ห้องผ่าตัดที่เย็นยะเยือก" ศิลาตอบเสียงพร่า สายตาจับจ้องไปยังศพปริศนาที่ยังคงส่งเสียงหัวเราะแหบพร่าในลำคอ "เห็นเสียงกรีดร้องที่ไม่มีวันถูกรับฟัง และเห็น... ชิ้นส่วนโลหะสีเงินในมือของเขา" สิ้นคำพูดของศิลา ร่างในชุดกาวน์เปื้อนเลือดก็สะดุ้งเฮือก รอยยิ้มฉีกกว้างถึงใบหูบิดเบี้ยวผิดรูปยิ่งกว่าเดิม เสียงหัวเราะแหบพร่าดังแหลมสูงขึ้นจนแก้วหูแทบแตก ชิ้นส่วนวัตถุพยานในมือซ้ายของมัน—ซึ่งก็คือแหวนทองเหลืองโบราณสลักลวดลายประหลาด—เริ่มส่งแสงเรืองรองสีแดงฉานออกมา ตัดกับบรรยากาศรอบตัวที่อุณหภูมิลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ลมกรรโชกแรงพัดเอาเศษกระจกบนพื้นให้ปลิวว่อนราวกับพายุขนาดย่อม "ธันวา! ระวัง!" เสียงตะโกนของหมวดพิชชาที่เพิ่งวิ่งมาถึงหน้าประตูดังแทรกขึ้นมา แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว ร่างนั้นพุ่งทะยานเข้ามาหาธันวาด้วยความเร็วที่ไม่อาจมองตามทัน เร็วยิ่งกว่าตอนที่พังกระจกเข้ามาเสียอีก ประสบการณ์การต่อสู้ทั้งหมดของนายตำรวจหนุ่มกรีดร้องเตือนภัย สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมเหนี่ยวไก แต่ก่อนที่กระสุนนัดแรกจะทันได้ลั่นออกจากลำกล้อง ศิลาชักมือออกไปข้างหน้าอย่างเด็ดขาด! *เปรี้ยง!* ไม่ใช่เสียงปืน แต่เป็นเสียงคลื่นพลังงานทางจิตวิญญาณที่ปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบไปทั่วห้อง แรงระเบิดเบาๆ ผลักให้ร่างของธันวาและศิลากระเด็นถอยหลังไปคนละก้าว ขณะที่ร่างในชุดกาวน์เปื้อนเลือดชะงักงัน คล้ายกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น ศิลากัดฟันแน่น เม็ดเหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับ เส้นเลือดที่ขากรรไกรปูดโปนแสดงให้เห็นถึงความพยายามขั้นสูงสุดในการควบคุมสถานการณ์ "สารวัตร... เล็งไปที่มือซ้ายของมัน! ทำลายแหวนวงนั้นซ้ำซากเสียที! ไม่อย่างนั้นพลังงานอาฆาตจะเชื่อมโยงกับวิญญาณต้นกำเนิดและดึงพวกเราจมดิ่งลงไปในห้วงนรกนั้นด้วย!" ธันวาไม่มีเวลาลังเล แม้ว่าอดีตอันเจ็บปวดเรื่องครอบครัวจะเคยสอนให้เขากลัวความงมงาย แต่สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดและหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์บอกเขาว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ นายตำรวจหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ดึงสติให้มั่นคง ปรับศูนย์ปืนเล็งตรงไปยังเป้าหมายชิ้นเล็กๆ ในมือซ้ายของศพปริศนาอย่างแม่นยำ *ปัง!* เสียงปืนคำรามก้องห้องสอบสวนแคบๆ กระสุนเจาะทะลวงผ่านอากาศด้วยความเร็วสูง พุ่งตรงเข้ากระทบกับแหวนทองเหลืองโบราณเต็มแรง! ประกายไฟสีทองสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังเสียดแก้วหู ร่างในชุดกาวน์สะั่นกระตุกอย่างรุนแรง ดวงตาสีดำสนิทค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพปกติ รอยยิ้มสยดสยองเลือนหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าก่อนที่ร่างนั้นจะทรุดฮวบลงกับพื้น กลายสภาพเป็นเพียงศพธรรมดาที่ไร้ซึ่งวิญญาณอาฆาตมาดร้ายอีกต่อไป ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องสอบสวนอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนของศิลาและเสียงเตือนภัยของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากนอกห้อง ธันวาลดปืนลงช้าๆ สายตาคมก้มมองซากปรักหักพังรอบตัว ก่อนจะหันไปสบตากับศิลาที่กำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนหน้าผากด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมดังเดิม "คุณ... โอเคไหม" ธันวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย เจือความรู้สึกขอบคุณที่อีกฝ่ายช่วยชีวิตเขาไว้เป็นครั้งที่สอง ศิลายิ้มจางๆ รอยยิ้มที่มักจะซ่อนความลับบางอย่างไว้เสมอ "ผมไม่เป็นไรครับสารวัตร... แต่ดูเหมือนว่า เราเพิ่งจะเปิดประตูบานใหญ่เกินไปเข้าเสียแล้ว" ยังไม่ทันที่ธันวาจะได้ซักถามต่อ ประตูห้องสอบสวนที่พังเสียหายก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง หมวดพิชชาพุ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก พร้อมกับแท็บเล็ตในมือที่หน้าจอกำลังกะพริบเตือนเป็นสีแดงฉาน "สารวัตร! ศิลา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" พิชชาละล่ำละลักพูดพลางยื่นหน้าจอให้ดู "ระบบฐานข้อมูลกลางของกองปราบเพิ่งส่งสัญญาณแจ้งเตือน... วัตถุพยานชิ้นที่เราเพิ่งทำลายไปเมื่อครู่... มันไม่ได้มีแค่วงเดียว และเจ้าของแหวนวงแรกที่ถูกฆาตกรรมเมื่อสามปีก่อน... กำลังเดินเข้ามามอบตัวที่สถานีตำรวจอีกสาขาหนึ่งในเวลานี้ครับ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปไขปริศนาด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร่างทรงพยากรณ์กับนายตำรวจผู้ไร้สัมผัส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%