ร่างทรงพยากรณ์กับนายตำรวจผู้ไร้สัมผัส•ตอนที่ 24

การตัดสินใจของธันวา

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
“ผมถามคุณอีกครั้งนะธันวา... คุณจะเลือกอนาคตในเครื่องแบบที่แลกมาด้วยเลือดและหยาดเหงื่อกว่าสิบปี หรือจะเลือกปกป้องร่างทรงที่กฎหมายตราหน้าว่าเป็น ‘ผู้สร้างความงมงาย’ คนนี้?” เสียงของท่านผู้กำกับการดังก้องอยู่ในห้องทำงานที่อบอ้าวด้วยความตึงเครียด กองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะไม้ตัวหนาดูไร้น้ำหนักไปถนัดตาเมื่อเทียบกับสายตาเย็นชาของผู้บังคับบัญชาที่จ้องมองมายัง ร.ต.อ. ธันวา ราวกับจะทะลุเข้าไปถึงกระดูก ธันวาไม่ได้หลบสายตา มือของเขาที่วางอยู่ข้างตัวกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความเย็นเยียบจากแอร์คอนดิชันเนอร์ในห้องไม่สามารถลดอุณหภูมิความเดือดพล่านในอกของเขาได้เลย ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ประมวลผลทุกอย่างด้วยตรรกะที่เขายึดถือมาตลอดชีวิต แต่ในวินาทีนี้... ตรรกะกลับกลายเป็นขวากหนามที่ทิ่มแทงหัวใจตัวเอง “ศิลาไม่ใช่ผู้ร้ายครับท่าน” ธันวาตอบ เสียงของเขาเรียบสนิท แต่มั่นคงดุจหินผา “สิ่งที่เขาทำคือการปิดคดีที่วิทยาศาตร์เข้าไม่ถึง หากท่านจะมองว่าการช่วยเหลือประชาชนจากการรุกรานของสิ่งเหนือธรรมชาติคือความผิด ผมก็คงไม่มีคำอธิบายอื่นนอกจากจะบอกว่า... ผมเลือกงานนี้ครับ” “งั้นก็หมายความว่าคุณเลือกจะ ‘ทิ้ง’ เกียรติยศที่สั่งสมมางั้นสินะ!” เสียงตบโต๊ะดังสนั่น ธันวาไม่สะทกสะท้าน เขาสังเกตเห็นแววตาที่สั่นไหวของอีกฝ่ายเพียงชั่วครู่ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาอีกครั้ง ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงาน บรรยากาศกดดันราวกับถูกสูบอากาศออกไปจนหมด ธันวานึกย้อนไปถึงภาพในคืนที่ผ่านมา ศิลานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าในห้องพัก แววตาของเด็กหนุ่มที่เคยสดใสกลับหม่นแสงลงเพราะการถูกตั้งข้อหา ‘ฉ้อโกงประชาชน’ จากหลักฐานที่ถูกจัดฉากโดยกลุ่มอำนาจมืดในกรมตำรวจเอง ศิลาไม่ได้ร้องขอชีวิตหรืออิสรภาพ แต่สิ่งที่เขาถามธันวาในคืนนั้นคือ... *‘คุณเชื่อผมไหมธันวา ว่าสิ่งที่ผมเห็น... มันคือความจริงที่มนุษย์ต้องได้รับรู้?’* ธันวาไม่มีคำตอบให้ในตอนนั้น แต่ในนาทีนี้... เขาได้รับคำตอบจากจิตวิญญาณของตัวเองแล้ว “ถ้าการเป็นตำรวจที่ดีในความหมายของท่าน คือการนิ่งเฉยต่อความอยุติธรรมที่ซ่อนอยู่ในเงาของไสยเวท... ผมก็ขอเป็นตำรวจที่ไร้เกียรติในสายตาท่าน แต่มีเกียรติพอที่จะมองหน้าตัวเองในกระจกได้ทุกเช้าครับ” ธันวาปลดกระดุมเสื้อเครื่องแบบทีละเม็ดอย่างช้าๆ ทุกจังหวะคือการสลัดพันธนาการที่เขายึดติดมาตลอดชีวิต ก่อนจะวาง ‘ปืนประจำกาย’ และ ‘บัตรประจำตัว’ ลงบนโต๊ะไม้ตัวนั้น เสียงโลหะกระทบไม้ดังกังวานเป็นจังหวะสุดท้ายของชีวิตข้าราชการที่เขาทุ่มเทมาครึ่งชีวิต เขาก้าวเดินออกมาจากห้องโดยไม่หันกลับไปมอง ประตูห้องถูกปิดลงพร้อมกับการตัดขาดจากอดีตที่เขาเคยภาคภูมิใจ เบื้องนอกโถงทางเดินสถานีตำรวจ หมวดพิชชายืนรออยู่ด้วยสีหน้าวิตกกังวล เธอเห็นธันวาเดินออกมาด้วยใบหน้าที่สงบนิ่ง แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยประกายไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่ขวางหน้า “ธันวา... คุณทำอะไรลงไปคะ เอ๊ย! คุณทำอะไรลงไปครับ?” พิชชาหลุดปากถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แม้เธอจะพยายามเลียนแบบน้ำเสียงสุขุมของเขา แต่ความหวาดหวั่นก็ปิดไม่มิด “ผมแค่เลือกทางที่ถูกต้องในแบบของผมครับพิชชา” ธันวาหันมามองเธอ สายตาของเขาไม่ได้มีความเสียใจแม้แต่น้อย “ศิลาอยู่ที่ไหน?” “เขากำลังจะถูกย้ายไปห้องคุมขังพิเศษ... ที่นั่นไม่ใช่คุกธรรมดา แต่เป็นห้องที่พวกเขาสร้างขึ้นเพื่อกักขัง ‘ผู้มีสัมผัส’ โดยเฉพาะ พวกเขาจะทำการถอดถอนจิตวิญญาณศิลา เพื่อเอาความลับของดวงตานั่นไปใช้ประโยชน์ทางรัฐศาสตร์ครับ” คำพูดของพิชชาทำให้ธันวาชะงัก ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยโทสะไม่ใช่เพราะความโกรธแค้น แต่เป็นความสมเพชต่อระบบที่เขาเคยศรัทธา “พวกเขาไม่ได้ต้องการกำจัดศิลา... แต่ต้องการ ‘ขโมย’ ดวงตานั่น” ธันวากัดฟันแน่น “ใช่ครับ และผมแอบได้ยินมาว่า... คืนนี้ ‘ผู้ใหญ่’ ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดจะเดินทางมาที่ห้องคุมขังด้วยตัวเอง” ธันวาขยับเนคไทที่หลุดลุ่ยออก ก่อนจะหันไปสบตาพิชชาด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยว “ถ้าพวกเขาต้องการความมืด... เราก็จะมอบความตายให้พวกเขาเห็น” ทั้งสองก้าวเดินออกจากสถานีตำรวจท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา กระจกหน้าต่างสะท้อนภาพเงาของธันวาที่ไม่ได้ดูเหมือนนายตำรวจผู้เคร่งครัดอีกต่อไป แต่เป็นนักสู้ที่พร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องความลับที่โลกใบนี้ยังไม่พร้อมจะยอมรับ ทว่า ในขณะที่พวกเขาไปถึงลานจอดรถ แสงไฟจากรถยนต์คันหรูคันหนึ่งก็สาดส่องเข้ามาเบรกจอดตรงหน้า ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถ เขาคือคนที่ธันวาเคารพเหมือนพ่อคนที่สอง... รองผู้บัญชาการที่เขาเคยนับถือ “ก้าวต่อไปของเธอ คือความผิดฐานขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ธันวา... เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันไม่ได้มาเพื่อเจรจา” ชายวัยกลางคนชักปืนออกมา จ่อตรงมาที่หน้าอกของธันวาโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ในขณะที่ธันวากำลังจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อเผชิญหน้า เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นพร้อมข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานบนหน้าจอสมาร์ทโฟนที่เขาหยิบติดมือออกมาด้วย... *‘ระบบร่างทรงพยากรณ์: เงื่อนไขการปลดล็อกพลังระดับ SSS บรรลุผล — สละทิ้งเกียรติยศเพื่อความจริง ร่างกายของคุณกำลังจะกลายเป็นภาชนะรองรับจิตวิญญาณแห่งดวงตาที่สาม... คุณพร้อมจะแบกรับน้ำหนักของความตายที่จะเกิดขึ้นในอีก 60 วินาทีข้างหน้านี้หรือไม่?’* ธันวามองหน้าจอด้วยความว่างเปล่า ก่อนจะเหลือบไปเห็นเงาดำทมิฬที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นด้านหลังชายที่จ่อปืนใส่เขา... เงาที่ศิลาเคยเตือนว่ามันคือสิ่งที่จะกลืนกินโลกใบนี้ และมันกำลังยิ้มออกมาจากความมืดนั้นเอง ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดของตอนนี้ด้วยกันนะครับ - เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร่างทรงพยากรณ์กับนายตำรวจผู้ไร้สัมผัส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%