กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษโบราณและควันธูปจางๆ ในห้องเก็บแฟ้มคดีเก่า ไม่เคยช่วยให้ความรู้สึกหนักอึ้งในอกของศิลาเบาบางลงได้เลย
นิ้วเรียวยาวที่ผ่านการร้อยสายสิญจน์และสัมผัสมนต์พิธีกำลังพลิกแฟ้มคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสิบปีก่อนช้าๆ ทุกตัวอักษรในรายงานชันสูตร และทุกภาพถ่ายใบหน้าของผู้เคราะห์ร้าย สะท้อนเงาความจริงอันโหดร้ายที่เขาไม่อาจหลีกหนี ดวงตาที่สามที่ซ่อนอยู่หลังเปลือกตาเบื้องบนกำลังส่งเสียงกระซิบเตือนภัย... เสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง
"คุณกำลังคิดอะไรอยู่ ศิลา"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือความห่วงใยของ ร.ต.อ. ธันวา ดังขึ้นทำลายความเงียบ นายตำรวจหนุ่มวางแก้วกาแฟอุ่นลงบนโต๊ะไม้ใกล้ตัว ก่อนจะดึงเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม แววตาของธันวาคมกริบตามประชากรผู้เชื่อมั่นในตรรกะและหลักฐานเชิงประจักษ์ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความอ่อนโยนพิเศษที่มอบให้กับคู่คิดร่วมเป็นร่วมตายรายนี้เสมอ
ศิลาเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากเพื่อกลบเกลื่อนความกังวล "เปล่าครับ... แค่กำลังคิดว่า บางทีโชคชะตาก็ไม่ได้ใจดีกับคนที่พยายามฝืนมันสักเท่าไหร่"
ธันวาขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาถอนหายใจยาวก่อนจะใช้มือหนาตบลงบนโต๊ะเบาๆ เป็นจังหวะ "คุณมักจะแบกทุกอย่างไว้คนเดียวเสมอ ตั้งแต่เรื่องดวงตาที่สาม บันทึกโบราณนั่น จนถึงเงาของตระกูลที่คุณไม่อยากพูดถึง ลืมไปแล้วหรือครับว่าเราตกลงอะไรกันไว้... คดีนี้ไม่ใช่ภาระที่คุณต้องรับผิดชอบคนเดียว"
"ไม่ใช่แค่เรื่องคดีหรอกครับ ธันวา..." ศิลาหลุบตาลงมองฝ่ามือของตนเอง ที่บางครั้งมักจะมีรอยไอร้อนแปลกปลอมแผ่ออกมาโดยไร้สาเหตุ "คุณก็รู้ว่าพลังที่ผมใช้อยู่ มันไม่ใช่ของฟรี ทุกครั้งที่ดวงตานี้เปิดกว้างเพื่อมองหาความจริง อายุขัยหรือบางสิ่งในตัวผมกำลังถูกแลกเปลี่ยนไป... ถ้าวันหนึ่งผมกลายเป็นภัยขึ้นมาจริงๆ คุณจะทำอย่างไร?"
ประโยคคำถามนั้นทำเอาบรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที หมวดพิชชาที่เพิ่งเดินถือซองพยานวัตถุเข้ามาถึงกับชะงักฝีเท้า เธอมองหน้าทั้งสองคนสลับกันด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ก่อนจะวางซองเอกสารลงบนโต๊ะด้วยความระมัดระวัง
"ฉันเพิ่งตรวจสอบคราบเขม่าในที่เกิดเหตุล่าสุด..." พิชชาเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทแต่แฝงด้วยความกังวล "ผลทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันชัดเจนว่า สารพิษที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมนั้น เป็นสูตรเดียวกับที่ใช้ในคดีเมื่อสิบปีก่อน... และที่สำคัญที่สุด ดีเอ็นเอที่พบใต้เล็บของเหยื่อ ตรงกับฐานข้อมูลบุคคลสูญหาย ซึ่งก็คือ... บิดาแท้ๆ ของคุณเอง ศิลา"
ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางห้องทำงาน ร่างของศิลาชะงักค้าง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความทรงจำในวัยเด็กที่เคยเลือนรางกลับพรั่งพรูเข้ามาในหัวสมองราวกับเขื่อนแตก ทุกอย่างถูกเชื่อมโยงเข้าหากันอย่างเป็นระบบด้วยความโหดร้ายของโชคชะตา ชาติกำเนิดที่เขาพยายามหนีมาตลอด บัดนี้ได้กางกรงเล็บเข้ามารัดตรึงเขาไว้จนแน่นหนา
ธันวาขยับตัวเข้ามาใกล้โดยไม่ลังเล มือแกร่งเอื้อมไปกุมไหล่ของศิลาไว้แน่น ถ่ายทอดความอบอุ่นและมั่นคงผ่านสัมผัส เพื่อดึงสติชายหนุ่มกลับมาจากหลุมดำแห่งความทรงจำ "ตั้งสติไว้ศิลา ไม่ว่าอดีตของคุณจะเป็นอย่างไร หรือตระกูลของคุณเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แค่ไหน... ตอนนี้เรากำลังสืบสวนฐานะตำรวจและผู้ร่วมทาง ผมอยู่ตรงนี้กับคุณเสมอ"
ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึก ความอบอุ่นจากมือของธันวาช่วยบรรเทาความหนาบเหน็บในอกลงได้บ้าง เขายกยิ้มขึ้นอีกครั้ง แม้จะฝืดเคือนแต่ก็เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ดวงตาที่สามใต้ผิวหนังเริ่มสั่นระริกราวกับตอบรับการตัดสินใจครั้งสำคัญ
"ขอบคุณครับ ธันวา... พิชชา" ศิลาเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น "ถ้าชะตากรรมกำหนดให้ผมต้องเป็นผู้ปิดฉากเรื่องราวทั้งหมดนี้ด้วยมือของตัวเอง ผมก็พร้อมจะแบกมันไว้... แม้ว่าปลายทางจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม"
ทว่า ในวินาทีที่ความมุ่งมั่นฉายชัดขึ้นในแววตานั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากอุปกรณ์สื่อสารพิเศษที่หมวดพิชชาพกติดตัวไว้ก็ดังขึ้นอย่างแหลมคม เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่ไม่ได้ยินมานานนับปี บ่งบอกถึงการบุกรุกพื้นที่ควบคุมพิเศษ
พิชชาหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาดู หน้าจอแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดรอบอาคารที่กำลังถูกตัดสัญญาณทีละจุด และภาพสุดท้ายก่อนที่สัญญาณจะดับลง คือเงาร่างของใครบางคนในชุดคลุมโบราณกำลังยืนจ้องมองตรงมาที่เลนส์กล้อง... รอยยิ้มบนใบหน้าของคนผู้นั้น ส่งตรงมายังห้องที่พวกเขากำลังยืนอยู่ราวกับรู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่
ธันวาชักอาวุธประจำกายออกมาจากซองพ่วงข้างอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ตื่นตัวเต็มที่ "มันไม่ได้มาเพื่อซ่อนตัว... แต่มมันมาเพื่อต้อนพวกเราเข้ามุม"
ศิลาก้าวเท้าไปยืนขนาบข้างธันวา ไอร้อนจากพลังในกายแผ่พุ่งออกมาปกป้องรอบตัว "ไม่ใช่แค่ต้อนหรอกครับ... แต่เขากำลังรอให้ผมเดินไปหาต่างหาก"
ประตูไม้บานใหญ่ของห้องเก็บแฟ้มคดีถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยพลังงานไร้ลักษณ์ แรงลมโกรกกระโชกจนเอกสารกระจัดกระจายไปทั่วห้อง ท่ามกลางความมืดที่คืบคลานเข้ามาจากทางเดิน ร่างสูงโปร่งของชายปริศนาก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ลูกชายผู้หลงทาง"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดของตอนนี้ด้วยกันนะครับ - เข็มทิศมองวิญญาณ
ร่างทรงพยากรณ์กับนายตำรวจผู้ไร้สัมผัส•ตอนที่ 23
ศิลาผู้โดดเดี่ยว
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร่างทรงพยากรณ์กับนายตำรวจผู้ไร้สัมผัส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!