กลิ่นไอของฟอร์มาลีนและคราบเลือดแห้งกรังคละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ ร.ต.อ. ธันวา ใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมตามขมับ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องพักสี่เหลี่ยมแคบๆ บนอพาร์ตเมนต์เก่าใจกลางกรุง สภาพศพของเหยื่อสาวรายล่าสุดในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องถูกพบในท่าทางที่บิดเบี้ยวอย่างไร้มนุษยธรรม กระดูกสันหลังหักผิดรูปราวกับถูกแรงมหาศาลบิดจากภายใน แต่วัตถุที่สะดุดตาที่สุดในที่เกิดเหตุ กลับไม่ใช่ร่องรอยการต่อสู้ หรือรอยนิ้วมือของฆาตกร
กลางห้อง... บนพื้นปูนซีเมนต์เปลือย มีธูปหอมสีดำสนิทสามดอกปักกลับหัว และเศษกระดาษยันต์สีเหลืองซีดที่ถูกเผาไหม้จนเกือบหมดสิ้น กลิ่นอายของความอัปมงคลบางอย่างลอยอบอวลจนขนหัวลุก
"สารวัตรครับ ทีมพิสูจน์หลักฐานเก็บคราบเขม่าและรอยนิ้วมือรอบๆ จุดเกิดเหตุหมดแล้วครับ แต่... ผลตรวจทางเคมีแปลกมากครับ" หมวดพิชชาเดินเข้ามาสมทบ ใบหน้าของเธอฉายแววเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดในมือถือแฟ้มเอกสารรายงาน
ธันวาหันไปมองลูกน้องสาว "แปลกยังไง หมวดพิชชา?"
"ไม่มีร่องรอยการบุกรุก หน้าต่างและประตูลงกลอนจากด้านใน ไม่มีดีเอ็นเอของบุคคลอื่นนอกจากผู้ตาย แต่ที่น่าสนใจคือ... บริเวณเศษกระดาษยันต์ที่ไหม้ไฟ มีร่องรอยการใช้พลังงานความร้อนสูงเฉียบพลันราวกับถูกเผาด้วยฟิวส์ไฟฟ้าแรงสูง ทั้งที่ในห้องไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทนั้นเลยครับ" พิชชารายงานด้วยน้ำเสียงจริงจัง พลางขยับแว่นสายตา
ธันวาแค่นเสียงในลำคอ ดวงตาฉายแววดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง "พลังงานความร้อนสูงอะไรกัน หมวดพิชชา? มันก็แค่ลูกไม้ตบตาของพวกต้มตุ๋นที่หากินกับความงมงายของชาวบ้าน อยากทำให้คดีมันดูซับซ้อนซ่อนเงื่อน เพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยทางวิทยาศาสตร์มากกว่า"
"แต่ว่านะสารวัตร..." พิชชาลังเลเล็กน้อย "หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์บางอย่างมันอธิบายไม่ได้จริงๆ ว่าทำไมกระดูกซี่โครงของเหยื่อถึงแหลกละเอียดจากภายในโดยไม่มีร่องรอยการถูกทุบตีภายนอก"
"ทุกอย่างบนโลกนี้มีคำอธิบายทางตรรกะเสมอ หมวด" ธันวาตัดบทด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ปมในอดีตเมื่อครั้งที่มารดาต้องจบชีวิตลงเพราะความเชื่อเรื่องพิธีกรรมปัดรังควานยังคงกรีดลึกอยู่ในใจ ทุกครั้งที่เขาเห็นสิ่งเหล่านี้ มันคือเครื่องเตือนใจถึงความอ่อนแอของมนุษย์ที่พึ่งพาแต่สิ่งที่มองไม่เห็น แทนที่จะใช้สติปัญญาและหลักฐานเชิงประจักษ์
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบจากทางประตูก็ขัดจังหวะการสนทนาของทั้งคู่
ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบง่ายก้าวเข้ามาในห้องสืบสวน กลิ่นจางๆ ของไม้จันทน์หอมโชยมาแตะจมูก ศิลาหยุดยืนอยู่ตรงข้ามกับร่างไร้วิญญาณ ดวงตาคมปลาบสีดำสนิทมองสำรวจสภาพศพแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตามาสบตากับนายตำรวจหนุ่มผู้เต็มไปด้วยรังสีแห่งความเกรี้ยวกราด
"คุณไม่ควรเข้ามาในพื้นที่เกิดเหตุ" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำ ก้าวเข้าไปขวางหน้าชายหนุ่มทันที "ที่นี่ไม่ใช่เวทีแสดงปาินิหารของหมอผี เชิญออกไปซะ"
ศิลาไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายังคงรักษาความสงบเยือกเย็นเอาไว้ได้อย่างน่าประหลาด มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ไร้ซึ่งความขบขัน "ความโกรธเกรี้ยวของคุณไม่ได้ช่วยให้วิญญาณที่กำลังเร่ร่อนสงบลงได้หรอกครับ... ร.ต.อ. ธันวา และที่สำคัญ ความเกลียดชังที่คุณมีต่อความเชื่อ มันกำลังปิดกั้น 'ความจริง' ที่ซ่อนอยู่ใต้พรม"
"นายพูดถึงเรื่องอะไร?" ธันวาขบกรามแน่น กำปั้นทั้งสองข้างกำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน ความเย่อหยิ่งและคำพูดที่ราวกับอ่านใจคนอื่นได้ทำให้ความอดทนของเขาขาดผึ่ง "อย่ามาทำเป็นอวดรู้เรื่องคดีของฉัน ออกไปจากที่นี่ก่อนที่ฉันจะข้อหาบุกรุกและขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่!"
ศิลาถอนหายใจเบาๆ สายตาคมก้มมองลงที่พื้น บริเวณที่ธูปสีดำปักอยู่ "คุณมองเห็นแค่เศษกระดาษไหม้เกรียมกับกลิ่นเหม็นเน่า แต่คุณมองไม่เห็น 'รอยเท้า' ของสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติที่กำลังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของกฎหมายที่คุณศรัทธาเลยสักนิด"
"พอได้แล้ว!" ธันวาพุ่งเข้าไปคว้าปกเสื้อของศิลาด้วยความบันดาลโทสะ แต่ยังไม่ทันที่มือจะสัมผัสเนื้อผ้า ศิลากลับยกมือขึ้นแตะที่ข้อมือของเขาเบาๆ
สัมผัสรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ พลุ่งพล่านขึ้นจากผิวหนังสู่ฝ่ามือของธันวา จนตำรวจหนุ่มต้องชะงักและสะบัดมือออกด้วยความตกใจ ดวงตาของศิลาในเสี้ยววินาทีนั้นเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้ประกายแสง ราวกับหลุมดำที่ดูดกลืนทุกสรรพสิ่ง
"ระวังตัวด้วยนะครับสารวัตร..." ศิลาเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในโสตประสาท "เพราะฆาตกรไม่ได้มีตัวตนแค่ในโลกมนุษย์... และเป้าหมายต่อไปของมัน กำลังจ้องมองมาที่เราสองคนแล้ว"
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นอย่างฉับพลัน ราวกับอุณหภูมิลดลงหลายองศาเซลเซียสในพริบตา พิชชาที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆ ถึงกับสูดหายใจเข้าลึกด้วยความหวาดหวั่น
ก่อนที่ธันวาจะทันได้เอ่ยปากโต้
เสียงวิทยุสื่อสารสีดำเหน็บเอวของหมวดพิชชาส่งเสียงกรีดร้องแทรกซื่นด้วยคลื่นสัญญาณรบกวนดัง *ซ่า...* ก่อนที่เสียงปลายสายจะรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
*"ศูนย์ควบคุม... เกิดเหตุฉุกเฉิน! ศพที่ห้องเก็บศพโรงพยาบาล... ศพของเหยื่อรายแรก... มันลุกขึ้นมาเดินได้เองครับ!"*
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมิดนี้นะครับ
— เข็มทิศมองวิญญาณ
ร่างทรงพยากรณ์กับนายตำรวจผู้ไร้สัมผัส•ตอนที่ 2
จุดตัดของสองโลก
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร่างทรงพยากรณ์กับนายตำรวจผู้ไร้สัมผัส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!