กลิ่นอายความอับชื้นของคุกใต้ดินเขตปกครองพิเศษลอยคละคลุ้ง ผสมปนเปไปกับกลิ่นคาวสนิมของเหล็กและหยดน้ำที่ซึมผ่านผนังหินศิลาแลง เสียงรองเท้าบูทหนังกระทบพื้นทางเดินดังสะท้อนก้องกังวานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของผู้รุกรานที่กำลังตื่นตระหนก แต่เป็นเสียงย่างก้าวของบุรุษผู้ถือไพ่เหนือกว่าในทุกสถานการณ์
ไอแซคหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าประตูห้องขังเวทมนตร์ ภายในกรงขังอาคมระดับสูงนั้น ร่างของลูมิน่ายังคงคุกเข่าสงบนิ่ง แสงสีฟ้าอ่อนจากอักขระผนึกสะท้อนลงบนเรือนผมสีเงินยวงของเธอ ดวงตาคู่สวยที่เคยไร้ประกายและว่างเปล่า บัดนี้กลับเงยขึ้นสบตากับเขาด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าคนทั่วไปจะเข้าใจ
"คุณไม่จำเป็นต้องลงมาด้วยตัวเองในที่สกปรกแบบนี้หรอกครับ... นายท่าน" เสียงหวานเอ่ยขึ้นเบาๆ ทว่าชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน
ไอแซคไม่ตอบทันที เขายื่นมือไปสัมผัสกับม่านพลังเวทที่กั้นขวางอยู่ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส อักขระโบราณนับพันก็แตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองในพริบตา ความสามารถในการทำลายล้างระบบเวทมนตร์ด้วยมือเปล่ายังคงสร้างความตื่นตะลึงให้แก่ผู้พบเห็นเสมอ แม้แต่ลูมิน่าเองที่เคยเห็นมาแล้วหลายครั้ง ก็ยังอดไม่ได้ที่จะกลั้นหายใจด้วยความรู้สึกเทิดทูนในหัวใจ
"ที่นี่สกปรกจริงอย่างที่เธอว่า" ไอแซคเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นชาตามแบบฉบับของเขา "แต่ถ้าฉันไม่มาเอาตัวคนที่ฉลาดที่สุดในกิลด์ออกไป ปล่อยไว้คงเสียของเปล่าๆ ลุกขึ้นเถอะ ลูมิน่า เรามีเรื่องต้องคุยกัน"
ลูมิน่ายันกายลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม เธอปัดฝุ่นตามอาภรณ์เล็กน้อยก่อนจะก้าวเดินเคียงข้างเขาอย่างนอบน้อม แม้สถานะในตอนนี้พวกเขาจะตกเป็นเป้าหมายของขั้วอำนาจใหญ่ทั่วทั้งทวีป แต่บรรยากาศรอบตัวของทั้งคู่กลับเต็มไปด้วยความมั่นใจที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางทาง
ทั้งคู่เดินลัดเลาะขึ้นมาจนถึงห้องรับรองส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของหอคอยวิจัย แสงจันทร์สาดส่องผ่านกระจกสีบานใหญ่ ทอดเงาทับถมลงบนโต๊ะทำงานไม้โบราณ ไอแซครินชาร้อนลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบอย่างใจเย็น ก่อนจะเลื่อนมันไปตรงหน้าหญิงสาว
"ความเงียบของเธอในห้องสอบสวนเมื่อตอนบ่าย... น่าสนใจดีนี่" ไอแซทเปิดประเด็นขึ้นโดยไม่ละสายตาจากถ้วยชา "ทำไมนายหญิงแห่งกิลด์ดาบดาราถึงยอมให้คนพวกนั้นจับตัวมาแต่โดยดี ทั้งที่พลังของเธอสามารถกวาดล้างสถานที่นั้นได้ภายในดาบเดียว"
ลูมิน่ายกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ไออุ่นลอยขึ้นมาบังใบหน้าเรียบเนียนชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะวางลงและเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ แววตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อย—ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นเพราะคลื่นอารมณ์ที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน
"เพราะฉันรอคอย..." เสียงของเธอแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึก "นายท่าน... คุณคงไม่รู้หรอกว่าโลกใบนี้มันน่าเบื่อแค่ไหนสำหรับคนที่มีพลังแต่ไร้จุดหมาย"
ไอแซคเลิกคิ้วเล็กน้อยเชิงรับฟัง
"ฉันเคยยืนอยู่บนจุดสูงสุด เคยเป็นคนที่ใครๆ ก็ก้มหัวให้ แต่สิ่งที่ฉันพบเจอมีเพียงความเสแสร้ง การหักหลัง และระบบที่เน่าเฟะที่ถูกสร้างขึ้นโดยพวกโง่เขลา..." ลูมิน่าเผยรอยยิ้มขมขื่นที่หาดูได้ยาก "จนกระทั่งวันที่ฉันได้เห็นคุณ... วันที่คุณฉีกกระชากกฎของระบบเวทมนตร์ทิ้งอย่างไร้ความปรานี วันที่คุณใช้มือเปล่าบดขยี้ความหยิ่งทะนงของพวกสภาสูงจนไม่เหลือชิ้นดี"
เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินอ้อมมาคุกเข่าลงเบื้องหน้าไอแซคอีกครั้ง มือเรียวบางเอื้อมขึ้นสัมผัสชายเสื้อคลุมของเขาอย่างทะนุถนอม ราวกับกำลังสัมผัสสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เธอศรัทธาสุดหัวใจ
"ในวินาทีนั้น ฉันรู้ทันทีว่าคุณไม่ใช่แค่จอมเวทแข็งแกร่งทั่วไป... แต่คุณคือผู้ที่จะทำลายโลกใบเก่าและสร้างระเบียบใหม่ขึ้นมา" ลูมิน่าเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยหยาดน้ำตาคลอเบ้าที่เต็มไปด้วยความภักดีอันบริสุทธิ์ "ฉันยอมถูกจับ ยยอมสูญเสียทุกอย่าง ก็เพื่อให้คุณได้เห็นว่า... ในวันที่โลกทั้งใบหันหลังให้คุณ ยังมีผู้หญิงคนนี้ที่พร้อมจะถวายวิญญาณและคมดาบทั้งหมดให้คุณใช้งาน... ได้โปรด ให้ฉันได้อยู่เคียงข้างเพื่อมองดูวันที่คุณเหยียบย่ำบัลลังก์ของพวกมันด้วยเถอะค่ะ... เอ้ย... ด้วยเถอะครับ" (เธอเผลอหลุดยิ้มออกมาเมื่อแก้คำพูดให้ถูกต้องตามความประสงค์ของเขา)
ไอแซคมองหญิงสาวเบื้องหน้า แววตาที่เคยไร้ระลอกคลื่นฉายแววอ่อนลงชั่วพริบตา เขาเอื้อมมือไปวางบนเรือนผมสีเงินยวงแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นและเด็ดเดี่ยวทำให้ลูมิน่ายิ่งก้มศีรษะชิดกับหลังมือของเขามากขึ้น
"เธอคิดถูกแล้วที่เลือกฉัน ลูมิน่า" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความมั่นใจอันเปี่ยมล้น "เพราะหลังจากคืนนี้เป็นต้นไป... คนพวกนั้นจะต้องชดใช้ด้วยความสิ้นหวังที่แม้แต่ความตายก็ยังปรานีเกินไปสำหรับพวกมัน"
ทันใดนั้น บรรยากาศภายในห้องก็เปลี่ยนไปฉับพลัน!
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจากชั้นล่างดังขึ้นสะเทือนเลื่อนลั่น แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นละอองจากเพดานร่วงหล่นลงมา ประตูห้องรับรองถูกกระแทกเปิดออกอย่างรุนแรงโดยฝีมือของเงาสลับซับซ้อนหลายสิบสายที่พุ่งเข้ามาล้อมรอบพวกเขาทั้งคู่ในพริบตา
"เจอตัวแล้ว! ไอแซค แกหนีไม่ thoát หรอก!" เสียงตะโกนก้องด้วยความโกรธเกรี้ยวของแม่ทัพแห่งสภาเวทมนตร์ดังขึ้น พร้อมกับแรงกดดันระดับมหาศาลที่กดทับลงมาจนอากาศแทบหายใจไม่ออก
ทว่า ไอแซคกลับไม่แม้แต่จะชายตามองผู้บุกรุกเหล่านั้น เขายังคงนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ พลางยกสมาร์ทโฟนเวทมนตร์สีดำสนิทขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
"มาได้เวลาก่อนเวลาเสียจริง..." ไอแซคพึมพำเบาๆ ก่อนจะกดปุ่มยืนยันการทำธุรกรรมบนหน้าจอสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ เสียงระบบแจ้งเตือนยอดเงินคงเหลือในบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดดังขึ้นชัดเจนในความเงียบ
*[ทำ1รายการชำระเงินสำเร็จ: ซื้อกิจการทั้งหมดของ 'สภาเวทมนตร์แห่งอาณาจักร' เป็นจำนวนเงิน 999,999,999,999 เหรียญทอง]*
ดวงตาของเหล่าแม่ทัพและทหารองครักษ์ที่กำลังพุ่งเข้ามาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อจู่ๆ ตราสัญลักษณ์ประจำตัวของพวกมันบนเสื้อเกราะก็เปล่งแสงสีแดงฉาน และสลายกลายเป็นฝุ่นผงไปต่อหน้าต่อตา!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดุเดือดนี้ร่วมกันครับ
- จอมเวทไร้นาม -
จักรพรรดิเวทมนตร์ไร้คลาสกับผู้ช่วยสาวสายซัพพอร์ตระดับตำนาน•ตอนที่ 11
ความจงรักภักดี
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิเวทมนตร์ไร้คลาสกับผู้ช่วยสาวสายซัพพอร์ตระดับตำนาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!