"ใบลาออกจากตำแหน่งหัวหน้ากิลด์และตราสัญลักษณ์ตระกูล... วางไว้ตรงนั้นเถอะครับ มันไม่ได้มีค่าพอให้คุณต้องเสียเวลาอธิบายอะไรยืดยาวกับคนพวกนั้นหรอก"
เสียงทุ้มต่ำแต่เรียบนิ่งของไอแซคดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโถงกิตติมศักดิ์ของสมาคมนักผจญภัย แรงกดดันจากเวทมนตร์ไร้คลาสที่แผ่ออกมาเบาบางราวกับละอองหมอก แต่กลับทำให้เหล่าผู้อยู่ในห้องถึงกับหายใจติดขัด เหงื่อกาฬไหลซึมตามกรอบหน้าของบรรดาขุนนางและผู้บริหารระดับสูง
ลูมิน่ายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะประชุมหินอ่อน ภายในมือของเธอกำตราสัญลักษณ์รูปมังกรเงิน—สิ่งที่เป็นตัวแทนของเกียรติยศ อำนาจ และสายเลือดขุนนางชั้นสูงที่ตระกูลของเธอสั่งสมมาหลายร้อยปี ดวงตาสสีนิลคู่สวยไม่ได้ทอดมองไปยังญาติสนิทมิตรสหายที่กำลังส่งเสียงโวยวายด้วยความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย สายตาของเธอจับจ้องเพียงแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มผู้ยืนกอดอกหันหลังให้อยู่ตรงประตู
"ลูมิน่า! เจ้าเสียสติไปแล้วหรือไง!" เสียงตะคอกของดยุกบารอน ลุงแท้ๆ ของเธอ ดังลั่นห้องด้วยความโกรธเกรี้ยว "นั่นมันสัญลักษณ์แห่งตระกูลคาร์ราด้า! เจ้ากล้าดียังไงถึงจะสละมันทิ้งเพื่อเดินตามสามัญชนไร้คลาสที่แม้แต่เวทมนตร์พื้นฐานยังใช้ไม่ได้เนี่ยนะ!"
ความวุ่นวายแผ่ขยายเป็นวงกว้าง บรรดาขุนนางรอบโต๊ะต่างพากันซุบซิบและส่งสายตาดูถูกเหยียดหยามมายังไอแซค พวกเขาต่างหัวเราะเยาะในความไร้เดียงสาของอดีตกิลด์มาสเตอร์ผู้เคยค้ำจุนอาณาจักร แต่กลับเลือกอนาคตอันมืดมนด้วยการผูกติดชีวิตไว้กับคนไร้ค่า
ไอแซคไม่ได้หันกลับไปมอง พวกเขาไม่เข้าใจ... และไม่มีวันเข้าใจว่าโลกที่พวกเขากำลังยืนอยู่มันจอมปลอมแค่ไหน ระบบที่ค้ำจุนอำนาจของพวกเขาก็เป็นเพียงแค่ตัวเลขที่ถูกเขียนขึ้นโดยเบื้องบน ซึ่งเขาสามารถลบมันทิ้งได้ด้วยปลายนิ้ว
"ไร้ค่าอย่างนั้นหรือครับ..." ไอแซคพึมพำเบาๆ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ท่านลุงครับ..." เสียงของลูมิน่าดังขึ้นแทรกความวุ่นวาย น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ ทั้งสิ้น เธอวางตราสัญลักษณ์ตระกูลลงบนโต๊ะหินอ่อนเสียงดัง *กริ๊ก* ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับทุกคนด้วยแววตาที่เยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็ง "สิ่งที่ท่านเรียกว่าเกียรติยศและตระกูล... มันก็แค่กรงขังที่เต็มไปด้วยความเน่าเฟื่องและผลประโยชน์จอมปลอม ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันทำเพื่อตระกูลนี้มามากพอแล้ว และตอนนี้... ฉันเลือกทางเดินของฉันเอง"
"เจ้าอกตัญญู! ถ้าเจ้าก้าวพ้นประตูบานนั้นออกไป เจ้าจะไม่เหลืออะไรเลยแม้แต่แดงเดียว!" ดยุกบารอนชี้หน้าเธอด้วยความโมโหจนตัวสั่น
ลูมิน่าไม่ตอบคำถามนั้น เธอก้าวเดินผ่านร่างของเหล่าญาติผู้พี่และขุนนางที่พากันถอยร่นด้วยความหวาดกลัวในรัศมีเยือกเย็นที่เธอแผ่ออกมา รองเท้าบูทหนังกระทบพื้นหินเป็นจังหวะหนักแน่น ทุกย่างก้าวคือการตัดขาดจากอดีต และทุกย่างก้าวคือการมุ่งตรงไปสู่อนาคตที่เธอปรารถนา
เธอเดินมาหยุดยืนเคียงข้างไอแซค ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองแทบจะแนบชิด ลูมิน่าเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่สูงกว่าเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยที่เคยว่างเปล่า บัดนี้กลับทอประกายแห่งความภักดีและความเชื่อมั่นอย่างล้นพ้น เธอรู้ดีว่าโลกใบนี้กำลังจะเปลี่ยนไป และคนที่ถือหางเสือแห่งการเปลี่ยนแปลงนั้น ก็ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว
"ฉันพร้อมแล้วค่ะ... นายท่าน" ลูมิน่าเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและจงรักภักดีอย่างที่สุด ซึ่งมีเพียงเขาสองคนเท่านั้นที่ได้ยิน
ไอแซคหันกลับมามองเธอ แววตาที่เย็นชาคู่นั้นอ่อนลงชั่วพริบตา เขายกมือขึ้นสัมผัสกลุ่มผมนุ่มของเธอเบาๆ เป็นเชิงยอมรับ ก่อนจะปรายตามองไปยังเหล่าขุนนางที่ยังคงส่งเสียงขับไล่ไสส่งอยู่ด้านหลัง
"ในเมื่อพวกคุณอยากให้เธอก้าวออกไปมือเปล่า..." ไอแซคกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่กลับทรงพลังจนกดทับทุกคนให้เงียบกริบในทันที "งั้นผมคงต้องแสดงให้เห็นความจริงข้อหนึ่ง... ว่าสิ่งที่พวกคุณคิดว่ายิ่งใหญ่และค้ำจุนอำนาจไว้น่ะ มันแท้จริงแล้วมีมูลค่าเท่าไหร่ในสายตาของผม"
ปลายนิ้วเรียวยาวของไอแซคหยิบการ์ดสีดำสนิทไร้ลวดลาย—บัตรเครดิตระดับจักรพรรดิที่ไม่มีวงเงินจำกัดและมีเพียงบุคคลระดับตำนานสามคนในโลกเท่านั้นที่ครอบครอง—ออกมาจากกระเป๋าเสื้ออย่างไม่รีบร้อน
เขาสะบัดปลายนิ้วเบาๆ การ์ดสีดำลอยเคว้งกลางอากาศก่อนจะตกลงบนโต๊ะประชุมหินอ่อนต่อหน้าต่อทดyุกบารอน เสียงโลหะกระทบหินดังชัดเจนในความเงียบ
"นี่คืออะไร? คิดจะเอาเศษกระดาษมาอวดรวยรึไงไอ้สามัญชน!" ดยุกบารอนแค่นหัวเราะด้วยความดูถูก
ไอแซคไม่ได้โต้เถียง เขากดสมาร์ทโฟนเวทมนตร์ในมือเพื่อเชื่อมต่อระบบการเงินของอาณาจักร หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับข้อความยืนยันการทำธุรกรรมขนาดมหึมา
"ผมไม่ได้เอาเศษกระดาษมา... แต่ผมกำลังจะซื้อ 'อาณาจักรนี้' ทั้งหมดต่างหาก"
สิ้นคำพูดของไอแซค หน้าจอสีฟ้าก็แสดงตัวเลขยอดเงินคงเหลือที่ยาวเหยียดจนนับไม่ถ้วน และพริบตาถัดมา... เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางของสมาคมการค้าและราชสำนักก็ดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งอาคาร บ่งบอกว่าที่ดิน ทรัพย์สิน และกิจการทั้งหมดของตระกูลคาร์ราด้า ได้ถูกโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของ "ไอแซค" เรียบร้อยแล้วในเวลาเพียงสามวินาที
ใบหน้าของดยุกบารอนและเหล่าขุนนางซีดเผือดจนกลายเป็นสีขาวโพลน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่เมื่อตระหนักได้ว่า พวกเขาได้กลายเป็นยาจกไร้แผ่นดินซุกหัวนอนในพริบตาเดียว
ไอแซคหันหลังให้ภาพความพังทลายนั้นอย่างไร้ความเยื่อใย เขายื่นมือออกไปหาหญิงสาวข้างกาย
"ไปกันเถอะครับ ลูมิน่า"
ลูมิน่าแย้มรอยยิ้มงดงามที่สุดในชีวิตของเธอออกมาเป็นครั้งแรก เธอยื่นมือเรียวเล็กไปวางบนฝ่ามืออุ่นของเขาอย่างมั่น
ทว่า ในวินาทีที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเท้าเดินออกจากห้องโถงนั้นเอง เสียงฝีเท้าจำนวนมากนับร้อยคู่ก็ดังสนั่นก้องมาจากระเบียงด้านนอก พร้อมกับการปรากฏตัวของกองกำลังอัศวินหลวงเกราะทองคำนับร้อยคนที่ยกพลเข้ามาปิดล้อมทางออกทุกด้านอย่างแน่นหนา
ประตูกระจกบานใหญ่ด้านหน้าถูกกระแทกให้เปิดออกอย่างรุนแรง ร่างของบุคคลในชุดคลุมนักเวทชั้นสูงก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก
"คิดว่าจะเดินออกไปได้ง่ายๆ งั้นรึ ไอแซค... แกบังอาจทำลายรากฐานของอาณาจักร วันนี้ไม่มีทางที่แกจะได้ออกไปจากที่นี่ทั้งเป็น!"
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับเราใน1บรรทัดนี้เสมอนะครับ!
จักรพรรดิเวทมนตร์ไร้คลาสกับผู้ช่วยสาวสายซัพพอร์ตระดับตำนาน•ตอนที่ 5
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิเวทมนตร์ไร้คลาสกับผู้ช่วยสาวสายซัพพอร์ตระดับตำนาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!