"ถ้าเท้าข้างนั้นก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาอีกเพียงมิลลิเมตรเดียว... ฉันไม่รับรองนะคะว่าน้ำในกะละมังนี้จะสาดไปโดนรองเท้าหนังราคาแพงของใครเข้า!"
ซุ่มเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุกดังขึ้นตัดหน้าพายุอารมณ์ที่กำลังจะโหมกระหน่ำ ดวงตาคู่คมกริบของหลินว่านหลินตวัดมองร่างท้วมของแม่สามีอย่างไม่เกรงกลัว ในมือของฉันเวลานี้ไม่ได้ถือไม้เรียวหรืออาวุธใดๆ มีเพียงกะละมังไม้ใส่วัตถุดิบและรอยยิ้มมุมปากที่ฉาบไว้ด้วยความเย้ยหยัน ท่าทีที่เปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหวทำให้เหมยฮวา แม่สามีผู้กำลังอ้าปากเตรียมจะแผדเสียงด่าทอถึงกับชะงักกึก ใบหน้าย่นๆ บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกสะใภ้ตัวแสบหักหน้ากลางอากาศ
"นัง... นังว่านหลิน! แกกล้าดียังไงมาพูดจาต่ำทรามกับฉันแบบนี้! นี่แกกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหนถึงกล้าต่อปากต่อคำกับแม่สามี หา!" เหมยฮวาแผดเสียงลั่นจนบ้านไม้เก่าๆ แทบสะเทือน สองมือเท้าสะเอว ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโมโหสะสม ตั้งแต่แต่งเข้ามาหลินว่านหลินคนเก่าเอาแต่ผลาญเงินและนอนอืดเป็นหมูตอนให้เธอคอยด่าทอ วันนี้กลับกล้าใช้สายตาคมปลาบมองเธอกลับราวกับเธอบาปหนาเสียเอง
"ต่ำทรามหรือคะ? ฉันยังไม่ได้พูดคำหยาบสักคำ แต่ถ้าคุณแม่ยังยืนโวยวายเสียงดังรบกวนชาวบ้านเขา... เกรงว่าวันนี้นอกจากจะไม่ได้กินน้ำชาต้อนรับลูกสะใภ้แล้ว อาจจะได้กินน้ำล้างเท้าแทนนะคะ" ฉันวางกะละมังลงบนโต๊ะไม้เสียงดังปัง! ก่อนจะปัดมือเบาๆ แล้วก้าวเท้าเข้าไปประชิดร่างที่กำลังสั่นเทาด้วยความโกรธของแม่สามีอย่างไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรี ร่างอวบอิ่มไม่ได้ดูน่าสมเพชเหมือนวันวาน แต่กลับแผ่รังสีความน่าเกรงขามบางอย่างออกมาจนเหมยฮวาเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังตึงเครียดจนแทบระเบิด ลู่จินหยูที่เพิ่งเดินตามหลังมารีบก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างผู้เป็นแม่กับภรรยา ดวงตาสีนิลคมกริบมองสลับไปมาระหว่างสองสาวด้วยความเคร่งเครียด หัวคิ้วหนาย่นเข้าหากันจนแทบผูกเป็นปม
"แม่ครับ พอแค่นี้เถอะครับ ว่านหลินเขากำลังทำอาหารอยู่... อย่าเพิ่งหาเรื่องกันเลย" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยปรามอย่างเหนื่อยหน่าย ชายหนุ่มส่งสายตาเชิงตำหนิมาให้ฉันแวบหนึ่ง แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตที่ฉายแววท้าทายและเต็มไปด้วยความมั่นใจ เขาก็ต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีด้วยความรู้สึกประหลาดลึกในอก... วันนี้ภรรยาของเขาดูแปลกไปจริงๆ ไม่มีความขี้ขลาดตาขาวหรือความงี่เง่าหลงเหลืออยู่เลย
"ฮึ! ทำอาหารงั้นรึ? บ้านนี้จะอดตายอยู่รำไรอยู่แล้ว เอาเงินไปผลาญกับอีตาชู้หน้าตัวเมียนั่นจนหมดเกลี้ยง ยังจะมีหน้ามาทำอาหารอะไรกินอีก!" เหมยฮวายังคงไม่ยอมลดละ เธอชี้หน้าฉันด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทา ก่อนจะเหลือบมองไปรอบห้องครัวที่สะอาดสะอ้านผิดหูผิดตา "แกเอาเงินที่ไหนมาซื้อของพวกนี้ หักหลังลูกชายฉันแอบซ่อนเงินไว้อีกใช่ไหม นังงูพิษ!"
ฉันแค่น้ำเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ "หึ... เงินที่ฉันใช้ซื้อของ เป็นเงินที่ฉันหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองค่ะ ไม่ได้ไปปล้นใครมา หรือถ้าคุณแม่อยากรู้ว่าฉันเอามาจากไหน... เชิญกลับไปนอนฝันเอานะคะ เพราะฉันไม่มีทางบอกคนใจแคบแถวนี้หรอกค่ะ"
คำพูดเจ็บแสบพ่นออกมาหน้าตาเฉย ทำเอาเหมยฮวาลมแทบจับ หันไปคว้าแขนลูกชายพลางเขย่าแรงๆ "จินหยู แกดูเมียแกสิ! มันกล้าหยามหน้าแม่แท้ๆ แกยังจะทนอยู่กับผู้หญิงแบบนี้ได้อีกเหรอ หย่า! หย่ากับมันเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
ลู่จินหยูกัดกรามแน่น ขบกรามเป็นสันนูน เขามองหน้าฉันนิ่งนานราวกับต้องการค้นหาคำตอบบางอย่างในดวงตาสูส่งคู่นั้น ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "แม่กลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อนเเถอะครับ เรื่องทางนี้... ผมจัดการเอง"
ฉันลอบยิ้มเยาะในใจเมื่อเห็นแม่สามีจำใจสะบัดก้นเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากบ้านด้วยความแค้นเคือง ทิ้งท้ายด้วยสายตาอาฆาตมาดร้ายที่ส่งตรงมายังฉัน แต่ใครสนกันล่ะคะ? ในเมื่อตอนนี้... ในมิติซูเปอร์มาร์เก็ตลับของฉัน มีวัตถุดิบชั้นเลิศรอให้แปลงโฉมเป็นอาหารจานเด็ดอยู่เพียบ!
เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้นไป ฉันหันกลับมาสนใจวัตถุดิบตรงหน้า รอยยิ้มพึงพอใจผุดขึ้นที่มุมปาก เมื่อคืนแอบเข้าไปสำรวจมิติพิเศษที่ติดตัวมาหลังทะลุมิติ พบว่านอกจากซูเปอร์มาร์เก็ตที่อัดแน่นไปด้วยสินค้าอุปโภคบริโภคแห่งศตวรรษที่ 21 แล้ว ยังมีห้องเย็นส่วนตัวที่เก็บรักษาความสดใหม่ของเนื้อสัตว์ไว้อย่างดีเยี่ยม และเป้าหมายในวันนี้... คือการทำเมนูเด็ดที่จะทำให้คนทั้งหมู่บ้านต้องกลืนน้ำลาย
"หมูตุ๋นน้ำแดง" สูตรลับฉบับเชฟมือทอง!
ฉันหันไปมองลู่จินหยูที่ยังคงยืนกอดอกพิงวงกบประตูมองฉันด้วยสายตาสลับซับซ้อน ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ในชุดทหารสีเขียวเข้ม แม้ใบหน้าจะบึ้งตึงแต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโครงหน้าและไหล่กว้างนั้นช่างดูเซ็กซี่เร้าใจในแบบฉบับชายชาติทหารเสียจริงๆ
"มองอะไรคะ? สามีรักษารูป ร่างกายไม่ได้มีไว้ให้ยืนเป็นเสาบ้านนะคะ ถ้าว่างนัก... ช่วยไปก่อไฟที่เตาหลังบ้านให้ฉันทีค่ะ" ฉันเอ่ยปากใช้สามีหน้าหล่ออย่างไร้ความเกรงใจ
ลู่จินหยูเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างประหลาดใจ ปกติแล้วร่างเดิมจะหวาดกลัวและเอาแต่ใจจนเขาไม่อยากเข้าใกล้ แต่นี่... กลับกล้าสั่งเขาราวกับเป็นเจ้านายกับลูกน้อง
"ฉันไม่ใช่ลูกน้องเธอนะ ว่านหลิน" เขาเอ่ยเสียงเข้ม
"แต่ฉันเป็นภรรยาคุณนะคะ... และถ้าคุณอยากกินข้าวฝีมือฉันจนพุงกาง ก็รีบไปก่อไฟซะดีๆ ไม่งั้นวันนี้คุณจะได้กินแค่น้ำล้างหม้อแน่ๆ ค่ะ" ฉันลอยหน้าลอยตากล่าวพร้อมกับหยิบมีดคมกริบขึ้นมาเตรียมหั่นหมู
ร่างสูงใหญ่กระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะยอมเดินหายลับไปหลังบ้านตามคำสั่งอย่างง่ายดาย... ชายหนุ่มร่างโตที่ขึ้นชื่อว่าดุร้ายในกองทัพ กลับต้องมาสยบให้เตาไฟของภรรยา ช่างเป็นภาพที่น่าขันเสียจริง
เมื่อจัดการกับฟืนไฟเรียบร้อย ฉันก็เริ่มปฏิบัติการกู้ชื่อเสียงของนางร้ายทันที!
เริ่มต้นด้วยการหยิบ "หมูสามชั้น" ส่วนที่แทรกมันและเนื้อแดงสลับกันเป็นชั้นอย่างสวยงาม เนื้อหมูสีชมพูสดฉ่ำวาวไร้กลิ่นคาว จากมิติพิเศษถูกนำมาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ เสียงมีดกระทบเขียงไม้ดัง "ตั๊บๆๆ" เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ตามด้วยการเตรียมเครื่องเทศชั้นดี ทั้งขิงแก่หั่นแว่นหนา กระเทียมกลีบใหญ่ทุบพอแตก โป๊ยกั๊ก อบเชย ใบเตย และน้ำตาลกรวดสีทอง
กระทะเหล็กใบใหญ่ถูกตั้งบนเตาไฟที่ลุกโชนจนร้อนจัด ฉันหยดน้ำมันหมูลงไปเล็กน้อย ก่อนจะใส่หมูสามชั้นลงไปผัดคลุกเคล้า เสียงน้ำมันเดือด "ฉู่ฉ่า" ดังสนั่น ตามด้วยการเคี่ยวน้ำตาลกรวดจนละลายกลายเป็นสีอำพันเคลือบชิ้นหมูจนเป็นเงางามน่ากิน
จากนั้น... วินาทีสำคัญก็มาถึง!
ฉันเท "เหล้าจีน" ชั้นดีกลิ่นหอมละมุนลงไป ตามด้วยซีอิ๊วดำและซีอิ๊วขาวที่ส่งกลิ่นหอมเค็มกลมกล่อมลอยขึ้นมาแตะจมูกทันทีที่สัมผัสกับความร้อนจัด เติมน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวเข้มข้นลงไปท่วมชิ้นเนื้อ ปิดฝากระทะสนิทแล้วหรี่ไฟลงให้เคี่ยวตุ๋นไปเรื่อยๆ อย่างใจเย็น
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้... แต่กลิ่นหอมเย้ายวนใจของเครื่องเทศที่ผสมผสานเข้ากับไขมันหมูสามชั้นที่ละลายละมุนลิ้น ก็เริ่มแผ่ขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ
กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยวเคล้ากับความหอมฉุนของขิงและเครื่องเทศลอยฟุ้งทะลุผ่านหน้าต่างบ้านไม้เก่าๆ พัดพาไปตามสายลมยามบ่ายที่พัดโชยเข้าสู่กลางหมู่บ้าน!
ณ ลานกลางหมู่บ้านที่พวกชาวบ้านกำลังนั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่ จู่ๆ ทุกการเคลื่อนไหวก็หยุดชะงักลง
ป้าชุน ผู้ขึ้นชื่อเรื่องการทำอาหารเก่งที่สุดในหมู่บ้าน ถึงกับสูดจมูกฟุดฟิด ดวงตาเบิกกว้างขึ้นทันที "กลิ่นอะไรน่ะ... หอมอะไรขนาดนี้?"
ลุงหม่าที่กำลังนั่งเหลาไม้ไผ่ถึงกับวางมีดในมือลง กลืนน้ำลายลงคออึ๊อกใหญ่ "นั่นสิ กลิ่นหมูตุ๋น... ไม่สมัน มันหอมหวานยิ่งกว่าเนื้อตุ๋นในภัตตาคารในเมืองเสียอีก! บ้านไหนทำอะไรกินกันวะเนี่ย?!"
ไม่เพียงแต่ชาวบ้านเท่านั้น แม้แต่เหมยฮวาที่เพิ่งเดินกลับมาถึงบ้านของตัวเองเพื่อจะมานั่งบ่นด่าลูกสะใภ้ต่อ ก็ต้องยืนแข็งทื่ออยู่หน้าประตูบ้าน กลิ่นหอมเย้ายวนนั้นลอยมาเตะจมูกเธออย่างจัง จนท้องไส้ที่เพิ่งกินข้าวเที่ยงไปหมาดๆ ส่งเสียงร้องโครกครากออกมาอย่างน่าอาย
ในขณะเดียวกัน ภายในครัวเล็กๆ ลู่จินหยูที่นั่งเฝ้าฟืนไฟอยู่ถึงกับลอบกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ ดวงตาสีนิลจ้องมองหม้อหมูตุ๋นที่กำลังส่งเสียงเดือดปุดๆ ด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย... ภรรยาของเขา กลายมาเป็นแม่ครัวมือทองตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?!
ฉันเปิดฝาหม้อออก ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้อง ชิ้นหมูสามชั้นตุ๋นจนเปื่อบนุ่มละลายในปาก น้ำซุปสีเข้มข้นเคลือบเงางามน่ารับประทานสุดขีด ฉันตักหมูตุ๋นร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวอย่างบรรจง ตกแต่งด้วยผักชีสีเขียวสดใส
"เสร็จแล้วค่ะ... สามีคะ เชิญชิมฝีมือเมียคนนี้ดูหน่อยสิคะ ว่าพอจะสู้ภัตตาคารในเมืองได้ไหม?" ฉันเอ่ยชวนพร้อมกับส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ชายหนุ่มที่นั่งมองตาค้าง
ลู่จินหยูกลืนน้ำลายลงคออีกครั้งอย่างยากลำบาก เขายื่นมือออกไปหยิบตะเกียบด้วยความรู้สึกที่หัวใจเต้นรัวแปลกๆ ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านนับสิบคนที่เริ่มเดินมาออกันอยู่ที่หน้าบ้านเพื่อแอบสูดดมความหอม...
ทว่า... ในวินาทีที่ลู่จินหยูคีบชิ้นหมูตุ๋นเข้าปากและดวงตาของเขาก수เบิกกว้างด้วยความตะลึงงันนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเสียงตะโกนโหววกเหวกโวยวายของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่พังประตูเข้ามา!
"พี่จินหยู! พี่ว่านหลิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ผู้กองเฉินจากค่ายทหารพาคนบุกมาที่นี่แล้วครับ!"
________________________________________
รี้ดเดอร์ขา... บทนี้หมูตุ๋นหอมฟุ้งจนน้ำลายสอขนาดนี้แล้ว อย่าเพิ่งรีบกลืนน้ำลายนะคะ รีบกดไปอ่านตอนต่อไปกันเลยค่ะ!
(ขอบคุณที่ติดตามผลงานของดัชเชสโพดำเสมอนะคะ!)
คุณหนูตัวร้ายขอสลัดสามีทหารไปตั้งตัวดีกว่า•ตอนที่ 4
กลิ่นหมูตุ๋นหอมฟุ้งครึ่งหมู่บ้าน
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายขอสลัดสามีทหารไปตั้งตัวดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!