คุณหนูตัวร้ายขอสลัดสามีทหารไปตั้งตัวดีกว่า•ตอนที่ 14

ปะทะแม่สามีจอมเจ้าเล่ห์

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"ปึง! ปึง! ปึง!" เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับบ้านหลังน้อยจะพังครืนลงมาท่ามกลางความเงียบสงบยามวิกาล แรงสั่นสะเทือนนั้นทำเอาตะเกียงน้ำมันก๊าดบนโต๊ะไม้ไผ่ถึงกับกระเพื่อมไหว เปลวไฟสีส้มสั่นกระพิกราวกับจะดับแหล่ไม่ดับแหล่ "ว่านหลิน! พี่รู้ว่าเธอยังไม่นอน! เปิดประตูให้พี่เดี๋ยวนี้! พี่มีเรื่องสำคัญต้องคุยกับเธอเรื่องเงินทุนก้อนนั้น!!" เสียงแหลมสูงจนบาดแก้วหูของ "ป้าสะใภ้ใหญ่" หรือ "จางชุนฮวา" แผดแผดเผาเข้ามาในความมืด นางเอกของเรา—หลินว่านหลิน—ค่อยๆ วางถ้วยชาสมุนไพรในมือลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแวววาววับราวกับสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ที่รอเหยื่อเดินเข้ามาติดกับดัก เหอะ เรื่องเงินทุนก้อนนั้นงั้นหรือ? ช่างกล้าพูดนัก! ว่านหลินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่เคยอวบอ้วนอุ้มบุญจากความตะกละตะกลามในอดีต บัดนี้เริ่มกระชับและเข้าที่เข้าทางจากการออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร และการใช้มิติลับซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่เสมอ นางก้าวเท้าเดินน่องนิ่มไปยังประตูบ้านด้วยท่าทางอืดอาดจงใจ เพื่อทรมานประสาทสัมผัสของคนที่ยืนรออยู่ด้านนอกให้ขาดใจตายไปข้างหนึ่ง แอด... เสียงไม้เก่าๆ เสียดสีกันเบาๆ ประตูถูกแง้มออกเพียงครึ่งเดียว เผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความเยียบเย็นของหลินว่านหลิน ทันทีที่ประตูเปิดออก จางชุนฮวาในชุดเสื้อผ้าเก่าๆ ที่มีรอยปะชุนก็พุ่งพรวดเข้ามาหมายจะผลักอกนางเอกให้พ้นทาง ทว่าว่านหลินไวตัวกว่า นางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวพร้อมกับยกมือขึ้นกอดอก ปล่อยให้อีกฝ่ายเสียหลักเซถลาเกือบหน้าคะมำไปชนตู้กับข้าว "อุ๊ย! ป้าสะใภ้ใหญ่ ระวังหน่อยสิคะ ดึกดื่นป่านนี้แล้ว มาแหกปากโวยวายหน้าบ้านคนอื่นแบบนี้ ชาวบ้านร้านตลาดเขาจะนึกว่าบ้านป้าไฟไหม้เอาเสียเปล่าๆ" ว่านหลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ ทว่าทุกคำพูดกลับเชือดเฉือนจนอีกฝ่ายหน้าดำคร่ำเครียด จางชุนฮวาหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ นางหอบหายใจฮือกๆ ชี้หน้าหลินว่านหลินด้วยนิ้วที่สั่นเทา "นังเด็กตัวแสบ! แกกล้าดียังไงถึงมาแขวะฉัน! เปิดประตูช้าแถมยังมีปากมีเสียงอีกนะแก! รู้ไหมว่าฉันมาหาเพราะเรื่องอะไร?" "ไม่รู้ค่ะ และก็ไม่อยากรู้ด้วย" ว่านหลินตอบสวนกลับทันควันอย่างไร้เยื่อใย รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตานิ่งสนิทที่กดดันจนจางชุนฮวาถึงกับชะงักไปชั่วขณะ "อีกอย่าง นี่มันเวลาดึกดื่นเที่ยงคืนแล้ว ป้าบุกมาเคาะประตูบ้านคนอื่นเสียงดังโครมครามอย่างไร้อมมารยาท ถึงบ้านเราจะไม่ใช่บ้านขุนนางใหญ่โต แต่ก็มีกฎเกณฑ์นะคะ... หรือที่บ้านป้าเขาไม่มีใครอบรมสั่งสอนเรื่องมารยาทพื้นฐานกันคะ?" "แก! นังหลินว่านหลิน! แกกล้าด่าฉันว่าไร้มารยาทเรอะ!" จางชุนฮวาปรี๊ดแตกจนเสียงหลง นางเท้าสะเอวเตรียมเปิดฉากสงครามปากตามสไตล์มนุษย์ป้าจอมโลภประจำหมู่บ้าน "ฉันเป็นถึงป้าสะใภ้ของบ้านใหญ่ แกต้องให้ความเคารพฉันรู้ไว้ซะด้วย! อีกอย่าง ที่ฉันมาวันนี้ก็เพราะหวังดีหรอกนะ เห็นว่าช่วงนี้แกค้าขายดี มีเงินทองเข้าบ้านไม่ขาดสาย แถมได้ข่าวว่าเอาเงินไปซื้อเนื้อหมูตั้งหลายชิ้นมาทำอาหารกินกันจนกลิ่นโชยไปทั่วหมู่บ้าน... บ้านฉันกำลังขัดสน ลูกชายฉันต้องใช้เงินไปสอบคัดเลือกเป็นเสมียนในตัวอำเภอ แกในฐานะสะใภ้ร่วมตระกูล ก็ควรจะรู้จักแบ่งปันน้ำใจ เอาเงินมาให้ฉันยืมสักยี่สิบหยวนสิฟะ! ถือว่าเป็นการทำบุญทำทานต่อยอดบุญกุศลก็แล้วกัน!" นี่แหละ! หางจิ้งจอกโผล่อออกมาแล้ว! ว่านหลินแอบแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างสมเพชเวทนา ยืมเงินยี่สิบหยวน? ในยุคสมัยนี้เงินยี่สิบหยวนไม่ใช่เงินน้อยๆ ซะที่ไหน มันคือค่าอาหารของครอบครัวคนงานโรงงานทั้งเดือนเชียวนะ! แถมยายป้าแก่นี่ไม่เคยคิดจะคืนเงินใคร มีแต่จะชักดาบและยืมไปเรื่อยๆ จนติดเป็นนิสัย ร่างเดิมของนางเคยโง่เขลา หูเบา และขี้เกียจ จึงมักโดนคนพวกนี้สูบเลือดสูบเนื้อไปครั้งแล้วครั้งเล่า แต่น่าเสียดาย... ตอนนี้คนชื่อหลินว่านหลินคนเก่าได้ตายไปจากโลกนี้แล้ว เหลือเพียงนักธุรกิจหญิงผู้เข้มงวดเรื่องบัญชีและผลประโยชน์คนนี้เท่านั้น! "โอ้โห..." ว่านหลินลากเสียงยาว สีหน้าเต็มไปด้วยความทึ่งแบบปลอมเปลือก "คำก็ทำบุญ สองคำก็แบ่งปันน้ำใจ... ฟังดูยิ่งใหญ่เสียเหลือเกินนะคะป้าสะใภ้ใหญ่ พูดออกมาได้ไม่อายปากเลยว่ามา 'ยืม' ทั้งที่ชาตินี้ป้าเคยคืนเงินใครเขาบ้างหรือยังคะ? เอาสมองส่วนไหนคิดคะเนี่ย ถึงกล้าเดินมาเคาะประตูขอเงินคนอื่นหน้าด้านๆ ตอนตีสองแบบนี้?" "แก! นังสารเลว! แกกล้าว่าฉันหน้าด้านเรอะ!" จางชุนฮวาปรี่เข้ามาหมายจะตบสั่งสอนสักฉาด มือหยาบกร้านงื้อง้างขึ้นสูงหมายจะฟาดลงบนแก้วใสๆ ของหลินว่านหลิน ทว่า มีหรือที่คนอย่างว่านหลินจะยืนรอให้ใครมาทำร้าย? ในอดีตชาติ นางผ่านการฝึกป้องกันตัวมาบ้าง และในมิติลับก็มีทักษะติดตัวมากมาย ว่านหลินก้าวเท้าหลบอย่างรวดเร็วดั่งสายลม พร้อมกับยื่นมือไปคว้าข้อมือเหี่ยวแห้งของจางชุนฮวาไว้แน่น บิดเบาๆ ตามองศาที่ทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดแต่ไม่ถึงกับกระดูกหัก แรงบีบที่หนักหน่วงทำเอาป้าสะใภ้ใหญ่ร้อง "โอ๊ยๆๆๆ" ออกมาลั่นบ้าน เสียงแหลมๆ กลายเป็นเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวด "โอ๊ย มือฉัน! นังเด็กบ้า ปล่อยนะ! แกกล้าทำร้ายผู้ใหญ่เรอะ!" "ผู้ใหญ่ที่ไร้ยางอายและเที่ยวปล้นชิงทรัพย์ชาวบ้านในยามวิกาลแบบนี้ สมควรโดนสั่งสอนด้วยซ้ำค่ะ!" ว่านหลินกดเสียงต่ำ สายตาคมกริบดั่งใบมีดโกนจ้องมองจนจางชุนฮวาตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว นางไม่เคยเห็นแววตาที่น่ากลัวและทรงพลังเช่นนี้จากนังอ้วนไร้ค่าคนเดิมมาก่อนเลย "จำใส่สมองไว้นะคะป้าสะใภ้ เงินทุกหยวนที่ฉันหามาได้ มาจากหยาดเหงื่อแรงงานและความฉลาดของฉันเอง ไม่ได้หล่นมาจากฟ้า และยิ่งไม่มีทางเอามาแจกทานให้คนขี้เกียจสันหลังยาวอย่างครอบครัวป้าเด็ดขาด! อยากได้เงิน? เชิญกลับไปไถนาหาเอาเองเถอะค่ะ!" ปึง! ว่านหลินผลักร่างของจางชุนฮวากระเด็นออกไปนอกประตูอย่างไม่ใยดี จนป้าสะใภ้ใหญ่ล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกองกับพื้นดินหน้าบ้าน ฝุ่นฟุ้งกระจายเลอะเสื้อผ้าเก่าๆ ของนางจนมอมแมม "นัง... นังตัวดี! แกคอยดูเถอะ ฉันจะไปฟ้องแม่สามีแก! จะไปบอกทุกคนว่าสะใภ้บ้านลู่คนนี้มันอกตัญญู รังแกญาติผู้ใหญ่!" จางชุนฮวาชี้หน้าด่ากราดด้วยความแค้นเคือง น้ำตาเล็ดด้วยความเจ็บใจและเจ็บข้อมือ "เชิญตามสบายค่ะ!" ว่านหลินตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน นางแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้อีกฝ่าย "แต่อย่าลืมบอกพวกเขานะคะว่าป้ามาขอเงินคนอื่นตอนตีสอง แล้วโดนฉันสั่งสอนกลับไปแบบไหน หึ... เชิญทางนู้นเลยค่ะ ประตูไม่ได้ล็อก!" ว่านหลินตบมือเบาๆ สองครั้งด้วยความสะใจ ก่อนจะสะบัดหน้าปิดประตูดัง "ปัง!" ใส่หน้าจางชุนฮวาอย่างไม่ไว้หน้า ทิ้งให้ป้าสะใภ้ใหญ่กรีดร้องโวยวายอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนอย่างน่าเวทนา ภายในบ้านที่กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ว่านหลินถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก นางหันหลังกลับเพื่อจะเดินเข้าห้องนอนไปพักผ่อน ทว่า... ฝีเท้าของนางกลับต้องหยุดชะงักกึกทันที ที่มุมมืดใกล้ประตูห้องครัว ร่างสูงใหญ่กำยำของลู่จินหยูยืนพิงผนังอยู่ สามีหนุ่มนายทหารของนางสวมเสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแน่นหนาและแผงอกกว้างที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ไหล่กว้างล่ำสันนั้นดูน่าเกรงขาม ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มบึ้งตึงเล็กน้อย ดวงตาคู่คมดั่งเหยี่ยวจ้องมองนางนิ่งสนิท ทว่าในแววตานั้นกลับไม่มีร่องรอยของความโกรธขึง มีเพียงประกายแสงระยิบระยับบางอย่างที่อ่านไม่ออก... และรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากหยักลึก เขายืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่? และ... เขาได้ยินหมดทุกอย่างแล้วสินะ? หัวใจของว่านหลินกระตุกวูบไปเล็กน้อย นางกะพริบตาปริบๆ เตรียมตัวรับมือกับสามีหนุ่มผู้เคร่งขรึม ที่ปกติมักจะวางตัวเย็นชาและรักษาระยะห่างกับนางมาโดยตลอด ทว่าก่อนที่นางจะได้เอ่ยปากแก้ตัวหรืออธิบายอะไร ลู่จินหยูVersion โบ้คลั่งรักก็ก้าวเท้าเดินเข้ามาหาช้าๆ แสงสลัวจากตะเกียงสาดกระทบใบหน้าคมคาย กลิ่นอายความเป็นชายชาตรีอบอวลไปทั่วบริเวณ เขาก้าวเข้ามาจนประชิดตัว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้มของนาง ร่างสูงใหญ่ก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแหบพร่าที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "เมียจ๋า... มือเธอด เจ็บหรือเปล่า? คราวหลังเรื่องแบบนี้ ไม่ต้องเหนื่อยลงมือเองหรอกนะ... เดี๋ยวฉันหักขาพวกมันให้เอง ดีไหม?" ดัชเชสโพดำขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันเสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายขอสลัดสามีทหารไปตั้งตัวดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%